Posts Tagged ‘ดินเหนียว’

วิธีปรับปรุงดินเหนียวให้เหมาะสำหรับปลูกพืช



ว่าแล้วจะต้องมีคนถามคำถามนี้ตามมาหลังจากคุยกันเรื่องการปลูกพืชบนดินลูกรัง

ดินเหนียวเป็นดินที่มีลักษณะเนื้อละเอียด น้ำซึมผ่านได้ยากบางครั้งรดน้ำข้างบนจนเละเป็นโคลนแต่ด้านใต้ผิวดินยังเป็นผงฝุ่นอยู่เลย ดังนั้นหากจะต้องใช้ปลูกพืชก็ควรปรับปรุงดินโดยการใส่อินทรีย์วัตถุที่มีลักษณะละเอียดและอุ้มน้ำได้ดี เช่นฟางข้าว แกลบ ขี้เลื่อยต่างๆ ผสมคลุกเคล้าไปกับดินเพื่อให้คุณลักษณะทางกายภาพของดินเปลี่ยนไปให้การดูดซึมน้ำและน้ำไหลผ่านได้ดีขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปอินทรีย์วัตถุเหล่านี้ก็จะสลายตัวและรวมตัวเข้ากับดินเหนียวทำให้ดินมีคุณลักษณะที่ดีขึ้นจนสามารถปลูกพืชได้ตามปกติ

โดยที่สวนต้องเจอกับปัญหาดินเหนียวจากก้นบ่อที่พอโดนแดดหน่อยก็จะแข็งเป็นหินแต่พอโดนน้ำก็จะเหนียวติดจอบ เอะ! ทำไมดินคุณถาพแย่ๆ มาอยู่ที่สวนเราหมดเลยเนี่ยะ! เกือบครบชุดปัญหาเรื่องดินเลยนะเนี่ยะ -__-!!! และหากต้องการเร่งปฏิกิริยาให้การย่อยสลายตัวของอินทรีย์วัตถุที่ผสมคลุกเคล้ากับดินเหนียวย่อยสลายเร็วขึ้นก็สามารถนำน้ำหมักชีวภาพมาผสมน้ำในอัตรา 1 ลิตรต่อน้ำ 30 ลิตรราดลงบนดินที่ผสมอินทรียวัตถุแล้วทุกๆ 5 – 7 วันก็จะสามารถย่นระยะเวลาการย่อยสลายตัวของอินทรียวัตถุได้ วิธีนี้ใช้ได้ผลกับที่สวนผู้เขียนหากเพื่อนๆ อยากจะเอาไปทดลองแก้ปัญหาดินเหนียวที่สวนของเพื่อนๆ ก็สามารถทำได้ไม่หวงห้ามขอรับ ^-^
Picture 208

Picture 201

สภาพดินลูกรังปลูกพืชอะไรถึงจะดี



สภาพดินลูกรังปลูกพืชอะไรถึงจะดี

ขอบคุณเพื่อนๆ ชาวเกษตรอีกครั้งครับที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบลอคบ้านๆ ของผู้เขียนที่หาสาระอะไรก็ไม่ค่อยจะมี

วันนี้ก็มีเพื่อนชาวเกษตรมาฝากคำถามไว้ให้ผู้เขียนรับใช้อีกเช่นเคย

สภาพดินเป็นลูกรัง ดิน ดินกรวด แข็งๆ หรือหินจะสามารถปลูกอะไรได้บ้าง?
แล้วทำอย่างไรถึงจะปรับปรุงดินแบบลูกรังให้ดีขึ้นได้?

ก็อยากจะขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าผู้เขียนไม่ได้เรียนเกษตรมาไม่ได้จบการศึกษาที่สูงนัก (จะว่าไม่สูงก็ไม่เชิงนะเพราะโรงเรียนผู้เขียนอยู่บนยอดดอย (-_-!!!)) ถ้าจะให้ตอบคำถามเป็นวิชาการนั้นคงจะไม่มีศักยภาพเพียงพอ แต่ถ้าให้โม้ไปเรื่อยๆ ตามแต่ประสบการณ์ที่มีจะพาไปก็พอไหว อิอิอิ

เรื่องดินลูกรังหรือดินกรวดนั้นผู้อ่านก็เคยประสบมาอยู่บ้างเลยพอจะเข้าใจปัญหา เพราะผู้เขียนก็มีที่ดินแบบลูกรังอยู่แปลงหนึ่งตั้งอยู่ในเขตที่ร้อนที่สุดและแล้งที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี (แปลงที่ผู้อ่านเห็นในรูปนั่นแหละ) ดินไม่ค่อยจะอุ้มน้ำ หน้าแล้งแล้งได้ใจ หน้าหนาวก็หนาวเหน็บ เหยียบไปก็เจอหินบาดเท้าอีกวิบากกรรมดีแท้ หน้าฝนน้ำท้วมเพราะส่วนผสมของหลักดินลูกรังคือหินกับดินเหนียว
ไปร้องขอรถไถมาช่วยก็ส่ายหน้าไปตามๆกัน ขนาดเกาะแข้งเกาะขาบีบน้ำตาขอร้องแบบหนังไทยก็ยังไม่ได้ผลเพราะผานพรวนดินจะบิ่นหมด ไม่คุ้มค่าไถ

จนสุดท้ายต้องแก้ปัญหาตามมีตามเกิด

IMG_1403

Road001

โดยผู้เขียนก็แบ่งระดับการแก้ปัญหาเป็น 3 ระยะ จะเรียกว่าแก้ปัญหาก็ไม่ถูกนักน่าจะเรียกว่าการปรับตัวใช้ดินลูกรังให้เกิดประโยชน์คงจะถูกต้องกว่า เพราะปัญหาคือดินเราเลยแก้ปัญหาไม่ได้ ได้แต่ปรับตัวตามสภาพดิน ถึงจะบอกว่าอิสราเอลปลูกพืชกลางทะเลทรายได้ก็เถอะแต่ก็ต้องใช้การลงทุนที่มหาศาล ทั้งขนดิน ทั้งขุดน้ำ แล้วชาวบ้านตาดำๆ บ้านเรา ไม่มีเงินทุน ไม่มีเทคโนโลยีขนาดนั้นจะทำยังไงดีหละ

1. การจัดการระยะสั้น (1 – 2 เดือน) ดินเสียนักใช่ไหม? ก็ไม่ต้องพึ่งมันเลย ก่อกำแพงดินเล็กๆ ขึ้นมาแล้วก็หาปุ๋ยคอกมาใส่แล้วก็ปลูกผักมันบนปุ๋ยคอกนั้นแหละ งามดีเหมือนกัน

2. การจัดการระยะกลาง (7 – 9 เดือน) ผู้เขียนปลูกกล้วยเพื่ออาศัยรากกล้วยกอกล้วยในการเก็บความชื้นไว้ในดิน ยอมรับเลยว่าระยะแรกใช้ปุ๋ยคอกกับเศษวัชพืชเยอะมากเพื่อให้ต้นกล้วยเหล่านี้โตพอที่จะต้านทานความแห้งแล้ง พอกล้วยรอดแล้วดินเริ่มมีความชื้นก็ดูเหมือนว่าจะมีความหวังขึ้นอีกหน่อย หญ้าแฝกก็พอเริ่มจะปลูกได้รอบๆ ต้นกล้วย กลายเป็นพุ่มเหมือนโอเอซิสกลางผืนดินลูกรังนั่นแหละ ส่วนการปลูกแฝกตั้งแต่ทีแรกนั้นดูจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะปลูก 100 ต้นแต่รอดแค่ 2 ต้น (-_-!!!) ต้นแฝกเองก็ใช้ความชื้นพอสมควรเพื่อให้รากงอก นี่ขนาดอนุบาลในถุงดำก่อนลงดินแล้วนะ ไม่รู้สิ!!! ท่านอื่นปลูกอาจจะได้ผลดีกว่านี้

3. การจัดการระยะยาว (12 เดือนขึ้นไป) จริงๆ ต้องเรียกว่าปัญหาระยะไกลถึงจะถูกเพราะต้องหิ้วต้นยูคาฯ ไปปลูกท้ายไร่ไกลมาก แค่หิ้วต้นยูคาลิปตัสก็ลิ้นห้อยแล้วเจอดินชนิดจอบสับเข้าไปแล้วจอบกระเด็นอีก แต่ก็ต้องปลูกทำยังไงได้ ถึงหล่ายๆ ท่านจะบอกว่ายูคาฯปลูกแล้วทำลายหน้าดิน แล้วดินลูกรังจะมีอะไรให้มันทำลายอีก ยูคาฯ เป็นไม้โตเร็วที่ระบบรากแข็งแรงมากและทนต่อสภาพอากาศเกือบทุกแบบ ใบยูคาร่วงเยอะมากและใบนั้นก็จะช่วยคลุมดินและจะสลายเป็นธาตุอาหารต่อไป หลังจากนั้นก็พอจะปลูกไม้ป่าไม้ยืนต้นแบบมีรากแก้วได้บ้าง เช่น ต้นสักจากเมล็ด ต้นประดู่ ส่วนการปลูกไม้ผลนั้นจะต้องรอดินลูกรังถูกปรับสภาพซักระยะหนึ่งถึงจะเริ่มหาไม้ผลที่มีรากแก้วมาปลูกได้ เช่น มะม่วง มะขาม

เพื่อนๆ ชาวเกษตรคงสังเกตแล้วว่าผู้เขียนเน้นปลูกไม้ที่แข็งแรงทนแล้งได้ดี และมีระบบรากแข็งแรงเพียงพอที่จะเจาะทะลุชั้นลูกรังลงไป ผู้อ่านเคยลองปลูกไม้ผลแบบตอนกิ่งเหมือนกันแต่ปรากฏว่าไม่สามารุอยู่รอดได้ในสภาวะแบบนั้นได้ คงต้องอดทนมากกว่าปกตินิดหนึ่งครับสำหรับดินลูกรัง แต่อย่างน้อยเราก็มีที่ดินที่เป็นของเราไม่ใช่หรือ ^-^

ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นระดับอาจารย์ๆทั้งหลายท่านจะแก้ไขปัญหายังไง ผู้เขียนก็ได้แต่แก้ปัญหาแบบบ้านๆ ตามแต่กำลังจะมี
ถ้าเกิดมีวิธีอะไรดีๆ ก็กระซิบบอกกันด้วย อิ อิ อิ

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน