พักนี้ผู้เขียนเดินทางบ่อยครับเพราะต้องไปดูที่ดินเพื่อนการเกษตรให้กับเพื่อนๆ หลายท่านและก็ต้องไปช่วยเพื่อนๆ อีกหลายท่านในเรื่องของการหาตลาดขายสินค้าทางการเกษตร ช่วยได้ไม่มากก็น้อยแต่ก็ต้องช่วยๆ กันไป ลำพังจะหวังพึ่งภาครัฐก็ดูจะไม่ทันการ (เพราะรัฐเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ฮ่ะๆ) สถานะผู้เขียนช่วงนี้หนักไปทางเจ้าไม่มีศาลค่ำไหนนอนนั่น นอนวัดบ้าง อะไรบ้าง อิ อิ อิ บางทีกินข้าวเช้าจังหวัดหนึ่ง ข้าวเที่ยงอีกจังหวัดหนึ่งแล้วก็ไปนอนอีกจังหวัดหนึ่ง (พักนี้รับจ้างขับสิบล้อ ฮ่ะๆ) เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบคำถามของเพื่อนๆ ทั้งทางอีเมลและทางข้อความหน้าเวป

 

ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับ

 

เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งซึ่งทำงานประจำเป็นงานหลักอยู่เกิดรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้กับงานประจำที่ทำอยู่เลยอยากจะออกมาทำการเกษตรแบบเต็มตัวโดยที่ไม่มีได้การเตรียมการอะไรไว้ล่วงหน้า ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเป็นห่วง

งานด้านการเกษตรนับว่าเป็นอีกงานหนึ่งครับที่มีอุปสรรคมากและต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างสูง ทั้งจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนขึ้นทุกวัน ทั้งสภาพการตลาดที่ผกผัน ทั้งจากาสภาพสังคมของแต่ละท่าน และสุดท้ายจากตัวของพวกเราเองที่คอยแต่ละยอมแพ้อย่างง่ายๆ

 

ไม่ง่ายนะครับ งานด้านการเกษตร!

 

งานด้านการเกษตรนั้นไม่ง่ายเหมือนกับที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้ง facebook Youtube และสื่อออนไลน์อีกมากมายที่พร่ำพรรณนาถึงแต่วิธีการและความสำเร็จที่ดูสวยงามไปหมด ทำให้เราหลงไปกับความสวยงามเหล่านั้นจนลืมดูอุปสรรคและวิธีทำที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะทาง facebook นั้นแหละตัวดีเลย บางคนไม่เคยแม้แต่จะลงไปเหยียบผืนนาแต่ก็มีรูปมาลงให้คนอื่นดูตื่นเต้นคล้อยตามกันไปเพื่อหวังผลทางการค้ากับผลิตภัณฑ์ของตน ต่างๆ นาๆ

 

หากเพื่อนๆ ที่ทำงานประจำแล้วเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่จำเจจริงๆ หละก็ ผู้เขียนอยากให้เพื่อนๆ อดทนและอดกลั้น ซึ่งอย่างแรกที่อยากให้อดทนและอดกลั้นก็คือความน่าเบื่อของงานประจำ สภาพสังคมที่ทำงานของท่านให้ได้เสียก่อน เพราะงานด้านการเกษตรเป็นงานที่ต้องอาศัยการเตรียมการและการเรียนรู้เช่นกัน หากเพื่อนๆ ตัดสินใจอะไรด้วยอารมณ์แล้วก็มักจะผิดพลาดเสมอ

 

อดทนกับสภาพดินฟ้าอากาศร้อน ที่แผดเผาเวลาเที่ยงวันปานกับว่าเราจะละลายเป็นไอติม

 

ใช่สิ!

 

เพื่อนๆ หลายท่านเสพสื่อผ่านจอคอมจากที่ทำงานในเมืองซึ่งอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิจนลืมความร้ายกาจของแดดตอนเที่ยงไปแล้ว หลายๆ ท่านไม่เคยเจอแดดด้วยซ้ำเพราะเข้าที่ทำงานแต่เช้าและกลับบ้านตอนอาทิตย์ตกดิน อิ อิ อิ จนลืมไปว่าแดดร้อนๆ มันร้ายกาจแค่ไหน หากคิดจะทำการเกษตรจริงๆ ต้องเตรียมตัวก่อนครับ และควรจะเตรียมตัวให้ดีในหลายๆ ด้าน

 

ท่านทนกับความร้อนระอุแบบนั้นได้มากน้อยแค่ไหน!

ทนกับการดูถูกดูแคลนจากคนรอบข้างได้มากแค่ไหน!

ความอดทนนับเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของความสำเร็จครับ!

 

โดยเฉพาะงานด้านการเกษตรที่ต้องอาศัยทั้งความอดทนด้านกายภาพ ร่างกาย การเรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ ความชำนาญ และทุนทรัพย์จำนวนไม่น้อย อดทนกับงานประจำเพื่อเตรียมงานด้านเกษตรให้พร้อมก่อนแล้วค่อยออกมาทำก็ยังได้ แต่อย่าออกมาทำการเกษตรเพราะท่านเบื่องานประจำเลยครับ แล้วท่านจะรู้ว่าสิ่งทีเลวร้ายกว่างานงานประจำที่ทำอยู่คืองานด้านการเกษตรตอนเริ่มต้นนี่แหละครับ ไม่เห็นดอกออกผล เหนื่อย ท้อ ครบทุกอารมณ์!

 

ยกเว้นเสียแต่ว่าเพื่อนๆ มีฐานะร่ำรวยใช้เงินบันดาลทุกอย่าง แล้วชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง!

 

แต่หากจนแบบผู้เขียนแล้วหละก็…… ต้องอดทนเป็นพิเศษครับ!

 

ผู้เขียนไม่มีอะไรจะมอบให้เพื่อนๆ นอกจากกำลังใจอันบริสุทธ์และความเป็นห่วงด้วยความจริงใจครับ!

Picture 033

ปล** ภาพนี้ผู้เขียนส่งมาเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ครับ เป็นภาพที่ผู้เขียนมองจากมุมดาดฟ้าของห้องพักที่ต่างจังหวัด ข้างโรงแรมที่พักมีตึกกำลังก่อสร้างอยู่ และเห็นแปลงผักปลูกอยู่กลางระหว่างคานปูนที่กำลังก่อสร้างฐานตึก เห็นแล้วชวนอมยิ้มครับว่าคนขยันนี่ ขยันได้ทุกที่จริงๆ พวกเขาสู่ชีวิตกันอย่างสุดกำลัง และผู้เขียนก็อยากให้เพื่อนๆ สู้ชีวิตกันอย่างสุดกำลังเช่นกัน!

Picture 032

ฝนตกดีนักปลูกผักแมร่งเบย!

One Response to “ความอดทนเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต”

  • ็ฮ.ตาโต:

    เข้ามาร่วมแสดงความเห็นอาจเป็นประโยชน์สำหรับบางคนครับ
    การเตรียมตัวสำหรับผู้ทำงานประจำที่ไม่เคยทำงานเกษตรมาก่อนและคิดว่าจะใช้ชีวิตในงานเกษตรในช่วงปลายของชีวิต
    1.ถ้ายังไม่มีที่ดิน ก็หาที่ดินที่เหมาะสมใกล้มิตรหรือคนสนิท ใกล้แหล่งน้ำ ถ้าไม่มีก็ต้องสามารถขุดบ่อบาดาลได้
    2.ศึกษาความรู้ด้านเกษตรให้ได้มากที่สุด พยายามหาเวลาเข้าอบรมเรียนรู้ให้ได้มากๆไว้ก่อน โดยเฉพาะในพืชที่อยากทำ
    3.วางแผนด้านการเงิน เก็บเงินสำหรับการลงทุนไว้ให้เพียงพอ หรือหาทางสร้างรายได้ในช่วงปีแรกๆที่ไม่มีรายได้จากผลผลิต
    4.เมื่อหาที่ดินได้แล้ว สิ่งที่ควรทำเป็นลำดับต้นๆ คือวางแผนการใช้ที่ดิน ขุดบ่อทำที่อยู่อาศัย และวางแผนว่าจะปลูกอะไรไว้ตรงไหนบ้างและเริ่มปลูกไม้ยืนต้นไว้ก่อน หรือปลูกพืชที่ไม่ต้องดูแลมากเช่นต้นไผ่ ต้นกล้วย มะขามเปลี้ยว เป็นการเริ่มฝึกการทำเกษตร
    5.เตรียมเครื่องมือทุ่นแรงสำหรับการทำเกษตรไว้ให้พร้อม เช่นปั๊มน้ำ เครื่องตัดหญ้า เครื่องพรวนดิน เครื่องฉีดพ้น จะได้ทำงานได้เร็วและเหนื่อยน้อยหน่อย
    6.ศึกษาตลาดและหาช่องทางการขายให้ได้หลายๆทาง เพราะการขายผ่านคนกลางจะได้แค่ครึ่งหนึ่งของราคาตลาดเท่านั้น

Leave a Reply

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน