Posts Tagged ‘ถั่วฝักยาว’

วิธีการปลูกถั่วฝักยาวให้ได้ผลผลิตดี



เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งกำลังทดลองปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ไว้หลังบ้านเพื่อนเป็นอาหารและลดค่าใช้จ่ายประจำบ้าน ได้กรุณาเข้ามาเยี่ยมชมเวปไซด์ http://www.mygreengardens.com ของเราและได้ฝากคำถามไว้ให้
“ปลูกถั่วฝักยาวยังไงให้ได้ผลผลิตเยอะๆ?”
เกษตรกรบ้านๆ อย่างผู้เขียนก็ไม่ได้มีเคล็ดลับหรือวิธีการปลูกอะไรที่มันจะพิสดารไปกว่าท่านๆ ทั้งหลายเลยไม่รู้จะเล่าเคล็ดลับให้ฟังยังไง (เพราะมันไม่มี หุหุหุ) เอาเป็นว่าเล่าวิธีการดูแลรักษาถั่วฝักยาวให้กันฟังดีกว่า ใครเคยฟังแล้วก็ฟังกันอีกรอบละกัน วะฮ่ะๆ

จริงๆ แล้วถั่วฝักยาวเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น (สั้นมากกกกก!) ที่ปลูกง่ายและติดดอกออกผลเร็ว และเป็นพืชที่ขายได้เรื่อยๆ ส่วนเรื่องราคานั้นก็ไม่ถือว่าขี้เหล่แต่อย่างใดเผลอๆ บางช่วงจังหวะก็ขายถั่วฝักยาวได้ราคาดี เช่น ฤดูร้อน กินเจ
วงจรชีวิตของถั่วฝักยาวนั้นแสนสั้นครับ
หลังจากหยอดเมล็ดลงหลุมพร้อมรดน้ำให้ชุ่มแล้วก็ใช้เวลาเพียง 4 – 5 วันก็จะงอกโผล่ดินมาให้เห็น
พอปลูกได้ 40 – 50 วันก็จะเริ่มติดดอกออกผล
อายุการเก็บเกี่ยวก็จะมีแค่ 20 – 30 วัน โดยทยอยเก็บวันเว้นวัน

Picture 012

*** ***

 Picture 013

*** ***

Picture 853

*** ***

 Picture 846

*** ***

Picture 851

*** ***

Picture 844

*** ***

Picture 841

*** ***

ถั่วฝักยาวนั้นโดยธรรมชาติก็เป็นพืชที่ติดดอกออกผลง่ายอยู่แล้วครับ ซึ่งการติดดอกนั้นก็อาจจะเป็นหัวใจของจำนวนผลผลิตของถั่วฝักยาวก็ว่าได้หากรักษาจำนวนดอกไว้ได้มากเท่าใดก็หมายถึงจำนวนฝักที่มากเท่านั้น เพราะบางต้นออกดอกมาเยอะมากแต่ปรากฏว่าเหี่ยวแห้งร่วงหล่นไปซะอย่างนั้น ฉนั้นหากเราอยากได้ผลผลิตถั่วฝักยาวมากก็ต้องดูแลรักษาดอกถั่วไว้เพื่อให้ติดฝักมากที่สุด ไม่ร่วงหล่นไปกับพื้น โดยวิธีของผู้เขียนนั้นจะเน้นการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอบริเวณโคนต้นทั้งเช้า-เย็นช่วงที่ถั่วฝักยาวติดดอก (ประมาณว่าหากขาดความชื้นหรือน้ำที่เพียงพอดอกถั่วฝักยาวจะร่วง) แล้วบำรุงด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเก่า เช่น มูลวัวหรือมูลไก่บริเวณโคนต้น (โทษทีที่บ้านจน ไม่มีตังซื้อปุ๋ยเคมี -__-!!!) และผู้เขียนนิยมที่จะปลูกถั่วฝักยาวไว้แปลงด้านในเพื่อที่ไม่ให้โดนลมมากนักเพื่อเป็นการป้องกันดอกร่วง หรือหากจะหวังผลผลิตช่วงหน้าร้อนก็เตรียมตัวขึงผ้าใบกันแดดไว้ได้เลย รับรองว่าช่วยลดอัตราดอกถั่วฝักยาวร่วงไปได้เยอะ ใครจะปลูกขายให้ได้ราคาก็เตรียมตัวศึกษาการปลูกช่วงหน้าร้อนไว้ได้เลย ราคาแพงทุกปี

ความสำคัญของน้ำกับการปลูกผักหน้าร้อน



นานๆ ทีจะได้มีโอกาสลาหยุดวันเสาร์กับเขาเสียที ซึ่งปกติก็ทำงานเหมือนทาสอยู่ 6 วันต่อสัปดาห์ในเมืองใหญ่อันน่าเบื่อ!!
วันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการมาบ่นและเล่าสู่กันฟัง อิอิอิ

นานๆ ทีได้โอกาสเลยไปเยี่ยมเยียนคุณลุงคุณป้าข้างบ้านที่เคยไปติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ในสวนผักให้เมื่อ 2 เดือนก่อนเพราะปกติแล้วท่านทั้งสองมักจะบ่นว่าฤดูร้อนไม่มีรายได้อะไรเลยเพราะปลูกผักไปก็ตายเกือบหมดหรือไม่ก็ดอกร่วงจนไม่ติดดอกออกผล ติดตั้งกันแบบฟรีๆ ไม่คิดค่าแรง วัสดุอุปกรณ์อันไหนเหลือใช้จากที่สวนก็ขนๆ ไปใส่ให้จนสุดท้ายก็ออกมาให้เห็นอย่างในภาพ

Picture 493

ปกติคุณลุงคุณป้ามีอาชีพหลักคือชาวสวนไร่อ้อยและมันสำปะหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง แต่ก็ประสบปัญหาขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง เสมอตัวบ้างเรื่อยๆ มา แต่มาคราวนี้ก็ได้ยุยงส่งเสริมให้ไถอ้อยทิ้งไป 1 ไร่เพื่อทดลองเปลี่ยนเป็นแปลงผักสวนครัวที่มีลักษณะการหมุนเวียนของผลผลิตที่เร็วขึ้นซึ่งนั่นก็หมายถึงว่ารายได้เริ่มจะมีแบบรายวันเพราะได้แนะนำให้รู้จักแม่ค้าเจ้าประจำที่มารับผักที่สวนให้แวะมาเยี่ยมแปลงผักของคุณลุงคุณป้าบ้าง ผลการทดลองนี้ก็ดูจะได้ผลตามที่คาดหมายเพราะคุณลุงคุณป้าไม่บ่นเรื่องรายได้ที่ขาดมือแล้วเพราะปัจจุบันมีรายได้เสริมจากการขายพืชผักสวนครัว ผักชี แตงกวา มะเขือเทศ และถั่วฝักยาวให้กับแม่ค้าทุกๆวัน แต่หันมาบ่นเรื่องปวดหลังแทนเพราะอยู่ในสวนผักทั้งวัน หุ หุ หุ

Picture 498

คุณลุงคุณป้าพึ่งปลูกมะเขือเทศไปได้ไม่กี่อาทิตย์และกำลังรอให้มะเขือเทศโตผู้เขียนจึงแนะนำให้ปลูกแตงกวากลางร่องผักเพื่อคลุมดินรักษาความชื้นและใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์
การปลูกแตงกวานั้นทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากหรือหากจะปลูกแบบเลื้อยไปกับพื้นก็ได้เช่นกัน เพียงแค่ระยะเวลา 1 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว โดยอัตราผลผิตนั้นหากปลูกแบบจริงจังก็จะได้ประมาณ 1 – 1.5 ตันต่อไร่ หากปลูกแบบเล่นๆ โดยหวังแค่ใช้พื้นที่ในร่องผักให้เป็นประโยชน์ก็จะได้ประมาณ 400 – 600 กิโลกรัมต่อรอบ เอะ!! จะว่าไปก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ยะ โดยแถวระแวกนั้นก็จะขายกันในราคาหน้าสวนที่กิโลกรัมละ 10 บาท

Picture 496

Picture 495

Picture 494

จะว่าไปแล้วน้ำก็จัดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกผักในช่วงหน้าร้อนซึ่งพืชต้องการน้ำสำหรับการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตมากเป็นพิเศษ เพราะพืชคายน้ำและสูญเสียน้ำไปกับอากาศที่ร้อนมากกว่าปกติและลมร้อนที่พัดอยู่ตลอดเวลาทำให้ปริมาณน้ำในตัวพืชนั้นลดลงและพืชก็ต้องการน้ำเพิ่มมากกว่าปกติเพื่อนำมาทดแทน ดังนั้นการปลูกพืชหน้าร้อนในปัจจุบันจึงต้องมีการวางระบบน้ำที่ดีเพื่อผลผลิตที่คุ้มค่า และการใช้วัสดุคลุมดินต่างๆ เพื่อรักษาความชื้นในดินไว้ให้ได้มากที่สุด โลกเราร้อนขึ้นทุกทีๆ เฮ้ออออ -__-!!!

การจัดการดินสำหรับพื้นที่นาปลูกข้าวหลังน้ำท่วม



จากการเกิดสถาวะน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก แม้แต่พื้นที่นาปลูกข้าว มีน้ำท่วมขังเป็นปริมาณมากและเป็นระยะเวลานานจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้าวที่ปลูก ดังนั้นหลังจากน้ำลดลงอยู่ในระดับปกติ จำเป็นต้องเข้าไปดูแลจัดการดินและพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่นั้นๆ

กรณีที่ 1 สำหรับข้าวที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยและอยู่ในช่วงเจริญเติบโต
1. ระบายน้ำออกและควบคุมระดับน้ำให้เหลือประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร
2. ใส่ปุ๋ยให้ข้าวตามอัตรที่กำหนดเพื่อฟื้นสภาพต้นข้าว
3. ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำในอัตรส่วน 1 ต่อ 500 เพื่อบำรุงต้นข้าวหรือใส่ลงในน้ำด้วยอัตรา 5 ลิตรต่อไร่ต่อครั้ง เมื่อข้าวมีอายุ 50 และ 60 วัน
4. เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเมื่อถึงอายุเก็บเกี่ยว

Picture-267

กรณีที่ 2 สำหรับข้าวที่ได้รับความเสียหายมากจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
1. ระบายน้ำออกแล้วปล่อยให้ดินแห้ง
2. ทำการไถกลบตอซังข้าว
3. เตรียมดินปลูกพืชอายุสั้น

พืชที่แนะนำ
1. ถั่วเหลือง โดยเฉพาะพันธุ์ สจ.4, สจ.5 (ใช้เมล็ด 10 – 13 กิโลกรัมต่อไร่) และเชียงใหม่ 60 (ใช้เมล็ดพันธุ์ 12 – 15 กิโลกรัมต่อไร่)
1.1 เริ่มต้นด้วยการตัดต่อซังข้าวหรือไถกลบ
1.2 นำเมล้ดพันธุ์ถั่วเหลืองคลุกเชื้อไรโซเบียมแล้วปลูกเป็นแถวโดยการใช้ไม้ปลายแหลมทำหลุมกว้าง 2 – 3 เซนติเมตร ลึก 3 – 4 เซนติเมตร แล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ 4 – 5 เมล็ดต่อหลุม
1.3 ใบสภาพนาและสภาพไร่ถ้าดินมีค่าความเป็นกรดด่างต่ำกว่า 5.5 ให้หว่านปูนขาวในอัตรา 100 – 200 กิโลกรัมต่อไร่
1.4 ระยะปลูกที่เหมาะสม 25 x 25 เซนติเมตร
1.5 เก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่ออายุ 90 วัน
การใส่ปุ๋ยสำหรับถั่วเหลือง
ดินร่วนทรายซึ่งมีอินทรียวัตถุต่ำ ใส่ปุ๋ยสูตร 10-20-10 ในอัตรา 25 – 35 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูตร 12-24-12 ในอัตรา20 – 30 กิโลกรัมต่อไร่

ดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียว เป็นดินที่มีสีน้ำตาลให้ใส่ปุ๋ยสูตร 10-20-10 หรือ 12-24-12 ในอัตรา 20 – 30 กิโลกรัมต่อไร่

ดินเหนียวสีดำ ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 0-45-0 ในอัตรา 15 – 20 กิโลกรัมต่อไร่ โดยรองก้นหลุมหรือโรยเป็นแถวพร้อมปลูกหรือหลังปลูก 20 – 25 วัน
IMG_3419

2. ปลูกพืชอายุสั้น เช่น ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ข้าวโพดฝักอ่อน ผักบุ้งจีน เป็นต้น
2.1 ปล่อยดินให้แห้งแล้วเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมดิน
2.2 ไถกลบตอซังแล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 2 ตันต่อไร่แล้วจึงคลุกเคล้ากับดิน
2.3 เตรียมดินละเอียดยกแปลงกว้าง 4 – 5 เมตรพร้อมทั้งชักร่องน้ำกว้าง 50 เซนติเมตร
2.4 ปลูกผักชนิดต่างๆ
2.5 ใส่ปุ๋ยตามตำแนะนำตามแต่เฉพาะพืช และฉีดพ่นหรือรดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำเจือจาง 1 ต่อ 500 ส่วนทุก 15 วัน
*** ขอขอบคุณกลุ่มวิจัยและพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวและนานอกเขตชลประทาน สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินเจ้าของบทความและความรู้ เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาเผยแพร่ให้ได้รับความรู้ทั่วกัน หากไม่เหมาะสมประการใดสามารถแจ้งลบได้ครับและขอรับรองว่าบทความนี้ไม่ได้ถูกใช้ในเชิงการค้าแต่อย่างใด ***

หวังรวยด้วยถั่วฝักยาว



เพื่อนๆ ถามกันเยอะครับว่าหน้าร้อนนี้ปลูกอะไรดี คำตอบก็ยังเป็นเหมือนเดิมครับปลูกพืชผักสวนครัวที่โตทันเดือนเมษายน รับรองเห็นเงินครับ

ส่วนเพื่อนๆ ที่ถามผู้เขียนว่าปลูกอะไรรอฤดูร้อนนี้? จริงๆ พืชแต่ละอย่างก็แล้วแต่ตลาดในพื้นที่นั้นๆ ด้วยเหมือนกัน เช่น เพื่อนๆ บางท่านปลูกผักพื้นบ้าน ผักกรูด ปรากฏว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ส่วนตัวผู้เขียนนั้นปลูกถั่วผักยาวไว้รอครับเพราะต้องชำระแค้นกับแดดเมื่อเมษายนที่ผ่านมาเสียหนึ่งรอบเพราะเผาดอกถั่วฝักยาวที่สวนจนร่วงหล่นลงพื้นทำให้น้ำตาผู้เขียนร่วงตามจากความเสียดายเงิน กิโลกรัมละ 25 บาทราคาหน้าสวนแบบคละขนาดเลยนะท่านผู้อ่าน ขึ้นเป็น 2 เท่าของปกติแต่ก็ไม่มีปัญญาส่งให้แม่ค้าเพราะดอกร่วงหมดและปีนี้ก็เตรียมตัวมาดีพอสมควร หุหุหุ ระบบน้ำวางเรียบร้อย ผ้าใบกันแดดขึงเรียบร้อย หุหุหุ ม่ะ มาลองกันซักตั้ง

ถั่วฝักยาวนั้นปลูกง่ายๆ เก็ยเกี่ยวได้ไวหากเพื่อนๆ ท่านไหนอยากลองปลูกก็อยากจะสนับสนุนครับ
ขั้นตอนนั้นก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนขอเพียงมีการดูแลเอาใจใส่ก็จะเก็บดอกเก็บผลได้อย่างน่าชื่นใจ ปลูกง่ายๆ แต่ถ้าจะปลูกเพื่อการค้าก็ต้องใส่ใจกันหน่อย ^_^ อายุ 50 – 60 วันก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

1. ถั่วฝักยาวชอบดินที่มีความเป็นกรด – ด่างเป็นกลาง (5.5 – 6.0) เพราะฉะนั้นการเตรียมดินจึงต้องให้เหมาะสมทั้งการระบายน้ำ ปริมาณธาตุอาการโดยการยกร่องกว้าง 1.20 – 1.50 เมตรแล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้ากับดินแล้วตากดินไว้ 7 – 10 วันเพื่อฆ่าเชื้อราต่างๆ และแมลงศัตรูพืชที่ยังอยู่ในดิน หรือหากมีปูนขาวปูนมานก็จะช่วยได้อีกแรงโดยการโรยบางๆ ให้ทั่วเพื่อปรับสภาพดิน

2. ขุดหลุมปลูกระยะห่าง 50 – 60 เซนติเมตรแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอีกครั้งแล้วตามด้วยการหยอดเมล็ด 2 – 3 เมล็ดต่อหลุม กลบดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่ามากจนแฉะทุกวันจนกว่าเมล็ดจะงอก

3. หลักจากเมล็ดงอกแล้วควรหาไม้มาปักเพื่อให้เถาของถั่วฝักยาวมีที่เกาะและเลื้อย เกษตรกรบางรายปักสลับบางรายปักไคว้หรือบางรายปักตรงซึ่งแล้วแต่พื้นที่และลักษณะการเก็บเกี่ยว ส่วนผู้เขียนนั้นปักตรงครับเพราะรู้สึกว่าเก็บง่ายและปลูกได้จำนวนต้นที่มากกว่า

IMG_3366

4. ช่วงระยะออกดอกไม่ควรให้น้ำขาดเพราะจะทำให้ดอกร่วงหรือไม่ติดฝักได้ และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลังจากที่ดอกเริ่มติดฝักแล้ว
IMG_3348

5. การเก็บเกี่ยวนั้นแล้วแต่ขนาดที่ต้องการของตลาดโดยถั่วฝักยาวสามารถเก็บเกี่ยวได้ในระยะเวลา 50 – 60 วันหลังจากปลูก โดยสามารถเก็บได้ช่วงเช้าหรือเย็นทุกๆ 2 – 3 วันขึ้นอยู่กับขนาดที่ต้องการ

*** ถั่วฝักยากเป็นพืชที่ชอบแดดแต่ดอกร่วงมากเพราะแดดช่วงหน้าร้อนจึงอยากจะแนะนำให้คลุมด้วยผ้าใบกันแดดหรือแสกลนเพื่อไม่ให้แดดโดนดอกถั่วโดยตรงจนทำให้ดอกแห้งร่วง

IMG_3356

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน