Archive for the ‘ตลาดซื้อ – ขายสินค้าทางการเกษตร’ Category





ตลาดไทนั้นถือได้ว่าเป็นตลาดซื้อขายสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่และสำคัญแห่งหนึ่ง เพราะตลาดไทนั้นเป็นตลาดที่พักกองสินค้าทางการเกษตรก่อนที่จะเข้าไปสู่ตลาดย่อยๆ ใน กทม เพราะฉะนั้นจึงเป็นตลาดที่พวกเราชาวเกษตรจะมองข้ามเสียมิได้ โดยตลาดไทนั้นก็มีการจัดแบ่งสัดส่วนต่างๆ ตามประเภทของสินค้าทางการเกษตร เช่น ผักรวม ส้ม ผลไม้รวม อาหารสดและเนื้อสัตว์เป็นต้น ตามป้ายขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนอาคาร

Picture 021

แต่อาคารที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำและให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพราะดูจะเป็นประโยชน์กับพวกเราขาวเกษตรก็คืออาคารผัก ที่เป็นแหล่งจำหน่ายผักราคาขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าทั่ว กทม ทั้งรับไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่งและรับไปสำหรับการประกอบอาหารเพื่อขายสำเร็จรูป

Picture 025

โดยภาพรวมของผู้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรประเภทผักในอาคารนั้นก็จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. พ่อค้าแม่ค้าที่ขายประจำจะมีแผงประจำของตัวเอง (หรือที่เรียกว่าการเซ็งแผง) โดยราคาแผงที่จะเซ็งนั้นค่อนข้างสูงโดยประมาณอยู่ที่ 2 – 8 แสน (หากแผงว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเกิดการประมูลราคาเซ็งแผงกันแบบยิบตา -__-!!!) แล้วแต่ทำเลที่ตั้ง เช่นว่าอยู่ใกล้ทางเดินก็แพงหน่อยเพราะลูกค้าเห็นได้ชัด ส่วนด้านในๆ ก็ลดหลั่นราคาลงมา

2. พ่อค้าแม่ค้าขาจรหรือขาไม่ประจำ (เอะ ยังไง ฟังดูเหมือนขาไพ่ -__-!!!) หรืออย่างเราๆ ท่านๆ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ก็สามารถนำสินค้าทางการเกษตรไปวางขายได้เช่นกันด้วยวิธีการขายแบบรถหมุนเวียน โดยวิธีการแบบนี้คือการจ่ายค่านำรถเข้าคันละ 230 บาท แล้วทางตลาดไทก็จะจัดเตรียมพื้นที่ลงสินค้าไว้ให้ท่านแล้วก็จะมีพนักงานขนของลงจากรถให้ท่าน โดยพื้นที่นั้นก็จะแล้วแต่จำนวนสินค้าของท่านแต่ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 3 x 4 เมตร แบ่งเวลาขายเป็น 2 เวลา (2 กะ) คือช่วงกลางวัน 8 โมง – เที่ยงคืน และช่วงที่สองคือ ประมาณตี 1 – 7 โมงเช้า (โดยหากสินค้าของท่านขายไม่หมดแต่อยากอยู่ต่ออีก 1 กะ ก็จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 150 บาท) วิธีขายแบบรถหมุนเวียนนี้เพื่อนๆ จะไม่มีล๊อคหรือแผงประจำเพราะจะหมุนเวียนเปลี่ยนที่กันไปเรื่อยๆตามแต่จังหวะและเวลาที่รถของเพื่อนๆ จะไปถึงตลาด (แนะนำให้ไปเช้าๆ ฮ่ะๆ)

Picture 024

** ช่วง 7 – 8 โมงเช้าที่รถพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาลงกันอย่างคึกคัก รถที่เข้ามาลงของแล้วก็จะขับไปจอดยังที่จอดรถที่ตลาดไทเตรียมไว้ให้เพื่อความเป็นระเบียบ นับว่าระบบจัดการเข้าขั้นว่าดีครับ ^_^ **

โดยรูปแบบการขายแบบนี้เป็นวิธีการที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำมากกว่าทุ่มเงินเซ็งแผง หากเพื่อนๆ ค้าขายด้วยวิธีแบบรถหมุนเวียนคล่องแล้วเห็นกำไรงาม เห็นลู่ทาง จะเซ็งแผงก็ไม่ว่ากันซึ่งก็ตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่าน โดยวิธีนี้จะเรียบง่ายและสบายกว่ามากเพราะไม่ต้องไปกรอกแบบฟอร์มใดๆ หรือธุรการอะไรให้ยุ่งยากเพียงท่านนำรถขนสินค้าเข้าไปแล้วจ่ายเงินค่านำรถเข้า ก็สามารถนำสินค้าลงขายได้เลย และเจ้าหน้าที่ตลาดไทใจดีท่านหนึ่งก็แนะนำมาว่าตลาดไทนั้นจะขายของได้ดีช่วง ตี 4 –  11 โมง

 

หรือหากเพื่อนๆ ที่มีทุนรอนซักหน่อยอยากจะเข้าร่วมประมูลแผง เซ็งแผง (ซึ่งมีคิวยาวมากกกก!) ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02-9084490 – 9 ต่อ 127 ฝ่ายบริหารตลาด คุยกันเองนะจ๊ะ! ผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

 

คำถามจากเพื่อนๆ

1. เซ็งแผงในตลาดไทเท่าไหร่? ตอบ : เป็นแสนเลยอ่ะ ราคาค่าแผงตั้งแต่ 2 แสน – 8 แสน แล้วแต่ทำเล และส่วนรายเดือนที่ต้องจ่ายให้ทางตลาดก็อีกต่างหาก 2 – 3 พันบาทต่อแผง

2. ตลาดไทขายดีช่วงไหน? ตอบ : เวลาตี 4 – 11 โมง จะขายดีเกือบทุกอาคาร คึกคักมากเวลานี้ (ไม่ยอมหลับยอมนอนกันเลยทีเดียว -__-!!!)

3. สินค้าทางการเกษตรประเภทผักแบบไหนขายดีเป็นพิเศษ? ตอบ : สินผ้าประเภทผักป่า เช่นผักหวาน ผักกูด ดอกขจรและอื่นๆ ที่ดูแปลกตา (อันนี้เป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่ตลาดไทที่พาผู้เขียนเดินชมตลาด และผู้เขียนก็เห็นเองกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริง โดยทุกรถเข็นผักที่ออกไปจากตลาดจะมีผักประเภทนี้อยู่ด้วยเกือบทุกคัน คันละหลายถุง) หากเพื่อนๆ อยากรู้แนะนำให้ไปเดินเล่นดูก่อนได้

4. ตลาดไทต่างจากตลาดสี่มุมเมืองตรงไหน? ตอบ : รูปแบบการขายค่อนข้างต่างกันคือตลาดสี่มุมเมืองนั้นรถ 1 คันจะมีสินค้าแค่ 1 หรือ 2 ประเภทแต่ที่ตลาดไทนั้นรถ 1 คันจะมีสินค้าหลากหลายประเภททำให้การดึงดูดความสนใจพ่อค้าแม่ค้าได้ดีกว่า บางครั้งจะเจอผักที่ผู้ซื้อต้องการในแผงเดียวกันแต่หากเป็นตลาดสี่มุมเมืองผู้ซื้ออาจจะต้องเดินทั่วๆ ถึงจะได้สินค้าตามต้องการ กลุ่มลูกค้าและวิธีการขายเลยต่างกัน

ตลาดสี่มุมเมืองนั้นเหมาะสำหรับชาวสวนที่มีสินค้าของตัวเอง แต่ตลาดไทเหมาะสำหรับชาวสวนรายย่อยที่มีสินค้าหลากหลายประเภทมากกว่าจะเป็นผู้ปลูกรายใหญ่





ไม่มีคำถามไหนที่จะทำให้ผู้เขียนคันปากได้เท่ากับคำถาม ต่างๆ นาๆ ที่ว่า
ปลูกผักแล้วขายที่ไหนดี?
ปลูกผักยังไงให้ได้เงิน?
ช่วยหาตลาดขายสินค้าทางการเกษตรให้หน่อย!
ช่วยหาตลาดซื้อผักให้หน่อย!
คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ผู้เขียนเจอบ่อยมากจากกลุ่มเกษตร
การตลาดสำหรับชาวเกษตรชาวสวนอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นตลาดระบายสินค้าถือว่ามีความสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ และผู้เขียนเองก็เน้นย้ำไปแล้วเกือบจะทุกครั้งที่ไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ ชาวเกษตร หรือแม้แต่ตอบคำถามเพื่อนๆ ทางหน้าเวปไซท์ หากปลูกไปแล้วขายไม่ออก ขายพืชผลไม่ได้ก็เสียเปล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชผักต่างๆ เป็นของสดจึงมีการเสื่อมหรือเน่าเสียอย่างรวดเร็ว

วันนี้ผู้เขียนเลยอยากจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสถานที่สำหรับค้าขายผักผลไม้ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรอย่างเราๆ สถานที่นี้ชื่อตลาดไท ซึ่งอาจจะเป็นตลาดผักผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศก็ว่าได้ หากท่านไหนทราบแล้วก็ข้ามไปได้เลยแต่หากเพื่อนๆ ท่านไหนยังไม่ทราบก็ขอให้แวะอ่านสักหน่อยหนึ่ง! จริงๆ แล้วตลาดใหญ่ๆ เรามีกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค แต่จะมีสักกี่แห่งที่เป็นตลาดหลักคอยเลี้ยงประชากรขนาด 20 กว่าล้านคนใน กทม (เผลอๆ มากกว่านั้น -__-!!!) ซึ่งตลาดเล็กตลาดน้อยใน กทม เกือบทุกแห่งก็จะมาซื้อพืชผักอาหารต่างๆ จากตลาดไทอีกทอดหนึ่ง คิดดูเถอะว่ากำลังบริโภคมหาศาลขนาดไหน ว่ากันว่าเงินทุนหมุนเวียนมีกว่า 100 ล้านบาทต่อวันกันเลยทีเดียว ลองนึกดูสิว่าหากเพื่อนๆ สามารถติดต่อค้าขายที่นี่ได้ เพื่อนๆ สามารถสร้างเงิน สร้างงานได้ขนาดไหน ^_^

Picture 038

ข้อมูลโดยสังเขป
—————————
ที่อยู่ตลาดไท: ซอยเทพกุญชร 14 (ร่วมใจ) คลองหนึ่ง คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี

ชัยภูมิดีเหมาะกับการค้า เดินทางสะดวก
ตลาดไท มีพื้นที่กว่า 450 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน กม.42 ใน อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เยื้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ ทำให้ผู้ซื้อ ผู้ขายจากทั่วทุกมุมของประเทศสามารถเดินทาง ทำการค้าขายที่ตลาดไทได้อย่างสะดวกสบายในหลายเส้นทางทั้งจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงรองรับสินค้าจากต่างประเทศด้วยPicture 039

** ข้อมูลพิกัดโดย PGS  ตามที่เพื่อนๆ บางท่านถามมา**

เส้นทางสู่ตลาดไท มีดังนี้
1. ถนนพหลโยธินขาออก ทางกลับรถยกระดับ ยู-เทิร์น
2. ถนนบางขันธ์-หนองเสือ
3. ถนนโครงการเร่งรัดพัฒนาชนบท (ถนน ร.พ.ช.) เชื่อมต่อระหว่างถนนสีขาวกับถนนบางขันธ์-หนองเสือ
เดินทางโดยรถยนต์ :
1. จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ถนนพหลโยธินขาออก เมื่อถึงม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กลับรถที่ทางยกระดับ ยู-เทิร์น และตลาดไทจะอยู่ตรงข้ามกับม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
2. จากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียง มุ่งหน้าสู่ถนนพหลโยธินขาเข้า ผ่านนวนคร จะเห็นป้ายตลาดไทอยู่ทางซ้ายมือ
3. จากภาคตะวันออก/สุวรรณภูมิ ขับเข้ามอเตอร์เวย์ มุ่งสู่ถนนบางขันธ์-หนองเสือ
—————————-

ภายในพื้นที่ตลาดไทนั้นกว้างใหญ่แต่ก็จัดแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นส่วนต่างๆ ตามสินค้าแต่ละประเภทได้อย่างมีระบบระเบียบ ทั้ง ตลาดสด ตลาดส้ม ตลาดผลไม้ ตลาดผักและสินค้าพืชผักนำเข้าจากต่างประเทศ เยอะแยะไปหมดจนตาลาย แต่สำหรับชาวสวนชาวไร่อย่างผู้เขียนและเพื่อนชาวสวนผักก็อยากจะให้เน้นที่อาคารตลาดผักในตลาดไท ส่วนอาคารอื่นๆ นั้นว่ากันในโอกาสต่อไป

Picture 016

** อาคารสำหรับค้าขายส้ม ด้านในมีแต่ส้ม ขนาดคนขายยังชื่อเจ๊ส้มเลย คิดดู! **

Picture 014

** บางร้านถูก บางร้านถูกกว่า ความต่างแค่บาทหรือสองบาทก็อาจจะเป็นเงินมหาศาลได้! ** Picture 017

** กำลังซื้อมหาศาล การบริโภคมหาศาล หากเพื่อนๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมค้าขายก็คงดีไม่น้อย! **Picture 015

** ด้านในอาคารถูกจัดบริเวณอย่างเป็ยระเบียบเรียบร้อยสำหรับรองรับผู้ซื้อ-ขายจำนวนมาก! **

Picture 018

** อาคารตลาดผลไม้รวมสำหรับค้าขายผมไม้ชนิดอื่นๆ หรือผลไม้ตามฤดูกาล **

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนอยากจะให้เพื่อนๆ (ท่านที่ยังไม่เคยไป) ได้ไปสัมผัสได้ไปรู้ไปเห็นบรรยากาศการค้าขายด้วยตาตัวเอง เพราะผู้เขียนอยากจะให้เพื่อนๆ ได้เห็นโอกาส ได้เห็นช่องทางการค้าขาย และเชื่อเถอะว่าโอกาสยังมีอีกมากสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการสร้างตลาดด้วยตนเอง ไม่อยากขายผ่านพ่อค้าคนกลางที่ชอบเอาเปรียบพวกเรา แน่นอนหละว่าเพื่อนๆ ชาวเกษตรที่อาศัยอยู่ภาคกลางและพื้นที่ใกล้เคียงย่อมได้เปรียบกว่าในเรื่องระยะทางการขนส่ง แต่หากจะเราจะมองอีกแง่มุมหนึ่งสำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดห่างไกลจากตลาดไทก็คือเรื่องของโอกาสในการจัดตั้งกลุ่มและอำนาจในการผูกขาดสินค้านั้นๆ ในแหล่งผลิตของเพื่อนๆ อธิบายกันแบบง่ายๆ ก็คือว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเพื่อนๆ สามารถติดต่อกับพ่อค้าในตลาดไท เพื่อนๆ ก็สามารถสร้างงาน สร้างเครือข่าย สร้างกลุ่มปลูกผักชนิดนั้นขึ้นมา แล้วเพื่อนๆ ก็จะเป็นผู้นำกลุ่มเกษตรในท้องที่ของตนเอง สามารถกำหนดราคา สามารถสร้างเงินจากการเป็นผู้ริเริ่มและส่วนต่างของราคาได้เช่นกัน

** **

Picture 021

** อาคารตลาดผักนี้ผู้เขียนชอบเป็นการส่วนตัวเพราะดุคึกคักและหลากหลายตลอดทั้งวัน!**

Picture 022

** **

Picture 023

** ทุกอย่างที่นี่คัดสรร แบ่งขนาด จัดเตรียมไว้อย่างได้มาตรฐาน **

Picture 024

** ทุกอย่างที่นี่เป็นเงินเป็นทองหมด ไม่เว้นแม้แต่บางอย่างที่เพื่อนๆ บางท่านมองข้ามไป มันเป็นเงินได้หมด! **

Picture 028

** หากเพื่อนๆ จะค้าขายกับพ่อค้าแม่ขายในตลาดไทก็ต้องมีสินค้าที่ได้มาตรฐานเช่นกัน! **

Picture 025

** **

Picture 026

** **

Picture 029

** **

Picture 032

** เพื่อนๆ เห็นไหมว่าพืชผลบางอย่างอาจจะไม่มีค่ามีราคาในพื้นที่เรา แต่อาจจะมีราคาที่นี่ **

Picture 034

** ไม่รู้ทำไม! แต่ผู้เขียนชอบภาพนี้เป็นพิเศษ เพราะผู้เขียนเห็นความต่างด้านราคา เห็นโอกาส และเห็นเงิน แล้วเพื่อนๆ หละ เห็นเหมือนผู้เขียนรึเปล่า? หากเพื่อนๆ ยังมองไม่เห็นก็ควรฝึกฝนวิสัยทัศน์ของพ่อค้าได้แล้ว โลกเราปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะและเร็วมาก ผู้ที่ศึกษาและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบ และผู้ได้เปรียบย่อมเป็นผู้ชนะเสมอๆ หากเพื่อนๆ ไม่อยากเสียเปรียบก็คงต้องพัฒนาตัวเอง พัฒนาสินค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของเราอยู่เสมอ **

หรือหากเพื่อนๆ อยากจะเริ่มธุรกิจการเป็นผู้รวบรวมสินค้าทางการเกษตรก็สามารถทำได้โดยง่ายเพียงเพื่อนๆ รู้จักติดต่อกับพ่อค้าแม่ขายในตลาดไทแล้วรวบรวมหรือส่งเสริมให้มีการปลูกพืชชนิดนั้นๆ ในท้องที่ของเพื่อนๆ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรได้ก็จัดหาพาหนะขนส่งเข้ามาที่ตลาดไท เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนความ สร้างงาน สร้างเงิน ให้กับชุมชนของเพื่อนๆ
เชื่อรึไม่ว่าคนงานขนผักในตลาดยังหาเงินได้เป็นพันๆ บาท โดยการจัดบริการขายความสะดวกขนส่งสินค้าไปที่รถผู้ซื้อ หรือบางคนวิ่งไปมาหัวตลาดท้ายตลาดก็สร้างเงินได้นับพันจากส่วนต่างราคาโดยที่พวกเขาไม่ได้มีสินค้าอะไรเลย มีแค่การบริการ แล้วหากเป็นเพื่อนๆ ที่มีที่ดิน มีผลผลิตทางการเกษตร มีเครือข่ายการเกษตรหละ จะสร้างเงินได้ขนาดไหน! คิดดูเถอะ!

** **

Picture 030

** หากเพื่อนๆ อยากเป็นผู้รวบรวมสินค้าทางการเกษตรก็ต้องรู้จักคบค้ากับพ่อค้าตลาดไท! **

 Picture 098

** รายละเอียดการติดต่อค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เผื่อจะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆ! **

Picture 099

** ทักษะการเจราค้าขายก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นสำหรับการพูดคุยค้าขายต่อรองกับพ่อค้ามืออาชีพ! **

 

“จงอย่าเป็นคนฉวยโอกาส แต่ให้เป็นคนมองหาโอกาสและวิ่งเข้าหาโอกาส”
ขอให้เพื่อนโชคดีมีเงินถุงเงินถังครับ ^_^


วันนี้ขอเขียนย้อนหลังกลับไปวันก่อนสงกรานต์สักเล็กน้อยเพราะอยากจะประชาสัมพันธ์ให้สาธารณะได้รับทราบอย่างทั่วถึงกันถึงความสดใหม่และราคาที่น่าสนใจของอาหารทะเลจากตลาดทะเลไทยจังหวัดสมุทรสาครที่ผู้เขียนต้องไปโดยบังเอิญ ถึงแม้ว่าหลายท่านๆ ทราบดีแล้วแต่เชื่อแน่ว่าอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าหากเราต้องการซื้ออาหารทะเลสดๆ ใหม่ๆ ราคาถูก หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ตลาดข้างบ้านก็แย่เหลือเกินเพราะไปรับของโละมาจากตลาดใหญ่อีกทีหนึ่งจนความสดหายไปจนเกือบหมด หรือไม่ก็คิดจะไปซื้อถึงแพปลาแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาขึ้นปลากันที่ท่าไหนแพไหน อย่าคิดว่าคนอื่นจะรู้เหมือนกันหมดครับไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่มีความเลื่อมล้ำทางด้านการตลาดสำหรับสินค้าทางการเกษตรและอาหารทะเลเหมือนเช่นทุกวันนี้หรอก

ตลาดสินค้าการเกษตรและอาหารทะเลของบ้านเรานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและต้องการความเข้าใจเป็นอย่างสูง เรียกชนิดได้ว่าตลาดไหนตลาดนั้นกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดอาหารทะเลในประเทศไทยที่รู้กันในแวดวงพ่อค้าแม่ขาย ข่าวสารประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะไม่ค่อยมีให้ได้รับทราบก็เลยจำกัดอยู่แต่ในแวดวงคนทำอาชีพที่เกี่ยวข้องและถ้าหากเราประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้รับทราบหละ กำลังซื้อจะหลั่งไหลไปตลาดขนาดไหน และรวมถึงประโยชน์ทางอ้อมที่อาจจะสร้างอาชีพขึ้นมาอีกหลายต่อหลายราย

เริ่มกันเลยละกัน บ่นมากเดี๋ยวความดันขึ้น อิอิอิ -__-!!!

จริงๆ แล้วผู้เขียนตั้งในจะไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดมหาชัยเพราะเห็นว่าเป็นตลาดอาหารทะเลใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาครและเป็นตลาดที่คุ้นหูกันมานาน แต่พอไปถึงนั้นกลับปรากฏว่าไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิดและดูเหมือนตลาดสดทั่วๆ ไปที่เราๆ ท่านๆ ไปเดินซื้อผักซื้อไก่กัน ก็เลยทำให้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะมโนภาพไปถึงตลาดอาหารทะเลขนาดใหญ่ที่คราครั่งไปด้วยผู้คนและอาหารทะเลสดๆ ขึ้นจากแพวางเรียงรายกันเต็มตลาด เฮ้ออออ ผิดหวัง!

ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่อาหารทะเลแห้งกับปลาหมึกจนเวียนหัว แต่ก็พอสังเกตเห็นสิ่งที่เหมือนกันของทุกๆ ร้านก็คือถุงและสัญลักษณ์เครื่องหมายบนถุงที่ทำไว้เพื่อบ่งบอกความเป็นเจ้าของ จนฉุดคิดได้ว่าลักษณะนี้ก็คงจะไปรับมาจากที่เดียวกันเพื่อมาวางขาย แล้วพวกเขาไปรับปลาหมึกมาจากไหนหละ? ฉงนอยู่พักใหญ่จนต้องไปถามคนขับตุ๊กๆ ว่าแถวนี้มีแพปลาไหม คนขับตุ๊กๆ ก็แสนจะใจดีชี้ไปทิศทางของตลาดทะเลไทยแล้วบอกว่าเดินไปอีก 3 – 4 กิโลเมตรก็ถึง ได้เบาะแสมาแล้วบางส่วนแต่ก็ยังไม่ชัดเจนนักเลยต้องไปถามแม่ค้าแถวนั้นว่าแพปลาแถวนี้อยู่ตรงไหน แม่ค้าก็ใจดีบอกชื่อตลาดทะเลไทยและทิศทางให้เบ็ดเสร็จ

พอเดินทางถึงตลาดทะเลไทยซึ่งห่างจากตลาดมหาชัยเพียงไม่กี่กิโลเมตรก็จะเห็นป้ายตลาดทะเลไทยขนาดใหญ่ตลาดทะเลไทยนั้นตั้งอยู่ 1 / 2 หมู่ 1 ถ.พระราม 2 ต. ท่าจีน อ.เมือง จ. สมุทรสาคร 7400 การเดินทาง ตลาดทะเลไทยอยู่ติดกับถนนพระราม2 ก.ม.30 ใกล้สะพานท่าจีน ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางจากกรุงเทพประมาณ 45 นาที การคมนาคมสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวางมากมาย (แต่เสียตังค่าเข้า-ออก อิอิอิ) เวลาในการซื้อขาย ซื้อขายกุ้ง เวลา 24.00 – 06.00 น., ปลา เวลา 04.00 น., ปลาฉลาม เวลา 06.00 น. และปลาหมึก เวลา 07.00 น. คร่าวๆ ก็ประมาณนี้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะซื้ออาหารทะเลจากตลาดทะเลไทยนั้นจะเป็นช่วงตี 3 – 6 โมงเช้าเพราะหลายๆ แพจะนำรถขนกุ้ง หอย ปู ปลา ต่างๆ นาๆ มาลงขายในลักษณะการขายส่งในช่วงนี้ คำจำกัดความของคำว่าขายส่งของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน บางเจ้าขายยกถาดถึงจะเรียกว่าขายส่ง บางเจ้าแค่ 2 – 3 กิโลกรัมก็เรียกว่าขายส่งแล้วเพราะฉะนั้นเดินดูให้ทั่วก่อนรอบหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจซื้อ หากไม่แล้วท่านอาจจะเจ็บใจกับราคาที่ต่างกันอย่างน่าตกใจของร้านถัดไป อิอิอิ เชื่อหรือไม่ว่า จากกุ้งกิโลกรัมละ 100 บาทแต่พอออกจากส่วนขายส่งกลางมาอยู่ร้านรอบๆ ตลาดไทยแค่ไม่กี่เมตรราคากลับกลายเป็น 200 – 230 บาทไปเสียแล้ว อื้มม นะ! ค่าขนส่งแพงจริงๆ -___-!!! แค่เอารถเข็นเดินมาส่งกันนี่แหละ

Picture 580

Picture 583

การเตรียมตัว หุหุหุ
หัวข้อนี้สำคัญที่สุดเพราะเชื่อแน่ว่าหลายๆ ท่านไม่ค่อยไม่เดินตลาดสดเพราะปัญหาเรื่องกลิ่น ซึ่งต้องรับสภาพครับว่าอาหารทะเลนั้นมีกลิ่นแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและยิ่งเป็นการรวมตัวกันของสัตว์น้ำจากทะเลนาๆ ชนิดแล้วหละก็สุดยอดดดดดด การเตรียมตัวรับสภาพเรื่องกลิ่นจึงเป็นสิ่งที่เรียกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการไปเดินเล่นที่ตลาดทะเลไทย

การแต่งกายหากจะให้ดีหารองเท้าบู๊ทพลาสติกไปด้วยเถอะ ทุกคนที่นั่นใส่กันและหากท่านไม่ใส่ทุกคนจะมองท่านด้วยอาการแปลกๆ และจะรู้ได้ทันทีว่าท่านเป็นมือใหม่หัดเดินตลาด อิอิอิ เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ก้หาใส่ซะจะได้ไม่โดนกดราคา อิอิอิ ในข้อหาเป็นคนต่างที่ ้เผลอๆ ท่านอาจจะได้ราคาถูกกว่าปกติก้เพราะใส่รองเท้าบู๊ทไปเดินตลาดไทยนี่แหละเพราะดูเหมือนคนคุ้นเคยกับสถานที่ และไม่อยากบอกเลยว่าอย่าให้น้ำบนพื้นกระเด็นติดเสื้อผ้าท่านได้และควรล้างเท้า ล้างไม้ล้างมือก่อนกลับเพราะหากท่านกลับไปขึ้นรถทั้งๆ ที่มีกลิ่นปลาติดไปด้วยนั้น อื้มมม หือออออ เปิดแอร์แล้วสุดยอดเลยหละท่าน -__-!!! เชื่อเถอะท่านจะจำตลาดไทยไปอีกนานแสนนานเพราะกลิ่นนี่แหละ

Picture 581

อยากจะให้สาธารณะได้รับรู้รับทราบกันถ้วนหน้าเผื่อจะสร้างความสมดุลให้กับตลาดสินค้าการเกษตรและอาหารทะเลบ้าง ไม่ใช่ฤดูแพงก็แพงซะเหลือเกิน ส่วนฤดูล้นตลาดก็ถูกจนจะเททิ้ง ทั้งๆ ที่อีกภูมิภาคหนึ่งของประเทศยังขาดแคลนและไม่ได้รับประทานกันเลย แล้วจะเรียกได้ว่าล้นตลาดได้อย่างไร นี่แหละนะ คำจำกัดความของคำว่าล้นตลาดของประเทศไทย เฮ้อออออ กลุ้ม -__-!!!

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน