ปลูกยูคาลิปตัส

ปลูกต้นยูคาลิปตัสคุ้มค่าจริงไหม?



สืบเนื่องจากบทความก่อนเรื่องการปลูกพืชบนดินลูกรัง ก็มีเพื่อนๆ ถามไถ่เข้ามาว่าปลูกยูคาลิปตัสดีไหม? คุ้มค่ารึเปล่า?
ก็ตอบกันแบบบ้านๆ เลยละกันครับว่าหากพื้นที่สวนไร่นาของท่านสภาพดินยังดีอยู่ อุดมสมบูรณ์แล้วก็ไม่ควรปลูกครับ ต้นยูคาลิปตัสนั้นเหมาะกับการปลูกบนพื้นที่ที่สภาพดินไม่ดีแบบชนิดที่ว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วจะเหมาะสมกว่า เพราะหากท่านมีที่ดินสภาพสมบูรณ์ดีแล้วก็ควรปลูกอย่างอื่นที่ได้ผลผลิตได้เร็วกว่า

มาเริ่มกันด้วยข้อมูลทั่วๆไปก่อนว่าถ้าเพื่อนๆ จะปลูกต้นยูคาลิปตัสแบบเต็มรูปแบบนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
ยูคาลิปตัสนั้นเป็นไม้พื้นเมืองของออสเตรเลียเป็นไม้โตเร็วลักษณะลำต้นสูงยาวเปลือกบางกิ่งก้านน้อยจึงสามารถที่จะจัดวางได้หลายระยะทั้งระยะที่ชิดและห่าง หากเพื่อนๆ ปลูกระยะ 2 x 2 เมตรก็จะสามารถปลูกได้ไร่ละ 400 ต้น ส่วนระยะห่าง 3 x 2 เมตรก็ได้ประมาณ 266 ต้นและถ้าระยะห่าง 3 x 3 เมตรก็จะได้ประมาณ 177 ต้นตามลำดับ

ส่วนผลผลิตนั้นใช้เวลา 3 – 5 ปีก็จะสามารถตัดขายได้และถ้าหากปลูกแบบระยะห่าง 3 x 3 เมตรก็จะได้ประมาณ 10 – 12 ตันต่อไร่ ส่วน 2 x 2 เมตรนั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 15 – 20 ตันต่อไร่ส่วนสาเหตุที่จำนวนผลผลิตใกล้เคียงกันก็เพราะว่ายูคาลิปตัสเป็นพืชที่โตเร็ว ใช้แสงและธาตุคาบอนไดออกไซด์เยอะจึงมักจะแย่งกันเองในรัศมีใกล้กัน

ในเรื่องราคารับซื้อนั้นบางเจ้าก็ซื้อเหมาเป็นน้ำหนักตันซึ่งราคาก็แล้วแต่ตกลงกันอีกนั่นแหละ ส่วนโรงงานนั้นมักจะรับซื้อตามขนาดไม้
ขนาดไม้ 3 นิ้ว ขึ้นไป ราคา 1,000 บาท ต่อตัน (ตัดไม้รอบแรก)
ขนาดไม้ 2 นิ้ว ขึ้นไป ราคา 900 บาท ต่อตัน (ตัดไม้รอบที่สอง)
ขนาดไม้ 1 นิ้ว ขึ้นไป ราคา 400 บาท ต่อตัน (ตัดไม้รอบที่สองเป็นต้นไป)
เหล่านี้คืออุดมคติที่ควรจะเป็น ส่วนใหญ่ราคาที่ได้แบบนี้จะเป็นราคาหน้าโรงงานซึ่งต้องขนไปส่งเอง และเรื่องการขนส่งนั้นหากไม่ใช่รถขนส่งแบบเป็นกิจจะลักษณะแล้วหละก็การขนส่งก็จะยิ่งลำบากเพราะท่านอาจจะโดนไถตลอดทาง (อันนี้เป็นความเห็นของน้าสมซึ่งเป็นคนขับรถส่งไม้ยูคาลิปตัสนะไม่ใช่ของผู้เขียน -__-!!!)

และด้วยเหตุผลหลายประการจากความเป็นจริงที่หลุดพ้นจากอุดมคตินั้นก็มีหลายข้อที่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ปลูกไม้ยูคาลิปตัส เช่นว่า

1. ยูคาลิปตัสนั้นปลูกกันมากในจังหวีดปราจีนบุรี สระแก้ว กาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเพราะแถบนี้มีโรงงานรับซื้อตลอด หากอยู่ในพื้นที่ใกล้โรงงานก็คงจะรอดไปแต่หากท่านไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการรับซื้อของโรงงานจะทำให้ขายลำบาก ถึงแม้ว่าจะบอกว่ารับซื้อแต่หากอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายนอกพื้นที่รับซื้อแล้วหละก็ไม่มีใครอยากจะไปรับให้หรอกเพราะไม่คุ้มกับค่าขนส่งถึงจะกล้ามาจริงราคาที่ท่านได้รับก็คงถูกกดติดดิน

2. ราคาขายส่งโรงงานถูกมาก มีตั้งแต่ตันละ 600 จนถึงตันละ 1000 บาทแล้วแต่ขนาดของไม้และแต่ละพื้นที่ความใกล้ไกลก็ให้ราคาไม่เหมือนกัน ด้วยระยะเวลา 3 – 5 ปีกับไร่ละหมื่นกว่าบาทซึ่งบางที่รับซื้อน้อยกว่านั้นก็มี อย่างที่ท่านทราบดีว่ายูคาลิปตัสนั้นตัดได้หลายรอบโดนรอบแรกจะได้ไม้ขนาดใหญ่สุดแต่หลังจากนั้นจะได้ไม้ขนาดเล็กแบบคล้ายๆ กิ่งที่งอกมาใหม่ซึ่งขายไม่ค่อยได้ราคา

4. ต้องเสียเงินค่าถอนตอต้นยูคาลิปตัสหากต้องการเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกอย่างอื่น ถึงแม้จะโฆษณาว่ามียาป้ายให้ตอยูคาลิปตัสตายหรือผุ แต่ความเป็นจริงก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่กล่าวไว้ก็ยังต้องมีการถอนตอหรือทำลายตออยู่ดี ซึ่งบางพื้นที่แทบจะหาว่าจ้างขุดตอยูคาลิปตัสแทบไม่ได้เลย
Picture 030

เหล่านี้คือสิ่งที่ผู้เขียนพบเจอมาด้วยตนเองทั้งนั้นจนสุดท้ายต้องเก็บไว้ทำเสาเล้าเป็ดเสียเองให้หายเจ็บใจจากการโดนกดราคาครั้นจะไปสงเองก็ไม่คุ้มค่าน้ำมันเพราะรถขนไม้ต้องเป็น 6 ล้อหรือ 10 ล้อถึงจะคุ้มทุนค่าขนส่ง หากท่านผู้อ่านคิดจะปลูกเพื่อเอาไว้ใช้งานหรือปลูกบนพื้นที่ที่ปลูกอย่างอื่นไม่งามก็พอจะเห็นด้วยเพราะไม่มีอะไรจะเสียหายแล้ว แต่หากผู้อ่านมีพื้นที่ดินดีเป็นปกติแล้วหละก็ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบถึงผลได้ผลเสีย

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน