Posts Tagged ‘ธกส’




ภาคเหนือ
** หากการลงรายละเอียดชื่อและเบอร์โทรสร้างความรำคาญหรือความผิดพลาด หรือไม่เหมาะสมประการใด สามารถแจ้งผู้เขียนให้ลบได้ทางอีเมล fireonmarch@gmail.com ครับ โดยเจตนาแล้วไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นครับ ก็หวังเพียงแต่จะให้ข้อมูลเพื่อนๆ ที่มีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการปรึกษากับ ธกส **
สำนักงาน ธกส จังหวัดเชียงราย
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงราย (ผจข. นายปัญญา ศิริปุณย์) โทร (053) 712003, 600118
ธนาคาร ธกส สาขาพาน (ผจข. นายธนวิทย์ อนุสถิตวัฒนา) โทร (053) 658728, 721212
ธนาคาร ธกส สาขาแม่สรวย (ผจข. นสยกัญจน์ วนสัณฑ์วงกต) โทร (053) 786072, 081-9613980
ธนาคาร ธกส สาขาแม่จัน (ผจข. นางณิชากร พิมยศ) โทร (053) 771777, 771847
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงแสน (ผจข. นายสำเริง เกิดศิริ) โทร (053) 650725, 777100
ธนาคาร ธกส สาขาวาวี (ผจข. นายจุมพล เขียวพร้อม) โทร (053) 918084
ธนาคาร ธกส สาขาแม่สาย (ผจข. นายสมศักดิ์ แปงการิยา) (053) 731748, 733534
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงชัย (ผจข. นายประสงค์ สังวาลย์ทอง) (053) 663228, 769053
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงป่าเป้า (ผจข. นายรณกฤต นวลประดิษฐ) โทร (053) 648836
ธนาคาร ธกส สาขาป่าแดด (ผจข. นายเสรีย์ นาคสุวรรณ์) โทร (053) 654400, 761042
ธนาคาร ธกส สาขาเทิง (ผจข. บรรพต ตัณฑศรี) โทร (053) 795388, 795490
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงของ (ผจข. นายดุสิต เปลี่ยมวัฒนา) โทร (053) 791499, 791500
ธนาคาร ธกส สาขาพญาเม็งราย (ผจข. นางสุกัญญา เกิดศิริ) โทร (053) 799025, 959058
ธนาคาร ธกส สาขาขุนตาล (ผจข. อมราลักษณ์ อินทรีย์สังวรณ์) โทร (053) 657311, 657312
ธนาคาร ธกส สาขาปล้อง (ผจข. นายสุเนตร ใจหลัก) โทร (053) 954456, 954457
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงแก่น (ผจข. นายเสรีย์ นาคสุวรรณ์) โทร (053) 608016, 608021

มีต่อ …..





พักนี้มีเพื่อนๆ ถามคำถามเกี่ยวกับ ธกส มาเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งบางคำถามผู้เขียนก็พอจะตอบได้บ้างตามประสาลูกค้าใหม่ แต่บางคำถามผู้เขียนอึดอัดใจที่จะตอบจริงๆ ครับ และบางคำถามก็ไม่อยากจะตอบเอาเสียเลย เช่นว่า นานไหม? ได้เงินเมื่อไหร่? ได้เงินเท่าไหร่? คำถามเหล่านี้ผู้ที่ถือเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ ธกส ที่ดูแลบัญชีเราอยู่คงจะเป็นผู้ที่ตอบได้ดีที่สุดครับ เพราะรู้รายละเอียดมากสุด รู้ดีว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แต่ตรงกันข้ามเพื่อนๆ หันมาถามผู้เขียนซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร ฮ่ะๆ
ผู้เขียนเลยคิดว่าบางคำถามเพื่อนๆ ถามกับ ธกส โดยตรงเลยจะดีกว่าเลยพยายามรวบรวมรายชื่อและเบอร์ติดต่อธนาคาร ธกส ไว้ให้เพื่อนๆ ซึ่งก็ทำมาได้พักหนึ่งแต่ก็ติดที่ไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้มีเวลาเลยหยิบรายชื่อและเบอร์ติดต่อ ธกส สาขาต่างๆ ทั่วประเทศที่ผู้เขียนได้พยายามรวมรวบไว้ให้เพื่อนๆ มาเผยแพร่เผื่อจะพอมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ธกส แม้แต่น้อย

baac_tower5** ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนตครับ แฮะๆ ผู้เขียนไม่ได้ไปถ่ายเองหรอก ผู้เขียนบ้านนอก หลง ไปไม่ถูก -__-!! **

หากเพื่อนๆ สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับสินเชื่อ นโยบาย หรือหลักวิธีการของ ธกส (หรือร้องเรียน ฮ่ะๆ) ก็สามารถพูดคุยกับสาขาใหญ่ได้เลยโดยตรง คงจะได้ผลและได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าผู้เขียนเป็นแน่แท้

** ส่วนรายชื่อของจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศจะทยอยเผยแพร่ต่อๆ ไปครับ **

** เออ คือ! ถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนไปขอกู้เงินแล้วกู้ได้ ก็แวะมาแบ่งผู้เขียนบ้างนะ พักนี้ผู้เขียนกำลังจน ฮ่ะๆ -__-!!!**

ธกส สำนักงานใหญ่
ที่อยู่ 469 ถนนนครสวรรค์, แขวงสวนจิตรลดา, เขตดุสิต, กรุงเทพมหานคร
โทร (02) 2800180, 2817355 โทรสาร (02) 2800442, 2805320
————————–
ธกส สาขาอาคารประชาชื่น
ที่อยู่ 48/8 หมู่ที่ 18, ซอยเสริมสุข, ถนนประชาชื่น, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 5868855, 5869955
————————-
ธกส สาขาอาคารจตุจักร
ที่อยู่ 109 ถนนกำแพงเพชร, แขวงลาดพร้าว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 2713345-7, 2713351-53



คำถามโลกแตกมาแต่เช้าเลยวันนี้ -__-!!! สาเหตุที่ต้องยกมาพูดก็เพราะว่าไม่รู้องค์ไหนลงเทพไหนมาจุติจึงมาสิงสถิตเพื่อนเกษตรเราหลายท่านให้ส่งคำถามเหมือนกันมาในช่วงเวลาเดี๋ยวกัน นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะยกมาพูด

 

การกู้ ธกส ก็เรื่องหนึ่งซึ่งต้องปฏิบัติตามกติกาที่ถูกวางไว้แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงนี้เสี่ย ธ เค้าเป็นโรคทรัพย์จางจากโครงการเลี้ยงปู เลยทำให้เฮียเครียด หน้ามืดบ้าง คลั่งบ้าง เฮี้ยนบ้างอะไรบ้าง บางทีก็ชักหน้าไม่ถึงหลังเลยต้องมีระบบต้องกันตัวด้วยการเข้มงวดในการปล่อยกู้และจำนวนสมาชิกหรือแม้แต่จำนวนสินเชื่อที่ปล่อยออกมา ซึ่งมึงก็ควรจะเข้มงวดมาตั้งนานแล้ว!!! ทีอาเสี่ยไปขอกู้หละที่ดินเท่าแมวดิ้นตายดันให้เงินเป็นโอ่ง ทีป้าใสข้างบ้านไปกู้ใช้โฉนดเป็นปึกยังได้ตังมานิดเดียว -___-!!! อันนี้แซวเล่นนะแต่เสือกเป็นเรื่องจริง วะ ฮ่ะๆ

 

ดอกดีไหม! (จะดอกเบี้ยรึดอกทองก็หยาบคายทั้งคู่ ฮ่ะๆ)

 

มาว่ากันต่อด้วยเรื่องที่เราพอจะควบคุมกันได้ดีกว่าเนอะ!

 

ไม่เข้าใจว่าทำไมแค่เลี้ยงปลายังต้องไปขอกู้ ธกส ด้วย! หรือว่าพ่อแม่พันธุ์ปลาเจอภาษีมูลค่าเพิ่มจนตัวละเป็นแสนเหมือนราคาประมูลภาครัฐ ก็ไม่น่าจะใช่! หรือคิดจะเลี้ยงปลามังกรไว้ผลิตอาหารแมว -__-!!!

 

บางครั้งบางทีธุรกิจบางอย่างก็ควรจะเริ่มต้นด้วยขนาดเล็กๆ ก่อนเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเลี้ยงปลาและศึกษาตลาด ศึกษาต้นทุนและศึกษาความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง เช่น ต้นทุนการเลี้ยง อัตราการเจริญเติบโต นิสัยการบริโภคซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเพราะแต่ละตลาดต้องการขนาดปลาที่ไม่เหมือนกัน หากจะส่งปลาขายให้ร้านอาหารก็ขนาดหนึ่ง ส่งตลาดสดก็อีกขนาดหนึ่งหรือส่งโรงแรมก็อีกขนาดหนึ่ง ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมว่าหากเราเลี้ยงปลาบ่อเท่ากัน ขนาดลูกปลาเท่ากัน อาหารเหมือนกัน เหมือนกันทุกเงื่อนไขรวมทั้งหน้าตาคนให้อาหารเหมือนกันด้วยเอ้า! แต่บ่อหนึ่งอยู่ที่เชียงใหม่และอีกบ่อหนึ่งอยู่ที่สุพรรณบุรีผลการเจริญเติบโตออกมาจะไม่เท่ากันเพราะน้ำที่เชียงใหม่จะมีแร่ธาตุจากดินและสภาพอากาศเย็นสลับอุ่นทำให้ปลาโตช้ากว่าปลาที่เลี้ยงที่สุพรรณบุรี

 

และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราไปกู้เงินมาลงทุนขนานใหญ่แต่ไม่ได้ศึกษาตลาดจนทำให้ขายปลาไม่ได้ตามราคาหรือขนาดที่คาดหวังไว้และปลาก็กินทุกวันๆ โดยไม่สนใจว่าเจ้านายมันเสียค่าอาหารเท่าไหร่ จำนวนปลามากก็ใช่ว่าจะขายได้ง่ายๆ หากไม่จองตลาดเพื่อรองรับ ดอกเบี้ยจากการกู้ก็ไล่มาเป็นเงาตามตัวคงจะปวดใจหน้าดู

 

และจะดีกว่าไหมหากเราจะเลี้ยงปลาจำนวนน้อยๆ ก่อนเพื่อฝึกฝนและศึกษาตลาด หากประสบความสำเร็จงดงามค่อยขยายขนาดกันต่อไปก็ไม่สาย หากคิดจะเลี้ยงปลาจริงๆ หละก็เงินทุนแค่ 1,500 – 2,000 ก็เลี้ยงได้แล้วหละครับ (อันนี้หรูแล้วนะ เพราะผู้เขี้ยนเริ่มเลี้ยงปลาด้วยเงินทุนแค่ 500 (ค่าบ่อซีเมนต์) + 80 (ค่าพันธุ์ปลา) + 200 (ค่าอาหารซึ่งหลังๆ ประชดด้วยการทำเอง) ขายครั้งแรกก็ลำบากนิดหนึ่งเพราะต้องไปเสนอขายแม่ค้าแต่หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นที่รู้จักของแม่ค้าและเพื่อนบ้านจนเดี๋ยวนี้ไม่อยากเจอหน้าใครอยากมุดอยู่ในหลืบเพราะปลาไม่พอส่งจนต้องเพิ่มจำนวนบ่อขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

 

Fish pools

*** เห็นไหม แค่นี้ก็เลี้ยงปลาได้แล้ว ใช้เงินทุนไม่เยอะ ไม่เห้นจำเป็นต้องบากหน้าไปกู้ให้เหนื่อยเลย ***

*** ขอขอบพระคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนต ***

*** หรือจะเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์เหมือนผู้เขียนก็ได้ ใช้ทุนไม่เยอะ ***

Tilapia fish - Azolla-003

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 2 ปล่อยปลานิลในบ่อเลี้ยงแหนแดง

สำคัญที่สุดอยากจะบอกเหลือกเกินว่านิสัยธนาคารยังไงก็เป็นธนาคารอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เป็น ธกส ก็เถอะก็มักจะเชื่อตัวเลข เชื่อในสิ่งที่เห็นหรืออนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจหรือโครงการเกษตรที่เริ่มไปแล้วเพราะมีความน่าเชื่อถือกว่าและมีการดำเนินการจริง มากกว่าปล่อยกู้ให้กับใครก็ไม่รู้ที่มีแค่เอกสารหรือคำพูดลอยๆว่าจะทำอย่างนี้จะทำอย่างนั้น ความน่าเชื่อถือมันต่างกันครับระหว่างคนที่เริ่มทำไปแล้วกับคนที่กำลังจะทำ ลองนึกภาพว่าเราเป็นคนปล่อยกู้สิเราจะให้ใครหละระหว่างคนที่ดีแต่พูดเพ้อฝันถึงโครงการในอนาคตกับคนที่เริ่มเลี้ยงปลาไปแล้วแต่บ่อเล็ก เราคิดยังไงธนาคารก็คิดแบบนั้นครับเพราะธนาคารเป็นพ่อค้าเงิน

 

ร้อยละ 70 ของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในด้านการเกษตรคือกลุ่มคนที่เริ่มมาจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยขยายตัวไปเรื่อยๆ ครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ท่านเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วประสบความสำเร็จแล้วก้าวต่อไปในจุดที่ใหญ่กว่าท่านจะรู้ว่าเงินทุนเป็นสิ่งจำเป็นน้อยกว่าการตลาดครับ และการกู้เงินก็อาจจะไม่จำเป็นเลยก็ได้เมื่อวงจรธุรกิจของท่านเริ่มเดินอย่างมีประสิทธิภาพจากจุดเล็กๆ  (ซึ่งควบคุมง่ายกว่าเยอะ)

 

หากคิดจะกู้ ธกส หรือธนาคารใดก็แล้วแต่ให้สำเร็จจริงๆ ก็อยากจะแนะนำให้เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวท่านและสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคารว่า “เฮ้ย! ไอ่นี่มันเอาจริงว่ะ เงินชั้นไม่ปลิวหายไปกับสายลมแน่ -__-!!!”

 

แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากให้กู้เลยเพื่อนเอ๋ย!

ขอให้โชคดีสมหวังในจริงที่ตั้งใจครับ

 

เอะ! สำนวนการเขียนดัดจริตแบบนี้เราได้แต่ใดมา ผู้เขียนว่าคนที่องค์ลงไม่ใช่เพื่อนๆ ที่ถามเข้ามาแล้วหละ สงสัยจะเป็นผู้เขียนเสียเอง!

(หนูไม่รู้ หนูเมา!)


หลักการเลือกซื้อที่ดินสำหรับการเกษตรจากกรมบังคับคดีและ ธกส เพื่อการเกษตร

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าที่ดินจากกรมบังคับคดีและ ธกส นั้นมีปัญหาทุกแปลง ท่านๆ คิดดูเถอะว่าถ้าไม่เป็นปัญหาแล้วจะไปถึงกรมบังคับดคีได้อย่างไร ไม่ปัญหาประเภทใดก็ประเภทหนึ่ง อาจจะเป็นปัญหาเรื่องหนี้สิน, ปัญหาเรื่องเขตแดน, ปัญหาที่พ่วงกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรที่เป็นเหมือนกุญแจ 2 ชั้นที่ป้องกันการเข้าถึงที่ดินแปลงที่มีปัญหา

จึงต้องแยกแยะออกมาว่าเป็นปัญหาที่สะสางแล้วหรือผ่านกระบวนการตามกฏหมายแล้วหรือว่าเป็นปัญหาที่คาราคาซังค้างคาอยู่ทั้งด้านกฏหมายและกฏหมู่ เพราะหากข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ถูกจัดการก็อย่าหวังว่าจะใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นๆ ได้อย่างสบายใจ และหลักการง่ายๆ พื้นๆ แบบที่เราเข้าใจกันยังใช้ได้ตลอดเวลา คือ “เลือกแปลงที่มีปัญหาน้อยที่สุด” เพราะอย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่าทุกแปลงจากกรมบังคับคดีมีปัญหาหมด แต่มีมากมีน้อยว่ากันเป็นกรณี

แล้วทำยังไงหละถึงจะรู้ว่าที่ดินแปลงที่เราหมายตาอยากจะได้ไว้ครอบครองทำการเกษตรนั้นมีปัญหาน้อย ก็ทำได้ด้วยวิธีการพูดคุยเจรจา โดยหลักๆ แล้วมี 2 กลุ่มที่ต้องถามไถ่เจรจาด้วยนั้น คือ
1.คุยกับเจ้าของคดีความหรือเจ้าหนี้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นธนาคารต่างๆ  แต่ก็มีบ้างที่เป็นบริษัทเอกชน
2.คุยกับเจ้าของที่ดินที่ใช้ประโยชน์อยู่ถึงปัจจุบันให้ทราบถึงสิทธิ์ของเจ้าของคนใหม่ที่จะมาใช่ที่ดินแปลงนั้น เพราะมีไม่น้อยที่ตกลงกันไม่ได้ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะได้เป็นเจ้าของในเอกสารสิทธิ์แต่เจ้าของที่ดินเเดิมไม่ยอมออกจากพื้นที่หรือเกิดการกลั่นแกล้งไม่ให้ใช้พื้นที่ได้อย่างสะดวก หากท่านเป็นคนในพื้นที่นั้นๆ คงจะไม่เป็นปัญหาหากแต่เป็นบุคคลจากต่างถิ่น ปัญหาเหล่านี้มักจะกวนใจให้เป็นหัญหาไม่น้อย

เมื่อจัดการปัญหา 2 ข้อใหญ่ๆ นี่ได้ถึงจะได้ที่ดินมาทำไร่ทำสวนปลูกผักได้อย่างสบายใจ



อั้นแน่! หากันใหญ่เลยใช่ไหมว่าที่ดินหรือทรัพย์ธนาคารของธนาคารเพื่อการเกษตรนั้นอยู่ตรงไหน คนกว่าครึ่งค้นหาด้วยคำนี้ หาไม่เจอหละสิ หุหุหุ เอาน่า อย่าพึ่งอารมณ์เสีย ที่ดินของธนาคารเพื่อการเกษตรที่เป็นของรัฐนั้นไม่มีครับเพราะที่ดินที่เป็นปัญหาด้านกฎหมายประเภทฟ้องร้องต่างๆ นาๆ จะถูกส่งไปยังกรมบังคับคดีหลังจากดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว ก็ประมาณว่า ไม่มีจ่ายใช่ไหม ก็บังคับขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ แต่จะได้เท่าไหร่นั้นว่ากันอีกที

ว่าด้วยกรมบังคับคดีนั้นต้องรบกวนให้ผู้อ่านศึกษาดีๆ ก่อนครับ เพราะเป็นรูปแบบการขายทอดตลาดและการประมูล โดยกรมบังคับคดีในจังหวัดนั้นๆ จะออกประกาศว่ามีการเปิดประมูลเมื่อใด และผู้เข้าร่วมต้องวางเงินมัดจำเพื่อเป็นค่าเข้าร่วมประมูล ส่วนเงื่อนไขและกฏข้อบังคับนั้นจุกจิกเยอะแยะมากครับไม่สามารถสรุปออกมาได้ง่ายๆ ได้ มีทั้งการประมูลครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ทั้งการยกเลิกจากเจ้าหนี้เพราะเห็นว่าราคาไม่สมควร มีทั้งการที่เจ้าหนี้ส่งคนเข้าร่วมประมูลเพราะอยากปั่นราคาให้สูง ทั้งกลุ่มคนที่เข้าประมูลเป็นอาชีพแล้วเก็บค่าอำนวยความสะดวก ซึ่งจะแจกแจงเป็นประเภทๆ ต่อไป โดยขั้นต้นนั้นผู้อ่านสามารถหารายละเอียดเกี่ยวกับการประมูลที่ดินหรือทรัพย์สินที่บังคับขายทอดตลาดได้ที่  http://asset.led.go.th/newbid/asset_search_map.asp ย้ำอีกครั้งว่าศึกษาดีๆ เพราะกฏข้อบังคับน่าเวียนหัวและเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ

หากผู้อ่านพอจะมีคนรู้จักอยู่ ธกส สาขานั้นๆ อยู่บ้างก็อาจจะอาศัยข่าวเพื่อเข้าถึงเจ้าของที่ดินที่กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้สินและเจรจาซื้อขายกันก่อนที่ขั้นตอนตามกฎหมายจะเริ่มดำเนินการฟ้องร้อง โดยส่วนมากแล้ววิธีนี้มักจะได้ผลเป็นที่หน้าพอใจเพราะเจ้าของที่ดินเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และโดยมากจะไม่ชอบความยุ่งยากด้านกฎหมาย หากเจรจาดีๆ ท่านอาจจะได้ที่ดินมาในราคายุติธรรมและมิตรไมตรีที่แถมมาด้วยจากเจ้าของที่ดินรายเดิม พึงรำลึกไว้เสมอครับว่าอย่าเอาเปรียบคนที่กำลังลำบาก

ผู้เขียนจะขอเล่าประสบการณ์ตรงที่ได้ประสบพบเจอมากับตัวเองเวลาไปเข้าร่วมประมูล ซึ่งก็นานมาแล้วที่ได้เข้าร่วมเพราะความอยากรู้อยากเห็นจึงพอจะมีเรื่องราวมาบอกเล่าให้ท่านๆ ได้ฟังอยู่บ้าง
1.ที่ดินที่มีเจ้าหนี้เป็นกลุ่มธนาคารควรจะหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะเจ้าหนี้จะรักษาผลประโยชน์ของตนเองอย่างถึงที่สุด และแน่นอนว่าจะส่งคนเข้าร่วมทุกครั้งไปทำให้ราคาที่ประมูลสูงอย่างไม่ควรจะเป็น จำไว้ว่าธนาคารไม่เคยให้ตัวเองขาดทุน

2.กลุ่มคนผู้ทำอาชีพการประมูลหรือเจ้าถิ่น กลุ่มนี้จะประมูลเป็นอาชีพและจะรับจ้างเป็นหน้าม้าคอยดึงราคาให้สูงขึ้นซึ่งถ้าอยากได้ที่ดินแปลงนั้นก็ต้องยอมเสียค่าอำนวยความสะดวก โดยต้องคุยกันนอกรอบ ท่านผู้อ่านดูง่ายๆ ว่าเมื่อไหร่มีรถยุโรปหรือรถราคาแพงป้ายทะเบียนสวยๆ มาจอดอยู่หน้ากรมบังคับคดีก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่าท่านเจอความยุ่งยากเข้าแล้ว

3.บ่อยครั้งที่เจ้าของที่ดินหรือลูกหนี้ใช้สิทธิ์ยกเลิกการประมูลเพราะเห็นว่าราคาที่ได้ไม่เหมาะสมทำให้เสียเงินเสียเวลาในการประมูลไป หรืออ้างว่าสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ได้แล้ว

4.บ่อยครั้งที่ จนท มักง่ายอยากทำอะไรให้พ้นๆ ตัวเลยดำเนินการต่างๆ ลวกๆ ทำให้เอกสารไม่ชัดเจนและเกิดเป็นปัญหาได้ภายหลัง บางรายถึงขั้นเสียเงินไปเปล่าๆ พึงจำไว้เสมอว่าข้าราชการผิดไม่เป็น  เพราะฉะนั้นตรวจสอบกันดีๆ หละ

ที่ดินที่ได้จากการประมูลมักจะเป็นที่ดินมีปัญหา เพราะถ้าไม่มีปัญหาคงไม่ต้องมีการบังคับขายทรัพย์สินให้ยุ่งยากวุ่นวายจึงควรต้องพินิจพิจารณาอย่างถ้วนถี่ในทุกแง่มุมทั้งด้านเอกสาร สภาพแวดล้อมกับคนในพื้นที่และเจ้าของผู้ใช้ประโยชน์อยู่ก่อนหน้านี้ บ่อยครั้งที่ต้องมีการฟ้องร้องบังคับไล่ที่หลังจากการประมูล เชื่อเถอะว่ากระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ของไทยเราดำเนินการได้ไม่เร็วหรอก

โดยจากประสบการณ์ของผู้เขียนก็ได้ประมูลได้ในราคาต่ำสุดก็ไร่ละ 8,500 แบบมีโฉนด เห็นไหมครับว่าโอกาสและความเป็นไปได้ยังมีเสมอหากเราไม่หยุดแสวงหา เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่ก็หมายความว่าความเป็นไปได้นั้นเป็นศูนย์ และเน้นย้ำอีกครั้งครับว่าอย่าเอาเปรียบคนที่กำลังลำบาก
โชคดีและขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาครับเพื่อนๆ

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน