บ่อยครั้งที่ได้ยินเพื่อนๆ ล้อเลียนนักการเมืองไทย และหลายครั้งที่ได้ยินผู้คนดูถูกนักการเมืองว่า “โง่ ไร้สมอง ไม่มีสติปัญญา” บอกตรงๆ เลยว่าผมรู้สึกอึดอัดและไม่ชอบมากๆ ถึงขั้นรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ได้เข้าใจกัน
“ไม่ชอบเอาซะเลยกับวิธีคิดแบบนั้น!”

ไม่แน่ใจว่าจะมีสักกี่คนที่ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะกินข้าวเที่ยงกับนักการเมืองทั้ง 2 พรรคใหญ่ แน่นอนหละว่าไม่ได้มาพร้อมกันทั้ง 2 พรรค และแน่นอนว่าไม่ใช่กับนักการเมืองทุกคน แค่ไม่กี่คน แค่ไม่กี่คนจริงๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้ได้ข้อสรุปว่า “พวกเขาไม่ได้โง่ ไม่ได้ไร้ซึ่งสติปัญญา”
“ตรงกันข้าม พวกเขาฉลาดล้ำลึก เกินกว่าที่พวกเราจะหยั่งถึงด้วยซ้ำไป!”

สำหรับคนที่ได้ร่วมโต๊ะกินข้าวกับพวกเขาด้วยความบังเอิญรึเปล่า ก็ไม่แน่ใจ! แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ได้รวย ไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีอิทธิพล จนนักการเมืองเหล่านั้นต้องมากินข้าวด้วย ผมไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น มันก็เป็นแค่เหตุผลทางด้านธุรกิจ และคนที่เขาอยากจะคุยด้วยก็เป็นนายจ้างของผม ผมเป็นเพียงแค่ละอองฝุ่นในชั่วขณะนั้น เท่านั้นเอง แต่บางครั้งฝุ่นละอองก็มีความสำคัญขึ้นมาทันทีเมื่อคุณต้องการบุคคลที่ 3 เพื่อรองรับความผิดพลาดเวลา งานไม่ทัน! ช้า! ต่างๆ นาๆ นั่นหละหน้าที่ของผม ที่พูดได้แต่คำว่า “ครับ!” “แก้ไขครับ!” และ “จะทำให้เดี๋ยวนี้ครับ!”
เพื่อให้การสนทนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบางครั้งเราจำเป็นต้องมีบุคคลที่ 3 ที่คอยรองรับความผิดพลาดจากทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งแน่นอนหละว่าพวกเขาผิดกันไม่เป็น! มันก็เป็นการแสดงอย่างหนึ่งที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยผมกับนายจ้างเพื่อให้นักการเมืองเหล่านั้นพึงพอใจ!

จริงๆ แล้วพวกเราควรจะดีใจที่ได้นักการเมืองฉลาด มีสติปัญญา แต่ข่าวร้ายก็คือพวกเขาใช้ความฉลาดและสติปัญญาเหล่านั้นไปในทิศทางที่ผิด คดโกง ทุจริต
หากแบ่งความฉลาดนั้นมาใช้ในทางสร้างสรรค์และการพัฒนาบ้าง ป่านนี้ไทยเราคงเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจไปแล้วหละ!

หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ฉลาดกว่าผมและท่านๆ ที่คิดว่าพวกเขาโง่ เพราะเมื่อไหร่ที่คิดแบบนั้นก็เท่ากับว่าเราตกหลุมพรางแห่งความประมาทแล้วหละ! ถ้าโง่ขนาดนั้นคนพวกนี้จะเหยียบข้ามหัวเราขึ้นไปเป็น สส สว ได้อย่างไร!
คนที่เหยียบข้ามหัวคนจำนวนนับแสนขึ้นไปเป็น สส ได้นี่ คุณคิดว่าธรรมดาเหรอ! ง่ายเหรอ! มันต้องมีคุณสมบัติอะไรซักอย่างที่เป็นพิเศษกว่าพวกเราถึงจะขึ้นไปได้ หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ก็ลองคิดดูว่าหากเพื่อนๆ อยากจะเป็นแค่ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนระดับชั้นล่างสุด จะต้องทำยังไงบ้างหละ! ต้องเผชิญอะไรบ้าง คิดสิ!

หากคุณได้มีโอกาสได้นั่งฟังพวกนักการเมืองเหล่านี้พูดเหมือนผมหละก็ ท่านจะรู้สึกทึ่งกับแผนการคดโกงอันแยบยลที่จะดึงเงินภาษีที่เราๆ ท่านๆ จ่ายเข้ารัฐออกมาใช้อย่างมีศิลปะ และจะรู้สึกว่าโลกทัศน์แคบไปถนัดตาเมื่อรู้ถึงวิธีการ แผนการอันฉลาดล้ำลึกที่ซ้อนกัน 3 – 4 ชั้นเป็นอย่างน้อย และมี 3 – 4 ฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอๆ เช่น นักการเมืองคนชงเรื่อง ข้าราชการคอยอำนวยความสะดวก และฝ่ายนักธุรกิจที่ใช้เศษเงินล่อเงินก้อนใหญ่จากคลังของรัฐออกมาแบ่งกัน และฝ่ายที่ 4 ก็ผู้เสียประโยชน์อย่างเราๆ ท่านๆ ฮ่ะๆ เห็นไหมเราก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย มีฝ่ายได้ก็มีฝ่ายเสีย! จริงไหม! ก็เงินภาษีของพวกเราไง!
จะขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปไม่ได้ (โดยเฉพาะพวกเราเจ้าของเงินภาษี ฮ่ะๆ)

พวกเราควรจะเริ่มตั้งคำถามได้แล้วว่านักการเมืองเหล่านั้นใช้ความฉลาดของพวกเราไปทิศทางไหน กำลังทำอะไร และทำเพื่ออะไร ซ่อนอะไรไว้บ้าง มากกว่าที่จะนั่งหัวเราะกับภาพลักษณ์อันโง่เขลาที่แสดงออกมาทางสื่อแล้วก็ปล่อยวางให้ทุกอย่างหลังฉากล่วงเลยไปจนสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเขา

ผมไม่ได้ชอบไม่ได้รักพวกเขาเลย ตรงกันข้ามผมเกลียดคนพันธุ์นักการเมืองมากจนเข้าเส้น แต่บางครั้งบางทีก็ควรจะเรียนรู้จากคนที่เราเกลียดด้วยเช่นกัน และผมก็อยากให้ท่านเป็นแบบนั้นเพื่อเรียนรู้ที่จะได้มีระดับสติปัญญาที่เหนือกว่าพวกนักการเมืองเหล่านั้น เพื่อที่จะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อทั้งด้านความคิดและเหยื่อทางสถานการณ์

เพราะฉนั้นก็อยากให้มองพวกเขาใหม่ มองด้วยสายตาที่ลึกลงไปแล้วเราจะรู้ทันกลโกงได้ดีขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่านักการเมืองไม่ใช่ฐานะทางสังคม แต่มันเป็น “มะเร็งทางสังคม” และจะได้รู้ว่าคนพวกนี้เลวบัดซบขนาดไหน
“ขณะที่เราหัวเราะเยาะความโง่ของพวกเขา พวกเขาก็หัวเราะเยาะเราเช่นกันกับความโง่ที่มากกว่าของพวกเราที่รู้ไม่ทันเขา”
ยอมได้เหรอ!

2 Responses to “อย่าดูถูกนักการเมืองเพราะไม่ได้โง่อย่างที่พวกเราคิด”

  • ขออนุญาตเห็นแย้งท่านAdmin หน่อยนะครับ ไม่ถูกใจ ไม่พอใจ หรือจะโกรธ แทนสส ก็เชิญามสบายนะครับ ไม่ว่ากัน
    เพราะความเห็นแค่ละคน มันต่างจิตต่างใจ เห็นทางเดินคนละทิศละทาง :
    เช่นฝ่ายรัฐบาล(ปลอมๆ โดยยิ่งลักษณ์และพวก)รักษาการ กับฝ่าย กปปส.(กบถปลอมๆๆโดยสุเทพและพวก) ฯลฯ
    ผมเห็นด้วยกับประชาชนท่านที่เห็นว่าพวกสส.ทุก คนล้วนโง่ทั้งนั้น
    แม้ว่าพวกเขาจะได้คะแนนเสียงมาอย่างถล่มทลาย ที่จริงมันไม่ใช่ความฉลาดของพวกเขาหลอก โดยส่วนใหญ่แล้ว ได้มาโดยวิธีการแบบโง่ๆทั้งนั้นแหละ คือใช้เงิน ใช้ อิทธิพล และพวกห้วคะแนนโง่ๆ ที่หลงคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าชาวบ้าน ที่เลือกเขาเข้ามา
    Admin จะเยินยอว่าพวกเขาฉลาดก็ตามใจเถอะ ใช่พวกเขาใช้วิธีฉลาดแบบโง่ๆที่คิดว่าพวกชาวบ้านตาสี ตาสา ยายมี ยายมา โง่เง่า ไม่รู้ทัน พวกเขา มาหลอกให้เลือกเป็นผู้แทน เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้พรรคและตนเอง โดยชอบด้วย “กฎหมาย สุจริต โปรงใส ตรวจสอบได้ ” อิอิๆๆ
    ข้อเท็จจริงพวกเราอยากจะกาNo Vote ทั้งหมดทุกพรรค นั่นแหล่ะ แต่มันก็จำเป็นที่ จะต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ก็เลยจำใจต้องเลือกคนโง่ๆเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะพวกเราถูกจำกัดสิทฺธืในการที่จะสมัครสส.เพราะขาด”ใบปริญญาบัตรห้องแถว จากสถาบันการศึกษาที่มืชื่อเสียงในการสอนนิสิตนักศึกษาให้ด่าทอแต่คำด่าหยาบๆคายๆออกทางเสื่อทีวีดังไปทั่วโลก “เหมือนพวกผู้ดีมีกะตังส์ทั้งหลายในเมือง ที่นิยมส่งลูกหลานไปเรียนกัน แล้วก็ออกมาดูถูกชาวบ้านว่าโง่งี่เง่า ล้านเสียงก็ไม่เท่าเสียง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยห้องแถวเพียงคนเดียว ที่มีดรีกรีถึงดอกเตอร์ เมืองฝรั่งมังค่าก็หลายคน แต่พอ”ได้ยินเสียงเปล่งจากลำคอ ล้วนถ่อยชั่ว สถุน “ทั้งนั้
    ขอถามท่านAdmin หน่อย ว่า” การเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยจริงหรือ ”
    สำหรับผมแล้วเห็นว่ามันยังไม่ใช่ แต่มันเป็นเพียง”วิธีการคัดเลือกตัวแทนเข้ามาทำงานแทนแบบถูกจำกัดสิทธิ์ตามกฎหมาย”อย่างหนึ่งเท่านั้น อิอิๆๆๆๆๆ
    ขออภัยต่อท่านAdmin ด้วยนะครับที่เพิ่มความหงุดหงิดให้ท่าน เพราะสิ่งที่ผมcommentมานี้

    ด้วยความนับถือและจริงใจครับ

    ลงชื่อ สมหมาย
    ตำแหน่ง ตาสีตาสาบ้านนอก แก่ๆคนหนึ่ง
    sommaiplan12@hotmail.com
    8/2/ 2557

    • ขอบคุณครับ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน ^_^

      และก็ขออภัยด้วยจริงๆครับ ที่ผู้เขียนไม่ใช่คอการเมืองซักเท่าไหร่ ผู้เขียนหนักไปทางชาวไร่ชาวนาซะมากกว่า วันๆ ก็ได้แต่ทำไร่ไถนา หาเงินสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กๆ ไปวันๆ

      ยอมรับเถอะว่าพวกเขาฉลาดกว่าเรา ไม่แง่ใดก็แง่หนึ่ง ถ้าคุณคิดว่าฉลาดกว่าพวกเขาทำไมไม่ลองหาวิธีกำจัดพวกเขาหละครับ หุหุหุ

      รู้ไหมว่าเงินจากฝ่ายการเมืองขนข้ามไปออสเตรเลียปีละเท่าไหร่
      พวกเขาฉลาดพอที่จะโกงเงินภาษีเราออกไปได้ครับ ความฉลาดไม่ได้มีอยู่ประเภทเดียว

      ถ้าพวกเราฉลาดพอ ก็คงจะมี สส มีคุณภาพ มีนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ไปกันเกินครึ่งสถาแล้วหละครับ
      ถ้าอ่านแล้วคิดตามซักนิด จะรู้ว่าผู้เขียนหมายถึงอะไร แล้วต้องการสื่ออะไร ถ้าอ่านไม่จบก็จะได้ความหมายอีกแบบหนึ่ง บอกไว้อีกอย่างหนึ่งนะครับคุณสมหมาย ว่าผู้เขียนเกลียดนักการเมืองยิ่งกว่าใครๆ ในประเทศนี้ แต่เกลียดคนที่ไม่รู้จักอ่านมากกว่า และเกลียดคนที่ดูถูกคนอื่นมากที่สุดในชีวิต

      อ่านให้จบ แล้วคิดครับ ผู้เขียนต้องการแค่นั้น

Leave a Reply

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน