Posts Tagged ‘ท่อน้ำ PVC’

ข้อดีของปั๊มน้ำไฟฟ้าแบบหอยโข่งขนาด 2 แรงม้าและท่อน้ำขนาด 2 นิ้วเพื่อการเกษตร



เพื่อนท่านเดิมซื้อปั๊มน้ำไฟฟ้าแบบหอยโข่งขนาด 2 นิ้วมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทดลองที่ไหน สุดท้ายก็ส่งมาให้ทดลองพร้อมกับวิจารณ์ (ซื้อมาไม่ใช้แล้วมันซื้อมาทำไมนักหนาเนี่ยะ! ลำบากเพื่อนฝูงต้องมานั่งดมกาวต่อท่อน้ำเนี่ยะ เคลิ้มเลยเห็นไหม -__-!!!)

ส่งการบ้านรอบนี้ขออภัยที่ไม่สามารถถ่ายเป็นคริปวีดีโอเพื่อดูแรงดันของน้ำได้เพราะปั๊มตัวนี้ถูกติดตั้งไว้ในบ้าน จะถ่ายคริปวีดีโอก็ไม่ถนัดเลยต้องของดสำหรับการทดสอบครั้งนี้ ก็คงจะได้แต่การวิจารณ์และแสดงความเห็น

ข้อดีของปั๊มน้ำไฟฟ้าแบบหอยโข่งขนาด 2 แรงม้าคือราคาถูกกว่ามากและย่อมเยากว่าปั๊มน้ำขนาด 3 แรงม้า
จะว่าไปแล้วปั๊มน้ำไฟฟ้าแบบหอยโข่งขนาด 2 แรงกับท่อน้ำขนาด 2 นิ้วก็ถือว่าค่อนข้างจะได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคการเกษตรบ้านเรา ถึงแม้ว่าแรงดันน้ำและมวลน้ำที่ได้ต่อนาทีนั้นจะสู้ปั๊มน้ำหอยโข่งขนาด 3 แรงม้าไม่ได้แต่ราคาของปั๊มน้ำขนาด 2 แรงม้าก็ถือว่าย่อมเยาลงกว่ามาก เป็นราคาที่หาซื้อได้ง่ายเพราะถ้าหันกลับไปใช้ปั๊มน้ำหอยโข่งขนาด 3 แรงม้าราคาก็จะกระโดดไปไกลเกือบๆ 2 เท่าจากของราคา 2 แรง (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อด้วยนะจ๊ะ) ซึ่งจริงๆ แล้วหากจะพูดกันถึงเรื่องขนาดแรงม้าของปั๊มนั้นก็ควรจะดูความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และขนาดเป็นหลักเพราะหากพื้นที่เล็กมีการใช้น้ำไม่มากแต่ใช้ปั๊มน้ำขนาดใหญ่ก็คงจะมีปัญหาให้จัดการกันอีกนั่นแหละเพราะแรงดันน้ำที่มหาศาลก็อาจจะทำให้อุปกรณ์หรือท่อน้ำของเพื่อนๆ เสียหาย แตก หรือแม้กระทั่งระเบิดได้ก็มีเพราะการไหลเวียนและเข้าออกของมวลน้ำไม่สมดุลกัน (ใครอยากเห็นท่อน้ำระเบิดก็ลองดูกันได้ไม่ว่ากัน ถ่ายรูปมาให้ผู้เขียนดูด้วย อิอิอิ -__-!!!) เพราะฉะนั้นปั๊มน้ำขนาด 2 แรงม้าก็อาจจะเพียงพอสำหรับระบบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ของท่านก็เป็นได้

IMG_2982

*** ตัวเเล็กไปหน่อยแต่ก็ถือว่าใช้ได้ ***

IMG_2984

*** ยี่ห้อไม่คุ้นตาเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าไปไหว ***

Picture 620

*** ท่อน้ำ PVC ขนาด 2 นิ้วนั้นก็มีหลายราคาและระดับความหนาให้ได้เลือกใช้งานกันตามความเหมาะสม เช่นท่อน้ำอย่างดีสุดก้หนาสุด รองลงมาก็คือ 8.5 และอย่างบางสุดก็คือ 5 ซึ่งก็ว่ากันไปตามลักษณะการใช้งาน ***

ข้อดีของท่อน้ำขนาด 2 นิ้วคือราคาถูกกว่ามาก
วัสดุอุปกรณ์ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรพิจารณาเลือกใช้ปั๊มน้ำซึ่งในที่นี้อุปกรณ์หลักก็คือท่อน้ำ PVC และข้อต่อ PVC ข้องอ PVC และข้อลด PVC ต่างๆนั่นเอง ท่อน้ำขนาด 2 นิ้วเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายสำหรับภาคการเกษตรมากกว่าท่อขนาดอื่นๆทำให้อุปกรณ์เกี่ยวข้องต่างๆสามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาดและราคาถูกตามไปด้วย ยิ่งปั๊มน้ำขนาด 2 นิ้วได้รับความนิยมแพร่หลายในตลาดเท่าไหร่ผู้ผลิตก็ยิ่งมุ่งเน้นพัฒนาเพื่อลดต้นทุนลงให้ตัวเองได้เปรียบในการแข่งขันเท่านั้นเลยเป็นผลพวงให้ราคาลดลงหรือคุณภาพดีขึ้นเช่นกัน ต่างกันมากกับท่อและอุปกรณ์ PVC บางขนาดที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ยกตัวอย่างเช่น ข้องอ PVC ขนาด 12 นิ้วราคาแพงกว่าท่อ PVC ขนาด 12 นิ้วยาว 4 เมตรทั้งเส้น -__-!!! แถมยังหายากเพราะไม่มีใครใช้ หรือท่อขนาด 1.5 นิ้วที่ราคาพอๆ กับท่อขนาด 2 นิ้วหรืออาจจะราคาเท่ากันในบางพื้นที่ -__-!!! เพราะไม่เป็นที่นิยม คงจะดีกว่ามากหากเราสามารถซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อมาติดตั้งระบบน้ำสำหรับการเกษตรได้ในราคาประหยัดและหาซื้อเปลี่ยนได้ง่ายจากท้องตลาด ตรงกันข้ามกับท่อน้ำขนาดที่ไม่เป็นที่นิยมที่มักจะมีราคาแพงแถมยังหาวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวข้องเช่นวาล์วน้ำ ข้อต่อ ข้องอ ต่างๆยากแสนยาก เชื่อเถอะเพราะผู้เขียนโดนมาแล้วตอนวางระบบน้ำโดยใช้ท่อขนาด 3 นิ้วเพราะค่าใช้จ่ายโดยรวมในการซื้ออุปกรณ์และท่อ PVC ต่างๆ แพงกว่าการใช้ท่อขนาด 2 นิ้วอยู่ประมาณ 3 เท่าตัวแถมบางชิ้นก็หายาก

IMG_2977

*** จะว่าไปแล้วราคาของ PVC 5 (อย่างบาง) กับ PVC 8.5 (อย่างกลาง) ก็แตกต่างกันพอสมควร โดยแถวๆ สวนผู้เขียนนั้น PVC 5 อยู่ที่ 70 บาทต่อเส้นส่วน PVC 8.5 ก็ 120 บาทต่อเส้นอย่างที่เห็น ต่างกันนิดเดียวเองเนอะ -__-!!! เกือบเท่าตัว ***

IMG_2980

*** วัสดุอุปกรณ์เกี่ยวข้องนั้นก็ถูกกว่าและหาได้ง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับท่อ PVC ขนาด 3 นิ้ว ราคาโหดกว่านี้เยอะ -__-!!! ***

Picture 623

Picture 621

Picture 615

*** จะว่าไปแล้ว บางครั้งบางทีก็แทบจะมองไม่เห็นความต่างของความหนาระหว่าง PVC 5 กับ PVC 8.5 ***

Picture-612

*** จะให้ดีนั้นควรเลือกขนาดความหนาให้ถูกต้องกับลักษณะการใช้งาน เช่นส่วนที่ต้องการความทนทานแข็งแรงก็ต้องใช้ท่อที่มีคุณภาพ หรือส่วนที่ไม่ต้องการความทนทานหรือความเสี่ยงในการแตกหักน้อยก็ควรเลือกใช้อย่างบางเพื่อการประหยัด หรือหากสตางค์เหลือเยอะจะใช้แบบหนาสุดแพงสุดเพื่อกิจกรรมทางการเกษตรก็ไม่ว่ากันเพราะดูหรูหราและมีชาติตระกูล อิอิอิ แต่ถ้าเหลือเยอะขนาดนั้นแบ่งผู้เขียนยืมบ้างก็ได้ ^_^ ***

สุดท้ายแล้วความเหมาะสมในการใช้ปั๊มน้ำนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ขนาดพื้นที่และสภาพพื้นที่ของเพื่อนๆ และที่สำคัญเงินในกระเป๋า (เมีย) อิอิอิ เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนๆ หลายท่านโดน ผบ. ทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) ยึดทรัพย์ไปนานแล้ว หุหุหุ วะ ฮ่ะๆ
รอบนี้ขอส่งการบ้านแต่เพียงเท่านี้ขอรับ ^_^

หลักการเดินระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวน



อย่างที่เราทราบกันดีแล้วครับว่าน้ำนั้นจัดได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเกษตรเลยก็ว่าได้

เพื่อนๆ บางท่านถามหาพืชที่ปลูกแล้วใช้น้ำน้อยหรือทนแล้ง แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนเองนั้นคิดว่าพืชทุกชนิดต้องการน้ำแทบทั้งสิ้น จะต้องการมากน้อยก็ว่ากันไปตามแต่พันธุกรรม หรือพืชบางชนิดก็อาจจะทนแล้งได้ดีแต่เชื่อเถอะว่าผลผลิตก็ด้อยถอยลงไปตามความขาดแคลนน้ำ สุดท้ายแทนที่จะมาทนั่งคิดหาพืชที่ทนแล้งเปลี่ยนเป็นการมานั่งคิดจัดการระบบน้ำในสวนดูจะมีความหวังซะกว่า ถึงแม้ว่าการจัดการหรือติดตั้งระบบน้ำในสวนจะยุ่งยากและอาจจะต้องมีการลงทุนกันบ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะคุ้มค่ากับการลงทุน

วันนี้ว่ากันต่อด้วยเรื่องของการวางระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวนสำหรับท่านที่มีไฟฟ้าอยู่แล้ว ส่วนสำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่มีไฟฟ้านั้นก็ขอยกเป็นตอนต่อไปครับว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีระบบน้ำใช้ในขณะที่เราไม่มีไฟฟ้า ส่วนวันนี้ก็ว่ากันด้วยเรื่องระบบน้ำสำหรับผู้ที่มีไฟฟ้าอยู่แล้วซึ่งก็สะดวกสบายไปแล้วขั้นหนึ่ง

ว่าด้วยหลักการเดินระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวนกันดีกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีหลักการอยู่ไม่กี่อย่าง

1. การเลือกขนาดปั๊มหรือประเภทของปั๊มนั้นเป็นเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง เช่นบางท่านอาจจะเลือกใช้จากเครื่องจักรที่ตัวเองมีอยู่แล้วนำมาดัดแปลง หรือบางท่านอาจจะชอบปั๊มน้ำไฟฟ้าประเภทใดประเภทหนึ่งซึ่งก็ว่ากันไปตามความชอบส่วนบุคคล แต่ที่แน่ๆ ปั๊มน้ำที่นำมาใช้ก็ควรจะมีกำลังพอที่จะเดินระบบน้ำในสวนได้

IMG_2554

2. การเลือกขนาดท่อน้ำสำหรับท่อหลักนั้นก็ควรเป็นขนาดที่ใหญ่และเหมาะสมเพื่อการไหลเวียนของน้ำที่มากและคงสภาพแรงดันไว้ได้อย่างดี เช่นท่อน้ำ PVC ขนาด 3 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 30,000 – 35,000 ลิตรต่อชั่วโมง หรือ PVC ขนาด 2 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 15,000 – 18,000 ลิตรต่อชั่วโมง ดังนั้นการเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมกับขนาดแรงขับของปั๊มน้ำและปริมาณที่ต้องการใช้จึงเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่ต้องใส่ใจ

003

3. การเลือกอุปกรณ์หรือท่อน้ำในการติดตั้งระบบน้ำเพื่อการเกษตรนั้นก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นกันเพราะอุปกรณ์ต่างๆ หรือท่อน้ำนั้นก็มักจะมีราคาแพงดังนั้นการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์หรือท่อน้ำให้ถูกลักษณะจึงเป็นการลดต้นทุนและยืดอายุการใช้งานให้กับระบบน้ำในการเกษตรเช่นกัน ท่อน้ำเพื่อการเกษตรนั้นจะมีหลายราคาหลายคุณภาพสำหรับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นท่อน้ำสำหรับระบบน้ำเพื่อการเกษตรแบบถาวรหรือระบบน้ำที่มีปั๊มเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นผู้เขียนก็อยากจะแนะนำว่าท่อที่สูบน้ำขึ้นมาจากแหล่งน้ำแล้วเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวปั๊มน้ำนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้ท่อน้ำหรืออุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่เสื่อมสลายง่ายหรือชำรุดง่ายเพราะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้นั้นมักจะแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ยากในกรณีที่เกิดการชำรุด

002

001

4. การต่อท่อน้ำไปยังพื้นที่ที่ต้องการนั้นควรจะให้มีส่วนงอน้อยที่สุดเพราะความโค้งงอของท่อจะสร้างแรงเสียดทานทำให้ความแรงของน้ำลดลงและทำให้ปั๊มน้ำทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

004

5. การวางท่อน้ำหลักนั้นต้องดูสภาพพื้นที่เป็นหลัก หากพื้นที่ที่ต้องการวางระบบน้ำเพื่อการเกษตรนั้นเป็นพื้นที่แบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือใกล้เคียงนั้นก็ควรวางท่อน้ำหลักไว้บริเวณกึ่งกลางส่วนเพื่อให้แรงดันน้ำส่งต่อไปยังท่อย่อยได้อย่างสม่ำเสมอทั้ง 2 ฝั่งแล้วจึงใช้ข้อต่อแบบ 4 ทางแยกสู่ท่อย่อยต่อไป หากพื้นที่ที่ต้องการนั้นเป็นลักษณะแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือลักษณะใกล้เคียงที่มีหน้ากว้างแคบก็อาจจะวางท่อหลักไว้ด้านใดด้านหนึ่งได้ การวางท่อน้ำหลักในลักษณะนี้ก็เพื่อกระจายแรงดันให้ได้ทั่วถึงกัน เพราะหากวางไปด้านใดด้านหนึ่งในขณะที่พื้นที่เป็นแบบลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัสแล้วก็อาจจะทำให้สปริงเกอร์หรือมินิสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำที่ติดตั้งไว้บริเวณท้ายๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะแรงดันปลายแถวไม่เพียงพอ

006

005

6. หัวสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำนั้นจะเป็นตัวชี้วัดถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นท่อย่อย เพราะหากใช้สปริงเกอร์ตัวใหญ่นั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อน้ำแบบ PVC หรือหากเป็นอุปกรณ์กระจายน้ำแบบมินิสปริงเกอร์หรือหัวน้ำหยดนั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อ PE เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ส่วนการใช้เทปน้ำหยดนั้นก็จะว่ากันในบทความต่อไป

007

008

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน