Archive for the ‘เรื่องเล่าสินเชื่อ ธ.ก.ส.’ Category





พักนี้มีเพื่อนๆ ถามคำถามเกี่ยวกับ ธกส มาเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งบางคำถามผู้เขียนก็พอจะตอบได้บ้างตามประสาลูกค้าใหม่ แต่บางคำถามผู้เขียนอึดอัดใจที่จะตอบจริงๆ ครับ และบางคำถามก็ไม่อยากจะตอบเอาเสียเลย เช่นว่า นานไหม? ได้เงินเมื่อไหร่? ได้เงินเท่าไหร่? คำถามเหล่านี้ผู้ที่ถือเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ ธกส ที่ดูแลบัญชีเราอยู่คงจะเป็นผู้ที่ตอบได้ดีที่สุดครับ เพราะรู้รายละเอียดมากสุด รู้ดีว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แต่ตรงกันข้ามเพื่อนๆ หันมาถามผู้เขียนซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร ฮ่ะๆ
ผู้เขียนเลยคิดว่าบางคำถามเพื่อนๆ ถามกับ ธกส โดยตรงเลยจะดีกว่าเลยพยายามรวบรวมรายชื่อและเบอร์ติดต่อธนาคาร ธกส ไว้ให้เพื่อนๆ ซึ่งก็ทำมาได้พักหนึ่งแต่ก็ติดที่ไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้มีเวลาเลยหยิบรายชื่อและเบอร์ติดต่อ ธกส สาขาต่างๆ ทั่วประเทศที่ผู้เขียนได้พยายามรวมรวบไว้ให้เพื่อนๆ มาเผยแพร่เผื่อจะพอมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ธกส แม้แต่น้อย

baac_tower5** ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนตครับ แฮะๆ ผู้เขียนไม่ได้ไปถ่ายเองหรอก ผู้เขียนบ้านนอก หลง ไปไม่ถูก -__-!! **

หากเพื่อนๆ สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับสินเชื่อ นโยบาย หรือหลักวิธีการของ ธกส (หรือร้องเรียน ฮ่ะๆ) ก็สามารถพูดคุยกับสาขาใหญ่ได้เลยโดยตรง คงจะได้ผลและได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าผู้เขียนเป็นแน่แท้

** ส่วนรายชื่อของจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศจะทยอยเผยแพร่ต่อๆ ไปครับ **

** เออ คือ! ถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนไปขอกู้เงินแล้วกู้ได้ ก็แวะมาแบ่งผู้เขียนบ้างนะ พักนี้ผู้เขียนกำลังจน ฮ่ะๆ -__-!!!**

ธกส สำนักงานใหญ่
ที่อยู่ 469 ถนนนครสวรรค์, แขวงสวนจิตรลดา, เขตดุสิต, กรุงเทพมหานคร
โทร (02) 2800180, 2817355 โทรสาร (02) 2800442, 2805320
————————–
ธกส สาขาอาคารประชาชื่น
ที่อยู่ 48/8 หมู่ที่ 18, ซอยเสริมสุข, ถนนประชาชื่น, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 5868855, 5869955
————————-
ธกส สาขาอาคารจตุจักร
ที่อยู่ 109 ถนนกำแพงเพชร, แขวงลาดพร้าว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 2713345-7, 2713351-53



ปัจจุบันความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาคการเกษตรนั้นมีมากแต่กำลังการผลิตหรือการเพาะปลูกในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านจากลาวและเขมร ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการอนุมัตินำเข้าเป็นปริมาณกว่า 54700 ตันจากประเทศเพื่อนบ้านเรา และเพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดและแปรรูปข้าวโพดให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทาง ธกส (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) จึงมีนโยบายปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุนเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เป้าหมาย ได้กู้เงินเพื่อการผลิตอย่างเพียงพอต่อความต้องการใช้ และอัตราดอกเบี้ยต่ำ

2.  เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตรงความต้องการของตลาด ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยการให้ความรู้ด้านการผลิต และการจัดการผลผลิตแก่ลูกค้าในโครงการ

 

คุณสมบัติผู้กู้

เป็นลูกค้าตามข้อบังคับฉบับที่ 44 ประจำสาขาที่เพาะปลูกข้าวโพด

 

อัตราดอกเบี้ย

กำหนดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR

 

เงื่อนไข

1. พื้นที่ดำเนินการ  พื้นที่ 20 จังหวัด คือ

เพชรบูรณ์, นครราชสีมา, ตาก, เลย,น่าน, เชียงราย, นครสวรรค์,ลพบุรี, พิษณุโลก, พะเยา, สระแก้ว, สระบุรี อุทัยธานี, แพร่, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, อุตรดิตถ์, ลำพูน, ชัยภูมิ และสุโขทัย

2. กำหนดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้กรณีค่าใช้จ่ายหมุนเวียนไม่เกิน 12 เดือน กรณีเงินลงทุนไม่เกิน 15 ปี

 

หลักประกันเงินกู้

การกำหนดหลักประกันเงินกู้ ให้ถือปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติปกติของธนาคาร กรณีวัตถุประสงค์การกู้เงินเพื่อเป็นค่าลงทุน โดยจำนองที่ดินเป็นประกันผ่อนผัน ให้ใช้หลักประกันจำนองที่ดินพร้อม   สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักรอุปกรณ์ ค้ำประกันเงินกู้ได้ไม่เกินหนึ่งเท่าของราคาประเมินวงเงินตามสัญญาจำนอง

IMG_3303



อากาศดีๆ แบบนี้มาคุยกันเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรดีกว่า หุหุหุ

อย่างที่ท่านผู้อ่านทราบกันดีว่ารัฐบาลมีนโยบายจัดทำบัตรเครดิตให้เกษตรกรเพื่อใช้เป็นทุนหรือเพิ่มสภาพคล่องในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร

 

ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงของบัตรสินเชื่อเกษตรกรนั้นได้แก่

 

1. บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

 

2. ใช้ซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยใส่นาข้าว และยากำจัดศัตรูพืชในนาข้าวเป็นต้น แต่เดิมนั้นการใช้บัตรนี้จำกัดความแค่ชาวนาแต่ปัจจุบันได้ขยายความครอบคลุมไปสู้อาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรด้วย เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสำปะและชาวสวนหลังเป็นต้น

 

3. ใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งแต่ละรายจะมีวงเงินที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสาขาอาชีพ กระแสเงินสดในบัญชี และความเหมาะสมของผู้ถือบัตร

 

3. สามารถใช้บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ซื้อสินค้าทางการเกษตรและอุปกรณ์ทางการเกษตรต่างๆ ได้กับร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ ธกส ในจังหวัดนั้นและร้านที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ใช้ไม่ได้ อิอิอิ

ปลอดดอกเบี้ย 30 วันแรกเมื่อใช้บัตรแต่ละครั้งและจะปิดยอดทุกๆ วันที่ 30 ธันวาคมของทุกปีโดยนำสมุดเหลือง และบัตรประชาชนติดต่อขอรับบัตรได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านสังกัดอยู่

*** ตามความเห็นส่วนตัวนั้นบัตรเครดิตเกษตรกรนั้นคล้ายกับสินเชื่อเพื่อการเกษตรที่ทาง ธกส เคยมีโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับเกษตรกรแล้วไปจัดซื้อจัดหากันเองตามอัธยาศัยก็ปรากฏว่ามีการใช้จ่ายกันอย่างผิดจุดประสงค์ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการชำระหนี้และกระแสเงินที่ไหลไปทางอื่น เห็นว่าไหลลงไปในขวด อิอิอิ -__-!!! ทาง ธกส ก็เลยออกมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยยังคงการให้สินเชื่อกับเพื่อเป็นทุนกับเกษตรกรอยู่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง นับว่าเป็นนวัฒกรรมทางสินเชื่อของ ธกส ก็ว่าได้และก็หวังว่าจะแก้ปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของเกษตรกรได้ ***

Credit Card*** ขอขอบคุณรูปภาพจากทาง ธกส ครับ ***



เพื่อนสมาชิกเกษตรท่านหนึ่งถามมาถึงรายละเอียดการขอสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำมาประกอบอาชีพแบบ “สินเชื่อ 108 อาชีพ”

จริงๆ แล้วผู้เขียนไม่ได้มีประสบการณ์การขอสินเชื่อแบบ 108 อาชีพ แต่เพื่อนๆ ถามมาจะไม่ตอบก็เสียน้ำใจเลยต้องไปถามป้าดาวข้างบ้านที่เคยมีประสบการณ์การขอสินเชื่อแบบ 108 อาชีพ
ป้าดาวเล่าว่า (ทำเป็นนิทานเลย (-__-!!!))

ป้าดาวและครอบครัวเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อไปทำสวนและทำอาชีพเย็บผ้าเป็นอาชีพเสริม แต่บังเอิญไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมากนักเลยอยากจะไปขอสินเชื่อกับธนาคาร ธ.ก.ส. ตามที่เคยได้ยินการประชาสัมพันธ์เรื่องสินเชื่อ 108 อาชีพ แต่ติดขัดปัญหานิดหน่อยที่ว่าป้าดาวไม่ใช่คนในพื้นที่เลยต้องย้ายทะเบียนบ้านและอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป แล้วจึงจะสามารถไปทำเรื่องขอสินเชื่อแบบ 108 อาชีพได้ โดยขั้นตอนแรกนั้นป้าดาวจะต้องเป็นสมาชิก ธ.ก.ส. ในพื้นที่นั้นก่อน

สำหรับการเป็นสมาชิก ธ.ก.ส. นั้นปัจจุบันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย
1. มีอายุ 20 – 60 ปีบริบูรณ์
2. มีความชำนาณในวิชาชีพนั้นๆ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี
3. มีบุคคลค้ำประกัน ซึ่งอาจจะเป็นสมาชิก ธ.ก.ส. ด้วยกันจำนวน 2 ท่านก็ได้ หรือบุคคลทั่วๆ ไปที่ ธ.ก.ส. อาจจะดูเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงานก็ 2 ท่านอีกนั่นแหละ หรือข้าราชการระดับซี 3 ขึ้นไป เป็นต้น

002

รายละเอียดการขอสินเชื่อแบบ 108 อาชีพ
1. ขอขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าผู้กู้ ธ.ก.ส. โดยจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ที่ ธ.ก.ส. สาขานั้นๆ ตามชื่อในทะเบียนบ้าน
2. เตรียมเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน (ใบสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ ต่างๆ นาๆ ถ้ามี) บัตรแสดงรายได้เช่น สลิปเงินเดือนหรือรายได้ประจำต่างๆ ถ้ามีก็จะทำให้การพิจารณานั้นง่ายขึ้น
3. แจ้งวัตถุประสงค์การขอสินเชื่อกับเจ้าหน้าที่
4. หลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นก็สามารถใช้โฉนดหรืออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ได้ ยกเว้น ภบท.5 โดยโฉนดนั้นก็ได้ร้อยละ 80 และ สปก นั้นก็ได้ประมาณร้อยละ 50 จากราคาประเมิน ลดหลั่นลงมาหรือหากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็สามารถรวมกลุ่มแบบกลุ่มแม่บ้านแล้วก็ไปขอกู้ หรือใช้บุคคลค้ำประกัน (เห็นป้าดาวขอแบบรวมกลุ่มจะได้เยอะกว่าเพราะเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. จะปล่อยสินเชื่อให้ 50,000-300,000 บาทเลยทีเดียวแต่ถ้าขอเป็นรายบุคคลก็ได้น้อยหน่อยเพราะรายบุคคลจะได้สินเชื่อประมาณ 3,000-100,000 บาทต่อรายซึ่งก็แล้วแต่วัตถุประสงค์การประกอบอาชีพนั้นๆ ความสามารถในการชำระ และตามมูลค่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันจากการประเมินราคา)

4.1 ถ้าใช้โฉนดหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือจำนองก็จะมีขั้นตอนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินคือ เสียค่าประเมินร้อยละ 0.25 ของมูลค่าเงินจำนองโดยเสียขั้นต่ำ 500 บาทและสูงสุด 10,000 บาท การประเมินใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

5. ถ้าสาขารับขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าผู้กู้แล้วก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ที่จะพิจารณาและส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าเป็นจริงแท้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอไปหรือไม่ (ป้าดาวเล่าว่าเจ้าหน้าที่มานั่งคุยถึงหน้าบ้าน พูดจาเป็นกันเองน่ารักมาก ^-^)

6. ระยะเวลาเวลาดำเนินการนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเป็นลูกค้าใหม่ก็นานหน่อยประมาณ 30 – 45 วันทำการที่นานเพราะตรวจสอบ
ถ้าเป็นลูกค้าเก่าก็จะไวกว่าคือประมาณ 2 สัปดาห์เพราะเจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้วไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบรอบที่ 2

7. เสร็จสินขั้นตอนต่างๆ แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ที่ป้าดาวเปิดไปแล้ว

ป้าดาวแนะนำอีกว่าหากจะให้ง่ายก็ควรจะเริ่มประกอบอาชีพนั้นก่อนเพื่อพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเรามีการประกอบอาชีพจริงๆ และต้องการเงินทุนมาหมุนเวียนหรือนำมาส่งเสริมอาชีพ ซึ่งจะง่ายกว่าการไปขอสินเชื่อเพื่อเริ่มต้นใหม่

เห็นไหม ธ.ก.ส. เค้าน่ารักแบบนี้นะแหละ

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน