Posts Tagged ‘บำรุงดิน’



ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านจากใจจริงครับ ที่คอยติดตามบล็อคบทความนี้ ไม่นึกเลยว่าบทความที่เขียนด้วยความมั่วซั่วผิดบ้างถูกบ้าง (บ่นก็เยอะ) ใน http://www.mygreengardens.com จะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้าง รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกครับที่ความรู้เท่าหางกบของเราพอจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ แบบนี้

ขอบคุณทุกท่านจากใจจริงครับที่คอยติดตามถามไถ่กันอยู่เสมอ

มาถึงคำถามวันนี้จากเพื่อนๆ เกษตรท่านหนึ่งที่หลงไปอ่านบทความเรื่องการปลูกชะอมเข้าเลยตามมาถามว่า “ใช้อะไรทำปุ๋ยหมักถึงจะดี?” ใส่ชะอมหรือพืชอื่นๆ ถึงจะงาม

ปล* ขอขอบคุณรูปภาพจากเวปเพื่อนบ้านชาวเกษตรครับ

สำหรับนักเกษตรมืออาชีพคงจะมีสูตรเฉพาะของแต่ละท่านซึ่งล้วนแต่ดีและได้ผลทั้งสิ้น แต่สำหรับผู้เขียนเองที่เป็นเพียงเกษตรกรวันอาทิตย์ก็คงจะได้แต่ตอบแบบความรู้น้อยว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดครับ จุดประสงค์หลักของการทำปุ๋ยหมักของผู้เขียนคือ

1. การลดต้นทุนเรื่องปุ๋ย

2. ต้องการบำรุงดินเพราะดินดั้งเดิมที่สวนของผู้เขียนนั้นแย่มากเลยต้องใช้วัตถุอิทรีย์บำรุงดินให้ฟื้นคืน

3. ใช้เศษวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์

ก่อนอื่นอยากเล่าให้ฟังสักนิด

นานมาแล้วสมัยที่เรายังไม่รู้จักเอทาน่อลหรือแก๊สโซฮอล กากน้ำตาลจากโรงงานน้ำตาลหรือส่าเหล้า (กากที่เหลือจากการหมักเหล้า) เป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์และเหลือใช้ชนิดที่เรียกว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจนต้องไปเทบนถนนเพื่อกันฝุ่นฟุ้งกระจาย (ขอกันฟรีๆ ไม่ต้องซื้อต้องหาเลยสมัยนั้น) ต่อมาองค์ความรู้เรื่องจุลินทรีย์ EM เข้ามาในประเทศไทยผ่านศูนย์เกษตรของญี่ปุ่นทำให้กากน้ำตาลที่เป็นของเหลือใช้กลายมาเป็นสิ่งมีค่า และยิ่งมีค่าขึ้นไปอีกเมื่อมีการส่งเสริมเทคโนโลยีการกลั่นแอลกอฮอล์จากกากน้ำตาล จากสิ่งที่เหลือใช้กลายมาเป็นสิ่งมีราคา กากน้ำตาลเริ่มหายากเพราะต้องใช้ในเชิงอุตสาหกรรมพลังงานจนบางครั้งรู้สึกว่าไปซื้อน้ำตาลทรายมาผสมจุลินทรีย์ทำปุ๋ยหมักยังจะง่ายซะกว่า

เรื่องที่สอง สมัยก่อนนั้นกากอ้อย (กากแห้งๆ ที่เหลือจากการหีบอ้อย) นั้นแทบจะไม่มีมูลค่าอะไรเลยมีอยู่เต็มไปหมดจนสามารถไปขอโรงงานน้ำตาลมาทำปุ๋ยได้อย่างง่ายๆ ราคาถูก หรือบางที่ก็ฟรีเลยก็มีให้เห็น ต่อมามีการนำกากอ้อยมาเข้าสู่อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงจนปัจจุบันกากอ้อยมีมูลค่าขึ้นมากจนไม่เหมาะสมที่จะนำมาทำปุ๋ยอีกแล้ว

เรื่องที่สามสมัยก่อนโน้นการทำโรงไฟฟ้าจากแกลบและวัสดุเหลือใช้เป็นที่ฮือฮามากในวงการเกษตรและพลังงานเพราะแกลบจัดเป็นวัสดุเหลือใช้ไม่มีใครสนใจ มีจำนวนมหาศาลเผาทิ้งเผาขว้างก็ไม่มีวันหมดและก็มีคนนำไปทำปุ๋ยอีกเช่นกัน ต่อมาโรงไฟฟ้าพลังแกลบนั้นต้องปิดตัวไปเพราะไม่มีแกลบหรือบางที่เปลี่ยนมาใช้วัสดุอื่นเป็นเชื้อเพลิงแทนเพราะแกลบเริ่มหายาก (โรงสีบางที่ยอมสีข้าวให้ชาวนาฟรีเพื่อเอาแกลบก็ยังมีเพราะแกลบเองก็มีมูลค่า) ซึ่งปัจจุบันราคาแกลบภาคกลางแถบสุพรรณบุรีมีราคาตันละ 1,200 – 1,700 บาท ราคานี้ไม่คุ้มกับการนำมาเผาอีกแล้ว

ท่านผู้อ่านพอจะนึกออกรึยังครับว่าผู้เขียนอยากจะสื่ออะไร

(ยังไม่รู้อ่ะ……..! ทำยังไงดี…….!)

ก็นะ

วัสดุที่ทำปุ๋ยหมักได้ดีที่สุดคือวัสดุใกล้ตัวที่ไม่ต้องไปซื้อไปหาครับ เศษอาหาร เศษใบไม้ ปุ๋ยคอก มูลสัตว์ต่างๆ สามารถนำมาทำปุ๋ยหมักได้หมดครับ ไม่จำเป็นต้องไปวิ่งหาวัสดุตามสูตรนั้นสูตรนี้ให้เสียเงินเสียเวลาจนบางครั้งรู้สึกว่าได้วัสดุครบแล้วแต่ราคากลับแพงกว่าปุ๋ยเคมีเสียอีกเพราะวัสดุหลายๆ อย่างตามตำราที่ท่านๆ ว่าไว้นั้นไม่ใช่เศษวัสดุหรือสิ่งเหลือทิ้งอีกต่อไปดั่งที่เล่ามาข้างต้นถึงคุณค่าที่เปลี่ยนไปของเศษวัสดุแถมยังค่าขนส่งอีกต่างหาก และที่แนะนำที่สุดคือเศษใบไม้ที่หล่นๆ แถวบ้านกวาดกองรวมๆ กันผสมกับปุ๋ยคอกที่หาได้ในท้องถิ่นผสมกับจุลินทรีย์ EM หรือหัวเชื้อ พด 1 หรือ หัวเชื้อ พด 3 ของกรมพัฒนาที่ดินอีกเล็กน้อยเพื่อเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายให้เร็วขึ้นหมั่นกลับกองปุ๋ยเพื่อเติมอากาศให้จุลินทรีย์ทุก 3 วัน 5 วันนาน 1 เดือน ก็เป็นอันเสร็จพิธีการทำปุ๋ยหมัก แล้วเราก็จะได้ปุ๋ยหมักอันเป็นอาหารอันโอชะแก่ต้นพืชได้ด้วยต้นทุนที่ถูกแสนถูก ส่วนการใช้ปุ๋ยคอกนั้นอยากจะแนะนำปุ๋ยคอกเก่าเพราะปุ๋ยคอกใหม่บางชนิดมีกรดและแมลงที่เป็นอันตรายต่อพืชทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์และการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ความธรรมชาตินั้นยังไม่ทั่วถึงทำให้พืชไม่สามารถดูดซับสารอาหารหรือแร่ธาตุได้เต็มที่เหมือนปุ๋ยหมักที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์มาแล้ว

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน