Posts Tagged ‘ปลูกฝักทอง’



ผู้เขียนก็เป็นเกษตรมือสมัครเล่นเหมือนกับผู้อ่านหลายๆ ท่านที่มีที่ดินผืนเล็กแบบพออยู่พอกิน ครั้นจะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักอย่างเกษตรกรมืออาชีพก็คงจะไม่ไหวเพราะที่ดินไม่เอื้ออำนวย จนสุดท้ายต้องมาจบด้วยการปลูกผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ

การมีพื้นที่น้อยก็มีข้อดีอยู่ในตัวเช่นกัน นั่นก็คือความจำกัดด้านพื้นที่ทำให้เราคิดที่จะใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ชนิดที่ว่าปลูกตรงไหนได้ก็ปลูก ตรงไหนยัดได้ก็ยัดอะไรประมาณนั้น หุหุหุ หรือพูดอีกในหนึ่งก็คือคิดประยุกต์ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอยู่ตลอดเวลา (จนตอนนี้รกเป็นป่าหมดแระ -__-!!!)

การปลูกฝักทอง ฝักเขียว น้ำเต้า และพืชล้มลุกแบบเถาเลื้อยต่างๆ ก็เป็นพืชอีกตระกูลหนึ่งที่อยากจะแนะนำหากท่านผู้อ่านต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แถมราคาค่างวดตอนเก็บไปขายก็ชวนยิ้มออกเช่นกัน เพราะตลาดมีความต้องการอยู่เรื่อยๆ ประมาณว่าเป็นพืชที่ขายได้ขายดีทั้งปีทั้งชาติ

การปลูกพืชตระกูลเถาไม้เลื้อยนั้นหากดูผิวเผินจะดูเหมือนว่าใช้พื้นที่เยอะ แต่หากพิจารณาให้ดีแล้วก็จะเห็นว่าพืชตระกูลเถาไม้เลื้อยมีจุดที่รากลงดินแค่ 1 จุดคือบริเวณจุดที่รากงอกตอนปลูกและส่วนที่เหลือนั้นก็เป็นเพียงเถาเลื้อยที่วิ่งหาแสงเพื่อรับแดดสำหรับการปรุงอาหาร หากเราทราบเช่นนี้แล้วการที่จะควบคุมบริเวณพืชประเภทนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนกับที่ผู้เขียนปลูกน้ำเต้าไว้ริมขอบระหว่างแปลงผักแล้วทำลานให้เลื้อยขึ้นด้านบนให้ปกคลุมบริเวณเหนือร่องน้ำตรงกลาง หรือการปลูกแตงและฟักขาวควบคู่ไปกับการปลูกพริกให้ใบแตงและใบฟักขาวบังแดดรักษาความชื้นให้กับดินรอบๆ ต้นพริก ส่วนการปลูกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ขุดหลุดขนาด 20 x 20 ลึก 40 ซม. แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแล้วกลบด้วยหน้าดิน หยอดเมล็ดลงไปประมาณ 2 – 3 เมล็ดต่อหลุดแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เพียงแค่ 5 – 7 วันก็จะมีการงอกเกิดขึ้นและเจริญเติบโตต่อไป หากบริเวณที่ท่านปลูกมีแดดจัดก็สามารถกางผ้าใบบังแดดหรือคลุมด้วยฟางบริเวณปากหลุมก็ได้ ซึ่งก็แล้วแต่วิธีการปลูกของแต่ละท่าน

ปลูกลืมๆ ไปไม่ต้องรดน้ำเพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำทำให้ประหยัดแรงงานไปได้มาก เพียงแค่ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ หากเหลือทาน เหลือแจกก็สามารถวางขายที่ตลาดได้
IMG_3379

IMG_3377

IMG_3371

IMG_3381

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน