Posts Tagged ‘นาข้าว’



เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามถึงสูตรยาคุมหญ้าและสูตรกำจัดหญ้าในนาข้าวแบบที่ไม่ต้องใช้สารเคมีหรือยาฆ่าหญ้าที่เป็นอันตรายทั้งคนพ่นและสิ่งที่สัมผัสแบบชนิดไม่นับสารตกค้างเป็นทอดๆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสารที่ได้จากธรรมชาตินั้นคงจะไม่มีประสิทธิภาพเฉียบขาดเท่ากับยาฆ่าแมลงที่เป็นสารเคมี แต่ไม่มีสารพิษตกค้างให้เป็นพิษเป็นภัยทั้งคนใช้และคนทาน เพราะฉนั้นการใช้ซ้ำกันหลายๆ ครั้งในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้สารธรรมชาติ

สูตรกำจัดหญ้าในนาข้าว จากที่อาจารย์ท่านแนะนำมาก็มีส่วนประกอบคือเหล้าขาว 1 ขวด, ผงซักฟอก 1 กล่อง (ประมาณ 10 บาทนั่นแหละ) เกลือแกง 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 16 ลิตร ฉีดพ่นหญ้าในนาข้าวให้ทั่วทุกๆ 7 – 10 วันนานประมาณ 1 เดือน เน้นย้ำเรื่องเหล้าขาวระวังอย่าให้คุณพ่อบ้านไปซื้อเองเพราะจะได้เหล้ามาไม่ครบขวด -__-!!! ส่วนผสมล่อตาล่อใจเหลือเกินวุ้ย
———————————-
สูตรยาฆ่าหญ้า
ส่วนผสม
1.สับปะรด 30 กก.
2.กากน้ำตาล 1 แก้ว
3.จุลินทรีย์ EM 1 แก้ว (หมักไว้ 10 วัน)
4.ดินปะสิว 1 กก.

วิธีทำ
1.นำดินปะสิวมาบดให้ละเอียด
2.นำมาผสมกับจุลินทรีย์ EM ที่หมักไว้
3.กรองเอาเฉพาะน้ำ
ส่วนวิธีวิธีใช้ ยาฆ่าหญ้า 1 ส่วน ผสมน้ำ 50 ส่วน นำมาราดบริเวณที่ต้องการฆ่าหญ้า
———————————-

วิธีการทำน้ำหมักเพื่อใช้คุมหญ้า
ส่วนประกอบ
1.ผักแว่นสด 5 กิโลกรัม
2. น้ำซาวข้าว 5 ลิตร
3.แป้งข้าวหมากหวาน 1 ก้อน ครึ่ง
4. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
วิธีการทำ ล้างผักให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ข้อมือ เทลงถังหมัก ใส่น้ำซาวข้าว บดแป้งข้าวหมากให้ละเอียดใส่ลงในถังหมัก หมักไว้ 1 เดือน

วิธีการนำไปใช้
1.ใส่น้ำหมัก 4 ลิตร ต่อ 1 ไร่ เทให้ทั่วแปลง ระวังอย่าปล่อยน้ำลงมากเกินไป ให้ใส่น้ำพอไถคราดได้เท่านั้น
2.สูตรนี้สามารถใช้คุมหญ้าได้ทุกชนิด

อย่างที่ทราบกันดีว่าการใช้สมุนไพรหรือพืชพื้นบ้านต่างๆ มาใช้เป็นยาฆ่าหญ้านั้นมีด้วยกันหลายสูตรและต่างก็เน้นการใช้พืชที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ ให้เกิดประโยชน์ไม่ต้องไปซื้อหาให้เสียเงิน ประมาณว่ามีอันไหนก็ใช้อันนั้น และก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของสูตรหลายๆ ท่านครับที่ได้นำมาเผยแพร่ให้ได้นำไปประยุกต์ใช้งานกันต่อไป ภูมิปัญญาไทยที่ทิ้งไว้ให้เกษตรกรรุ่นหลังนับว่าเป็นมรดกอย่างหนึ่งที่ล้ำค่าและควรค่าแก่การรักษาไว้

Picture-267



อากาศดีๆ แบบนี้มาคุยกันเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรดีกว่า หุหุหุ

อย่างที่ท่านผู้อ่านทราบกันดีว่ารัฐบาลมีนโยบายจัดทำบัตรเครดิตให้เกษตรกรเพื่อใช้เป็นทุนหรือเพิ่มสภาพคล่องในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร

 

ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงของบัตรสินเชื่อเกษตรกรนั้นได้แก่

 

1. บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

 

2. ใช้ซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยใส่นาข้าว และยากำจัดศัตรูพืชในนาข้าวเป็นต้น แต่เดิมนั้นการใช้บัตรนี้จำกัดความแค่ชาวนาแต่ปัจจุบันได้ขยายความครอบคลุมไปสู้อาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรด้วย เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสำปะและชาวสวนหลังเป็นต้น

 

3. ใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งแต่ละรายจะมีวงเงินที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสาขาอาชีพ กระแสเงินสดในบัญชี และความเหมาะสมของผู้ถือบัตร

 

3. สามารถใช้บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ซื้อสินค้าทางการเกษตรและอุปกรณ์ทางการเกษตรต่างๆ ได้กับร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ ธกส ในจังหวัดนั้นและร้านที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ใช้ไม่ได้ อิอิอิ

ปลอดดอกเบี้ย 30 วันแรกเมื่อใช้บัตรแต่ละครั้งและจะปิดยอดทุกๆ วันที่ 30 ธันวาคมของทุกปีโดยนำสมุดเหลือง และบัตรประชาชนติดต่อขอรับบัตรได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านสังกัดอยู่

*** ตามความเห็นส่วนตัวนั้นบัตรเครดิตเกษตรกรนั้นคล้ายกับสินเชื่อเพื่อการเกษตรที่ทาง ธกส เคยมีโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับเกษตรกรแล้วไปจัดซื้อจัดหากันเองตามอัธยาศัยก็ปรากฏว่ามีการใช้จ่ายกันอย่างผิดจุดประสงค์ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการชำระหนี้และกระแสเงินที่ไหลไปทางอื่น เห็นว่าไหลลงไปในขวด อิอิอิ -__-!!! ทาง ธกส ก็เลยออกมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยยังคงการให้สินเชื่อกับเพื่อเป็นทุนกับเกษตรกรอยู่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง นับว่าเป็นนวัฒกรรมทางสินเชื่อของ ธกส ก็ว่าได้และก็หวังว่าจะแก้ปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของเกษตรกรได้ ***

Credit Card*** ขอขอบคุณรูปภาพจากทาง ธกส ครับ ***



การปลูกข้าวในปัจจุบันใช้ต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเพราะสภาพดินที่เสื่อมโทรมลงไปมากทำให้ต้องใส่ปุ๋ยเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับระบบนิเวศน์ในนาข้าวถูกทำลายทำให้ความสมดุลต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิมทำให้แมลงศัตรูพืชหลายชนิดออกมารังควานสร้างความเสียหายโดยที่ไม่มีการควบคุมตามระบบห่วงโซ่อาหาร ทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาใช้วิธีธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนโดยการใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยไนโตรเจนให้กับต้นข้าวทั้งยังสามารถป้องกันศัตรูพืชประเภทหอยได้ระดับหนึ่ง

การใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นไม่ยากเลยครับเพราะสภาพแวดล้อมในนาเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแหนแดงอยู่แล้ว คือเป็นสภาพน้ำนิ่ง ระดับน้ำไม่สูงและมีธาตุอาหารจากดินเพื่อการเจริญเติบโต ด้วยวิธีที่ง่ายๆ แต่ได้ผลทำให้เกษตรกรหลายรายใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวเพราะแหนแดงนั้นขึ้นชื่อเรื่องการดึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสะสมไว้ โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไร

Azolla copy

1. ปล่อยน้ำเข้านาให้ระดับความสูงประมาณ 10 – 15ซม. แล้วจึงนำแหนแดงในปริมาณ 3 – 5 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อใช้สำหรับขยายพันธุ์ในคราวแรก (คราวต่อไปไม่จำเป็นต้องใช้มากเพราะแหนแดงจะทิ้งสะเปิร์มไว้ในนา) แหนแดงไม่ถูกโรคกับยาฆ่าแมลงซึ่งอาจจะส่งผลให้แหนแดงตายทั้งหมดจึงควรงดเว้นการใช้ยาฆ่าแมลงช่วงระยะเวลานั้น

2. ไถกลบแหนแดงที่เลี้ยงไว้ 30 – 40 วันก่อนการปลูกข้าวเพื่อให้แหนแดงย่อยสลายและคายธาตุไนโตรเจนออกมาอย่างเต็มที่และให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เข้าสู่ขั้นตอนการปลูกข้ามตามปกติซึ่ง
4. …….เสร็จแระ -__-!!! เพราะระยะหลังปลูกข้าวแหนแดงก็จะเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติจากสะเปิร์มที่ทิ้งไว้ก่อนการไถกลบและวนเวียนเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวตามธรรมชาติ การปลูกข้าวนาดำจะสามารถใช้ประโยชน์จากแหนแดงได้มากกว่านาหว่านเพราะระดับน้ำและช่องว่างระหว่างต้นข้าวเอื้อำนวยให้แหนแดงเจริญเติบโตได้ดี

นอกจากจะเป็นปุ๋ยชั้นดีแล้วแหนแดงยังสามารถป้องกันหอยได้ระดับหนึ่งเพราะการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของแหนแดงทำให้เบนความสนใจของหอยให้กินแหนแดงและลดความเสียหายของต้นข้าว ทั้งแหนแดงยังเจริญเติบโตปกคลุมผืนน้ำในนาข้าวทำให้วัชพืชบางอย่างไม่สามารถเจริญเติบโตได้เพราะขาดแสงที่เพียงพอ ด้วยประโยชน์หลายๆ อย่างของแหนแดงพร้อมด้วยปริมาณธาตุอาหารหลักไนโตรเจน 3.71%, ฟอสฟอรัส 0.25%, โปรแตสเซี่ยม 1.25% ของน้ำหนักตัวแล้วก็นับว่าแหนแดงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจในการลดต้นทุนการผลิต

Picture 265

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน