Posts Tagged ‘ปลูกผัก’



ไม่รู้จะเรียกหน้านี้ว่าอะไรก็เลยขอตั้งชื่อว่าเป็นจดหมายขอบคุณให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ ชาวเกษตรที่เข้ามาอุดหนุนจุนเจือซื้อแหนแดงและอุปกรณ์การเกษตรอื่นๆ ของผู้อ่าน ซึ่งจริงๆ ก็ควรจะมีจดหมายมาตั้งนานแล้วแต่ก็พึ่งคิดได้ หุหุหุ

ณ วันที่ 1 เมษายน 2556

ขอบคุณพี่ตุ้มที่ขับรถมาตั้งไกลจากปทุมเพื่อมารับแหนแดงและก็ขอบคุณสำหรับบทสนทนาที่แม้จะเป็นเพียงไม่กี่นาทีแต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจ

 

ขอบคุณพี่วัชรพลที่ขับรถมาจากราชบุรีมารับถึงที่ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น แถมยังต้องเลี้ยงข้าวผู้อ่านอีกหนึ่งมื้อ หากคราวหน้าแวะมาแถวนี้อีกครั้งรบกวนแจ้งล่วงหน้าจะเป็นพระคุณอย่างสูง จะได้เตรียมขนญาติพี่น้องอุ้มลูกจูงหลานมาด้วยพร้อมถุงและปิ่นโตไว้สำหรับห่อกลับบ้าน -__-!!! (เลิกคบกันก็คราวนี้แหละว่ะ!) ขอบคุณจากใจจริงครับสำหรับคำแนะนำและบทสนทนาที่มีค่า

Copy of P1080525

คำถามที่ผู้อ่านรับมาจากเพื่อนๆ พี่ๆ เวลาสนทนากันนั้นหลักๆ แล้วมีอยู่ไม่กี่คำถาม ซึ่งเรียบเรียงให้เพื่อนๆ ฟังได้ไม่ยากเลย เช่น ขายดีไหม? ลูกค้าซื้อไปทำอะไร? แต่มีไม่กี่ท่านที่ถามผู้เขียนว่าเอาเงินไปทำอะไรได้บ้าง? ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่ผู้อ่านชอบที่สุดก็ว่าได้เพราะไม่ค่อยมีใครถาม หุหุหุ เรียนให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทราบตามตรงครับว่าผู้เขียนขายแหนแดงหรือแม้กระทั่งอุปกรณ์การเกษตรต่างๆ นั้นได้กำไรไม่มากเลย ครั้นจะทำตัวเป็นนายหน้าขายที่ดินก็ละอายใจและอึดอัดใจที่จะหาเงินจากเพื่อนๆ ด้วยวิธีแบบนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเงินค่าบริการจากฝ่ายเจ้าของที่ดินก็ตามทีแต่ก็ไม่เคยสบายใจกับวิธีหากินกับเพื่อนฝูงจนสุดท้ายก็ล้มเลิกไป เงินจำนวนที่ได้จากการขายแหนแดงนั้นถูกเก็บสะสมไว้สำหรับซื้อรถขุดดินหรือแบคโฮที่เราเรียกกัน ซึ่งราคาค่าตัวเจ้าเหล็กวิ่งได้ดิ้นได้ตัวนี้ก็หลายบาทอยู่เหมือนกันแต่ก็คงต้องสะสมกันไปเรื่อยๆ เพราะจุดประสงค์ของเงินจำนวนนี้ถูกตั้งไว้แบบนั้น (แต่ตอนนี้ก็ได้หลายหมื่นแล้วนะเออ ^_^ เพราะพี่ๆ เพื่อนๆ ช่วยอุดหนุนนี่แหละครับ ถึงต้องมีจดหมายน้อยตอบรับน้ำใจเหล่านั้น) และวันหนึ่งหวังว่าเราจะได้เป็นเจ้าของรถขุดดิน (มือสองหรือมือแปดก็เถอะ!) และเมื่อนั้นผู้อ่านจะไปตระเวนขุดบ่อขุดสระให้กับเพื่อนๆ จะได้มีสระน้ำไว้กักเก็บน้ำสำหรับปลูกพืชทำสวนกันในราคาต้นทุน โดยที่เพื่อนๆ ออกแค่ค่าน้ำมันจะได้ไม่ต้องเสียค่าขุดกันแบบมหาโหดเหมือนที่ผู้อ่านเคยเจอ ซึ่งมันก็เป็นปกติวิสัยของพ่อค้าหรือคนรับจ้างที่ปฏิบัติกันมาเพียงแต่ผู้อ่านรู้สึกอคติไปเอง (ก็คนมันไม่ชอบนี่นา) เอาหละจะเล่าให้ฟัง

IMG00523-20120124-1553

IMG00518-20120124-1551

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ผู้เขียนได้ตัดสินซื้อที่ดินแปลงเล็กๆ ด้วยเงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดซึ่งก็เกือบจะไม่พอ แล้วก็ลงมือขุดสระน้ำเล็กๆ ขนาด 2 งานเพื่อหวังจะเก็บน้ำไว้ปลูกผักตามประสาชาวสวนชาวไร่มือสมัครเล่น แต่ก็ปรากฏว่ามีค่าใช้จ่ายเกือบ 8 หมื่นบาท O_O!! เฮ้ย! ราคาเจาะบ่อบาดาลยิ่งหนักกว่านี้อีก! แล้วคนที่ไม่สามารถหาเงินมาขุดสระหรือสร้างระบบชลประทานในสวนได้จะทำยังไงหละ เพราะแค่ร้อยละ 30 ของทั้งประเทศมีระบบชลประทานที่เพียงพอต่อการเกษตรกรรมตลอดทั้งปี แล้วที่เหลือหละ!

คงไม่ต้องทำการเกษตรแบบตามมีตามเกิดหรอกเหรอ? หรือจะรอฝนอย่างเดียว? ครั้นจะหวังพึ่งความช่วยเหลือจากภาครัฐฯ มึงก็ฝันกันไปเถอะ! ขนาดในฝันยังเป็นไปไม่ได้เลยแล้วแบบนี้การเกษตรบ้านเราจะเป็นยังไงว่ะเนี่ยะ! จนแล้วจนรอดก็ต้องหันหน้ามาพึ่งตนเองและก็ต้องพึ่งพาคนรอบข้างตามประสาชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ ตามแบบฉบับการเมืองภาคประชาชนนี่แหละ

 

ท่านๆ คิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง?

 

ท้ายสุดก็ขอกล่าวขออภัยอีกหลายๆ ท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามมาเพราะเยอะพอสมควรและก็ไม่แน่ใจว่าอยากจะให้เอ่ยรึเปล่า หุหุหุ และก็ต้องขอขอบคุณด้วยใจจริงครับ ^_^



นานๆ ทีจะได้มีโอกาสลาหยุดวันเสาร์กับเขาเสียที ซึ่งปกติก็ทำงานเหมือนทาสอยู่ 6 วันต่อสัปดาห์ในเมืองใหญ่อันน่าเบื่อ!!
วันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการมาบ่นและเล่าสู่กันฟัง อิอิอิ

นานๆ ทีได้โอกาสเลยไปเยี่ยมเยียนคุณลุงคุณป้าข้างบ้านที่เคยไปติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ในสวนผักให้เมื่อ 2 เดือนก่อนเพราะปกติแล้วท่านทั้งสองมักจะบ่นว่าฤดูร้อนไม่มีรายได้อะไรเลยเพราะปลูกผักไปก็ตายเกือบหมดหรือไม่ก็ดอกร่วงจนไม่ติดดอกออกผล ติดตั้งกันแบบฟรีๆ ไม่คิดค่าแรง วัสดุอุปกรณ์อันไหนเหลือใช้จากที่สวนก็ขนๆ ไปใส่ให้จนสุดท้ายก็ออกมาให้เห็นอย่างในภาพ

Picture 493

ปกติคุณลุงคุณป้ามีอาชีพหลักคือชาวสวนไร่อ้อยและมันสำปะหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง แต่ก็ประสบปัญหาขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง เสมอตัวบ้างเรื่อยๆ มา แต่มาคราวนี้ก็ได้ยุยงส่งเสริมให้ไถอ้อยทิ้งไป 1 ไร่เพื่อทดลองเปลี่ยนเป็นแปลงผักสวนครัวที่มีลักษณะการหมุนเวียนของผลผลิตที่เร็วขึ้นซึ่งนั่นก็หมายถึงว่ารายได้เริ่มจะมีแบบรายวันเพราะได้แนะนำให้รู้จักแม่ค้าเจ้าประจำที่มารับผักที่สวนให้แวะมาเยี่ยมแปลงผักของคุณลุงคุณป้าบ้าง ผลการทดลองนี้ก็ดูจะได้ผลตามที่คาดหมายเพราะคุณลุงคุณป้าไม่บ่นเรื่องรายได้ที่ขาดมือแล้วเพราะปัจจุบันมีรายได้เสริมจากการขายพืชผักสวนครัว ผักชี แตงกวา มะเขือเทศ และถั่วฝักยาวให้กับแม่ค้าทุกๆวัน แต่หันมาบ่นเรื่องปวดหลังแทนเพราะอยู่ในสวนผักทั้งวัน หุ หุ หุ

Picture 498

คุณลุงคุณป้าพึ่งปลูกมะเขือเทศไปได้ไม่กี่อาทิตย์และกำลังรอให้มะเขือเทศโตผู้เขียนจึงแนะนำให้ปลูกแตงกวากลางร่องผักเพื่อคลุมดินรักษาความชื้นและใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์
การปลูกแตงกวานั้นทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากหรือหากจะปลูกแบบเลื้อยไปกับพื้นก็ได้เช่นกัน เพียงแค่ระยะเวลา 1 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว โดยอัตราผลผิตนั้นหากปลูกแบบจริงจังก็จะได้ประมาณ 1 – 1.5 ตันต่อไร่ หากปลูกแบบเล่นๆ โดยหวังแค่ใช้พื้นที่ในร่องผักให้เป็นประโยชน์ก็จะได้ประมาณ 400 – 600 กิโลกรัมต่อรอบ เอะ!! จะว่าไปก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ยะ โดยแถวระแวกนั้นก็จะขายกันในราคาหน้าสวนที่กิโลกรัมละ 10 บาท

Picture 496

Picture 495

Picture 494

จะว่าไปแล้วน้ำก็จัดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกผักในช่วงหน้าร้อนซึ่งพืชต้องการน้ำสำหรับการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตมากเป็นพิเศษ เพราะพืชคายน้ำและสูญเสียน้ำไปกับอากาศที่ร้อนมากกว่าปกติและลมร้อนที่พัดอยู่ตลอดเวลาทำให้ปริมาณน้ำในตัวพืชนั้นลดลงและพืชก็ต้องการน้ำเพิ่มมากกว่าปกติเพื่อนำมาทดแทน ดังนั้นการปลูกพืชหน้าร้อนในปัจจุบันจึงต้องมีการวางระบบน้ำที่ดีเพื่อผลผลิตที่คุ้มค่า และการใช้วัสดุคลุมดินต่างๆ เพื่อรักษาความชื้นในดินไว้ให้ได้มากที่สุด โลกเราร้อนขึ้นทุกทีๆ เฮ้ออออ -__-!!!



เพื่อนเกษตรท่านหนึ่งถามผู้เขียนว่าอยากจะปลูกผักขายให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งแต่ไม่รู้วิธีว่าทำยังไง

คงต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ระบบการตลาดของห้างสรรพสินค้ามีอิทธิพลกับผู้บริโภคมาก เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เกือบทุกระดับเลยก็ว่าได้ แถมเครือข่ายก็มากทำให้สินค้าที่วางขายจำหน่ายได้มากเป็นเงาตามตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ผลิตในปัจจุบันจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ประมาณว่าใครๆ ก็อยากค้าขายด้วยว่างั้นเถอะ

วิธีและขั้นตอนนั้นเพื่อนๆ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายจัดซื้อของห้างสรรพสินค้านั้นๆ ซึ่งแต่ละที่มีเงื่อนไขก็ไม่เหมือนกันถึงแม้ว่าหลักการจะคล้ายกันก็ตามที สามารถสอบถามเบอร์ติดต่อจากสาขาไหนก็ได้ไม่ยาก แต่มันจะยากตอนคุยและทำให้ผ่านกฎเกณฑ์ของเขานี่แหละ จริงๆ ก็มีเบอร์ติดต่ออยู่แหละแต่ก็ไม่สามารถที่จะให้ได้เพราะเดี๋ยวเค้าด่าเอา -__-!!!

ส่วนเงื่อนไขก็มักจะคล้ายๆ กัน เช่น
1. ราคาต้องได้ตามที่กำหนด เพราะซื้อจำนวนเยอะเลยมีกำลังต่อรองกับผู้ผลิต ถูกไปก็อาจจะไม่รับหรือราคาแพงไปก็ไม่รับอีกเช่นกันเพราะแต่ละห้างจะมีเหตุผลเรื่องราคาแตกต่างกัน เช่น ห้างสรรพสินค้าสาขาใหญ่ต้องการสินค้าคุณภาพดีราคาปานกลาง ส่วนห้างสรรพสินค้าย่อยต้องการสินค้าแบบคุณภาพปานกลางราคาถูกแบบนี้เป็นต้น ต้องคาดเดาจุดประสงค์ทางการตลาดให้ถูก

2. คุณภาพต้องได้มาตรฐานซึ่งส่วนใหญ่ปัจจุบันนิยมผักปลอดสารพิษหรือสินค้าปลอดสารพิษสำหรับสินค้าสดหรือสินค้าด้านการเกษตรยิ่งต้องปลอดสารพิษเข้าไปใหญ่

3. ต้องเป็นผู้ผลิตเองเท่านั้นเพราะจะมีการตรวจสถานที่ผลิตด้วย ผู้ที่เป็นนายหน้าหรือพ่อค้าคนกลางคงจะหมดสิทธิ์

4. ปริมาณต้องได้ตามที่กำหนดในแต่ละรอบการส่งสินค้า ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะมีจำนวนการสั่งซื้อในแต่ละวันเป็นจำนวนมากเพราะมีสาขามากทำให้ต้องการสินค้าจำนวนมากเพื่อจัดส่งให้ได้อย่างทั่วถึงทุกสาขา ซึ่งจะมีบทกำกับในเรื่องของการผิดสัญญาหรือผิดนัดคือการปรับค่าเสียหายค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ

5. เงื่อนไขการรับคืนสินค้าหรือการกำจัดสินค้าสดที่หมดอายุแล้ว ตามประสบการณ์ที่พบเจอมากับตัวเองนั้น (ถึงแม้ว่าสินค้าจะไม่ใช่ประเภทผักก็ตามที) เกือบจะทุกห้างจะไม่รับผิดชอบกับสินค้าที่ขายไม่ออก ลักษณะคือการฝากขายสินค้าไม่ใช่การซื้อขาดส่วนที่เหลือขายไม่ได้ก็ต้องเก็บคืนโดยเฉพาะสินค้าสดนั้นน่าเป็นห่วงที่สุดเพราะระบบการเก็บคืนยุ่งยากที่สุด

Picture 044

ถึงแม้ว่าจะยุ่งยากก็ตามทีแต่ก็ไม่เสียหลายที่เพื่อนๆ จะลองติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่แน่ว่าเพื่อนๆ อาจจะผ่านกฎเกณฑ์ต่างๆ ของห้างสรรพสินค้าดังก็ได้ซึ่งจะนำมาด้วยกำลังซื้อที่มหาศาล หรืออย่างน้อยก็ได้รับรู้ถึงกฎเกณฑ์มาตรฐานสากลเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงวิธีการด้านการตลาดและการผลิตให้สอดคล้องกับตลาดในอนาคต

ขอให้เพื่อนๆ ร่ำรวยเงินทองและความสุขทุกๆ ท่านครับ ^_^



ช่วงนี้ปลูกผักอะไรถึงจะขายได้ราคาดี

เช้ามกราคมกับอากาศแบบกึ่งร้อนกึ่งเย็นตามแบบฉบับภูมิอากาศของ กทม. แต่ส่วนอื่นของประเทศก็ร้อนบ้างหนาวบ้างแตกต่างกันไป

เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามว่า “ช่วงนี้ปลูกอะไรดี”

ด้วยความรู้อันน้อยนิดและความเห็นส่วนตัวก็อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆชาวเกษตรดูว่าพืชล้มลุก หรือพืชผักสวนครัวอะไรราคาแพงในช่วงหน้าร้อน จริงๆ แล้วช่วงหน้าร้อนก็แพงเกือบทุกอย่างด้วยสาเหตุหลายปัจจัย เช่น คนหยุดงานช่วงสงกรานต์ทำให้การขนส่งหยุดชะงัก ช่วงภัยแล้งมาเยือนทำให้ขาดน้ำในการเกษตร อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้พืชพันธุ์ต่างๆ ติดดอกออกผลน้อยลง ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างเหล่านี้ทำให้สินค้าการเกษตรประเภทพืชผักมีราคาที่แพงขึ้นอย่างน่าตกใจ

เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมาราคาถั่วฝักยาวที่ขายหน้าสวนผู้เขียนสูงถึงกิโลกรัมละ 20 บาท หน้าสวนนะ ถ้าถึงมือผู้บริโภคเท่าไรห่ก็บวกไปเถอะ ค่าการตลาดเอย ค่าขนส่งเอย ส่วนต่างกำไรแม่ค้าเอย ส่วนต่างกำไรแผงผักเอย คิดแล้วเครียดแทนผู้บริโภคจริงๆ (-__-!!!) แต่โชคร้ายไม่มีส่งให้แม่ค้าเพราะอากาศร้อนจนดอกถั่วฝักยาวร่วงและไม่ติดผล

เมื่อเดือนต้นพฤษภาคมปีที่แล้วชะอมราคาหน้าสวนผู้เขียนกิโลกรัมละ 70 บาท แม่ค้าใจดี สปอร์ต กทม. ให้ราคากิโลกรัมละ 150 บาท แต่โชคร้ายไม่พอส่งอีกเหมือนกันเพราะอากาศร้อน ขาดน้ำผลผลิตออกน้อยไม่พอส่งแม่ค้าที่มานั่งเฝ้าหน้าสวน ทั้งรู้สึก เสียดาย เสียดายและโคตรเสียดายในเวลาเดียวกัน

ส่วนปีนี้นะหรือ หุ หุ หุ
เตรียมตัวหาผ้าในกันแดดมาคลุมแปลงเรียบร้อย ติดตั้งระบบน้ำเรียบร้อย แล้วเจอกันแม่ค้าทั้งหลาย หุ หุ หุ

Picture 044

ปลูกอะไรดีนะเหรอ? หุ หุ หุ
ถ้าเพื่อนๆอยากจะได้เงินใช้ในช่วงนี้ก็ควรศึกษาพืชพันธุ์ต่างๆ ได้เลยครับว่ามีผักชนิดไหนที่ดูแลรักษาไม่ยากเกินไป ปลูกง่ายและโตทันพอที่จะเก็บผลผลิตในอีก 3 เดือนข้างหน้าซึ่งก็คือเมษายนเพราะแพงแน่ๆ เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักชี ถั่วฝักยาว ต่างๆ นาๆ จะสังเกตได้ว่าผู้เขียนแนะนำผักสวนครัวและพืชล้มลุกเสียมากกว่าซึ่งพืชผักเหล่านี้สามารุปลูกแซมในสวน ในไร่ ในแปลงพืชหลักของเพื่อนๆ ได้ และพืชเหล่านี้ไม่ได้ใช้พื้นที่มโฬารอย่างที่คิดแค่เพียงพื้นที่แปลงเล็กๆ ก็ใช้ได้แล้ว พืชผักแบบนี้คาดคะเนตลาดได้ครับ โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้วคิดว่าจัดการเรื่องการตลาดได้สะดวกกว่า

อ่อ!!! เมื่อซักครู่น้องชาวเกษตรสมัครเล่นแบบเราๆ ท่าหนึ่งโทรมาโม้ให้ฟังว่าพึ่งถอนขายผักชีได้แปลงละ 2,500 บาท แปลงเล็กๆ นั่นแหละ 4 แปลง……. เฮ้ย…. 4 แปลงก็ ก็ ก็ 10,000 บาทหละสิ ไม่เลวเลยใช่ไหมครับสำหรับการปลูกครั้งแรก (สมควรจะลงไปไถสตางค์ถึงหน้าบ้านเป็นอย่างยิ่ง)

ผู้เขียนไม่ได้อยากให้ท่านผู้อ่านและเพื่อนเกษตรทั้งหลายดูเงินเป็นหลักเกณฑ์ครับ ถ้าจับใจความดีๆ จะเห็นว่าผู้เขียนพยายามพูดถึงเรื่อง “การทำนายตลาด” ในช่วงระยะเวลาอันใกล้ที่จะถึงนี้เป็นหลัก “ดูให้เป็น” และ “ดูให้ออก” ครับแล้วเงินจะไม่หนีท่านไปไหน



ว่ากันว่าสุดยอดแห่งปรัชญาความพอเพียงนั้นคือการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ก็น่าเสียดายว่าโลกปัจจุบันสลับซับซ้อนเกินกว่าจะพึ่งพาตนเองให้ได้ทุกเรื่อง เช่น เรื่องพลังงาน เรื่องการสื่อสาร แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักของชีวิตที่เราสามารถพึ่งพาตนเองได้หรืออย่างน้อยก็ลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหารด้วยการผลิตอาหารเอง (ไม่ใช่ให้เลี้ยงวัวบนคอนโดหรือเลี้ยงหมูหน้าสำนักงาน รู้ว่าท่านอาจจะทำได้แต่…..คงไม่งามมั้ง) หลายๆ ท่านคงจะเคยเล่นเกมส์ใน Facebook เลี้ยงหมู ปลูกผัก รีดนมวัว เลี้ยงไก่ สารพัดอย่าง ความน่ารักของเกมส์เหล่านี้คือทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นผลผลิตงอกเงย ได้เห็นผลผลิตที่ออกดอกแตกผลและติดงอมแงมทุกครั้งที่เราสามารถขยายกิจการของเราออกไปใหญ่โตเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ได้ ถึงแม้จะห่างไกลจากความเป็นจริงซักหน่อยแต่หลักการก็คงไม่ต่างกันคือสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อให้เราพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด

 

ลองคิดดูถึงชีวิตที่มีอาหารเพียงพอ อยู่กับธรรมชาติและการทำงานเป็นเพื่อการหาอาหารสำหรับดำรงชีพเท่านั้น มันจะมีความสุขขนาดไหน (ไม่ต้องตอบสนองความต้องการเกินหลักพื้นฐานการดำรงชีพในโลกของทุนนิยมเหมือนปัจจุบัน) อยากได้ไอโฟนก็เอาผักไปแลก เอ้อออออ  ดีม่ะ เอามะเขือไปจ่ายค่าโทรศัพท์อาไรอย่างเงี้ยะ

 

วันนี้เลยอยากจะมาชวนเพื่อนๆ ปลูกผักทานกันเองเพื่อประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าพนักงานกินเงินเดือนอย่างชั้นเนี่ยะก็ปลูกผักทานเองได้ โดยที่เพื่อนๆ ไม่ต้องมีที่ดินที่นาเป็นไร่ๆ ก็สามารถปลูกผักไว้ทานเองได้ไม่ยากเย็นอะไร เพียงมีกาละมัง ถังหรือวัสดุสำหรับปลูก (ไม่มีก็ขโมยข้างบ้านก็ได้ ไม่ว่ากัน) เมล็ดพันธุ์ผัก ดินสำหรับปลูกซึ่งเดี๋ยวนี้มีดินถุงขายเยอะแยะไป

แต๊น แตน วิธีทำ

1. เตรียมดินใส่ภาชนะปลูก เช่น ถัง กล่องโฟม ภาชะอะไรก็แล้วแต่ที่พอจะใส่ดินได้มีความลึกพอประมาณ จะใส่กาบมะพร้าวสับลงไปก็ดีไม่น้อย

Picture 084

2. หาซื้อเมล็ดผักตามตลาดและหาวัสดุปลูก ดิน ปุ๋ย และถ้ามีฟางข้าวหรือวัสดุคลุมก็ดีไม่น้อย

Picture 085Picture 088Picture 089

*เพื่อนๆ คงสังเกตเห็นแล้วนะครับว่าดินที่สวนไม่ค่อยจะดีเอาซะเลย แต่ก็ไม่เกินไปนักสำหรับความพยายาม

3. คลุกเคล้าดินกับปุ๋ยแล้วใส่ในภาชนะปลูก

4. รดน้ำให้ชุมก่อนซัก 1 รอบ

Picture 091

5. หว่านเมล็ดผักให้ทั่วพองาม

Picture 093

6. หาวัสดุคลุมแล้วรดน้ำอีก 1 รอบเพื่อเป็นศิริมงคล หุ หุ หุ

Picture 094

7. รอ……..รอ…….แล้วก็รอมันงอก

รอดตายแล้วอาทิตย์นี้ ได้ผักใส่มาม่าหละ

 

จริงๆ แล้วไม่ได้อยากให้เพื่อนมาปลูกผักอะไรให้วุ่นวายครับ เพียงแต่อยากให้เพื่อนๆ รู้สึกว่าเราควรจะชีวิตแบบพอเพียงบ้างในแบบฉบับของเราเอง เพราะเชื่อแน่ว่าแต่ละท่านมีชีวิตประจำวันที่ไม่เหมือนกัน คงจะดีไม่น้อยที่เราสามารถทำอะไรเองได้บ้างโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นไปเสียทุกอย่างจนทำให้เรารู้สึกว่าเราเองทำอะไรไม่เป็นเลยแล้วถ้าไม่มีคนอื่นเราจะอยู่รอดไหม

****
เพื่อนๆ ฝากมาถามว่าผักเป็นยังไงบ้าง? เหลือแต่รูปตอนงอกใหม่ๆเก็บไว้ไม่กี่ภาพครับ ส่วนที่เหลือตัดใส่มาม่าหมดแล้ว -_-!!! ก่อนตัดผักบุ้งก็ลืมถ่ายรูปเก็บไว้ ขออภัยจริงๆ

Picture 007

Picture 011

Picture-289

 



ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ (หรือแม้กระทั่งธนาคารของรัฐ) ไม่ชอบยุ่งกับที่ดินเปล่าเพราะเป็นทรพย์สินที่มีความคล่องตัวต่ำหรือพูดง่ายๆว่าขายออกยาก แถมยังมีเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัว เลยเป็นกรรมของพวกเราชาวเกษตรที่อยากจะได้ที่ดินไว้ปลูกผักเหลือเกินแต่ไม่มีธนาคารไหนอนุมัติสินเชื่อ เฮ้อออออ เหนื่อย (ไม่แน่ในว่าภาษประกิดเรียก Mortgage จำนอง หรือ Loan สินเชื่อ)

แต่

ก็ไม่ใช่ว่าจะอับจนหนทางซะเลยทีเดียว เหมือนกับกรณีศึกษาของเพื่อนชาวเกษตรเราท่านหนึ่งที่เบื่อหน่ายงานประจำและชีวิตมนุษย์เงินเดือนเลยอยากจะออกไปเป็นเกษตรกรอยู่กับธรรมชาติและหนู (เมียชื่อหนูส่วนลูกชายชื่อธรรมชาติ) ที่บ้านไร่ปลายนาแบบชีวิตพอเพียง แต่ดันลืมนึกไปว่าไม่ได้มีมรดกที่ดินแบบคนอื่นๆ เขา เลยจำเป็นต้องแบกหน้าไปขอสินเชื่อธนาคารแต่แล้วแต่รอดก็ไม่มีธนาคารไหนให้ (หรือให้ก็ให้น้อยจนไม่เกิดประโยชน์) จนสุดท้ายต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากกู้ซื้อที่ดินเปล่ามาเป็นกู้ซื้อบ้านหลังเล็กๆ มีที่ดินหลังบ้านสำหรับทำการเกษตร ไม่น่าเชื่อว่าแค่มีบ้านเพิ่มเข้าไปในที่ดินแปลงนั้นเงื่อนไขการกู้จะเปลี่ยนไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งง่ายกว่าเยอะ เพราะธนาคารถือว่าบ้านเป็นทรัพย์สินสิ่งก่อสร้างถาวร (รึเปล่า) ที่ขายง่ายกว่าที่ดินเปล่า เลยเอามาเล่าสู่เพื่อนๆ ได้ฟังกันเพราะบางทีเปิดกว้างแวะไปดูทรัพย์ธนาคารที่เป็นบ้านหลังเล็กพร้อมที่ดินทำการเกษตรก็ดีไม่ใช่น้อย อ่อ เตรียมเงินไว้ซ่อมแซมบ้านด้วยหละ หุหุหุ



“อยากมีที่ดินแปลงเล็กๆ ไว้ทำการเกษตร”

“อยากได้ที่ดินไว้ทำเกษตรแบบพอเพียง”

“อยากปลูกผักแบบเกษตรผสมผสาน”

“อยากหาที่ดินไว้ปลูกบ้านผักผ่อนต่างจังหวัด”

“ที่ดินไว้ปลูกผักสวนครัว”

ผู้เขียนได้ยินประโยคเท่านี้บ่อยมากจากเพื่อนร่วมงานและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนๆในกลุ่มเกษตรพอเพียงที่เหน็ดเหนื่อยกับชีวิตการงานในเมืองหลวงและอยากจะหนีไปพักผ่อน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์เติมพลังชีวิต หนีไปใช้ชีวิตชาวไร่ชาวสวนที่อยู่กับธรรมชาติอย่างที่ใฝ่ฝัน

แต่……แต่ช้าแต่…. การที่จะมีที่ดินซักผืนมาไว้ในครอบครองนั้นไม่ใช่ของง่ายเลย เพราะผู้เขียนประสบการณ์มาด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีทุนทรัพย์ไม่มากแต่อยากจะมีที่ดินอย่างผู้เขียน ผู้ที่เติบโตมากับชีวิตในเมืองหลวงไม่มีญาติพี่น้องต่างจังหวัดและไม่มีคนรู้จักที่พอจะแนะนำนั้นยากยิ่งกว่าอะไร  ในบรรดาข้อแม้เหล่านี้เงินทุนดูเหมือนจะเป็นปัญหาหลักๆ สำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์มากก็หาไว้ในครอบครองได้อย่างง่ายดายเพราะโลกเราปัจจุบันนี้ขับเคลื่อนได้ด้วยเงิน พลังงานและอาหาร หุ หุ หุ เชื่อเถอะ มีเงินซื้อได้เกือบทุกอย่าง (อย่าเถียงเชียวนะ!) แต่สำหรับผู้มีทุนน้อยนั้นยากเสียยิ่งกว่าอะไรเพราะราคาที่ดินในปัจจุบันนี้ถูกปั่นราคาขึ้นสูงจนน่ากลัว ท่านผู้อ่านเชื่อไหมหละว่า 20 กว่าปีก่อนหน้านี้ที่ดินถูกยกให้กันฟรีๆ ยังไม่มีใครสนใจเพราะมันคือป่าที่คนขี้เกียจจะดูแล แต่ปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนไปเยอะ เยอะจนเราคาดไม่ถึงเพราะจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นส่วนทรัพยากรนั้นกลับสวนทางลดน้อยลงไปมากอย่างน่าใจหาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์น้ำท้วมครั้งใหญ่ปี 2554 ที่เป็นสิ่งขับดันให้ราคาที่ดินกระโดดขึ้นไปสูงขึ้นไปอีกเพราะชาวกรุงเตบ อิ อิ อิ และคนจากเมืองหลวงหวั่นวิตกกับเหตุการณ์น้ำท้วมได้ออกไปตระเวนกว้านซื้อที่ดินกันอย่างบ้าคลั่งเพราะหวังจะใช้เป็นที่หนีภัยประกอบกับนายทุนผู้มากด้วยเงินตราชักนำพาให้ราคาสูงลิ่ว

แต่……ถึงกระนั้นก็ยังไม่หมดทนทางหากเรายังแสวงหา ก็ยังพอมีทางเหลือให้กับผู้มีทุนน้อยอย่างเราๆ (รวมถึงผู้เขียน) อยู่บ้างแม้จะแลกมาด้วยเงื่อนไขอันจุกจิกน่ารำคาญในบางครั้ง

1. กู้ธนาคารเพื่อซื้อที่ดินเปล่า

– ในอดีตถือเป็นเรื่องปกติและทำกันโดยง่ายแต่ในปัจจุบันทำได้ลำบากยิ่งแล้วเพราะหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ฟองสบู่แตกทำให้ความลับที่หมกเม็ดไว้นานในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่งได้แตกตามด้วยซึ่งก็คือการที่คนในธนาคารร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลต่างๆนาๆ ปั้นราคาที่ดินเปล่าจนสูงเกินราคาจริงเป็นอย่างมากเพื่อกู้เงินออกมาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ และต่อมาได้มีการตรวจสอบราคาที่ดินเปล่าเหล่านั้นทำให้พบการทุจริตอย่างมโหฬาร เป็นผลต่อเนื่องให้ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ไม่ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่าในปัจจุบัน (หรือปล่อยสินเชื่อก็มากด้วยเงื่อนไขต่างๆ นาๆ) แต่บางธนาคารก็ยังทำได้อยู่ (จากประสบกาม เอ้ย ประสบการณ์ปี 2554) เช่น  

ธนาคารกรุงเตบ ที่ยังคงให้สินเชื่อ 70% ของราคาประเมิน (ราคาประเมินนะจ๊ะไม่ใช่ราคาขาย) แต่เราก็ยังต้องหาส่วนต่างมาจ่ายให้ผู้ขายอยู่ดี แต่ก็พอจะช่วยเบาแรงไปได้บ้าง

ธนาคารกสิกรไตยที่ให้สินเชื่อประเภทที่ดินเปล่าสำหรับสร้างบ้านแต่เป็นแปลงเล็กๆ ไม่เกิน 3 ไร่ 5 ไร่ แต่อย่างไรก็ดีควรจะถือเป็นแค่แนวทางเพราะกฎระเบียบเหล่านี้เปลี่ยนแปลงบ่อยมาก

ธนาคารเพื่อการเกษตรก็ดีหากท่านได้เข้าเป็นสมาชิกและอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ จะเอื้อประโยชน์อย่างมากให้กับเกษตรกร

วิธีกู้เงินซื้อที่ดินวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ประจำ หรือเงินเดือนเป็นที่แน่นอนเพราะธนาคารจะมองว่ามีรายได้มั่นคงสม่ำเสมอระดับหนึ่ง หากเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระก็ต้องมีการแสดงรายได้กันวุ่นวายพอสมควร เห็นไหมมนุษยืเงินเดือนก็มีข้อดีในตัวของมันขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์

ตอนต่อไปว่ากันด้วยทรัพย์ธนาคารที่พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง เขียนยาวไปผู้อ่านตาลายกันพอดี หุ หุ หุ

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน