ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์

ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์แล้วจะไปขายให้ใคร



คำถามจากเพื่อนเกษตรท่านหนึ่งที่กำลังมองหาตลาดสำหรับผลผลิตที่เพาะปลูกเอาใจใส่มาอย่างดี ผู้เขียนก็เลยแนะนำไปว่าให้ไปติดต่อที่ฟาร์มเลี้ยงวัวขนาดใหญ่ดูว่ารับซื้อกันราคาเท่าไหร่ หรือไม่ก็สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการทำหญ้าหมักเพื่อยืดอายุผลผลิตแล้วทยอยขายตอนช่วงฤดูขาดแคลนซึ่งก็คือฤดูร้านที่ผลผลิตสด (หรือในกรณีนี้คือหญ้าสด) ขาดแคลน จะว่าไปแล้วหญ้าเลี้ยงสัตว์ยังขาดแคลนไปบางจังหวัดด้วยซ้ำไปถึงขนาดไปขอซื้อข้ามจังหวัดก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นฟาร์มเลี้ยงวัวมีที่ไหนรีบเข้าไปทำความรู้จักเลยไม่ต้องกลัวเพราะฟาร์มเองก็ต้องการหญ้าดีมีคุณภาพราคาเหมาะสมไว้เลี้ยงสัตว์เช่นกัน

จะว่ากันตามความเป็นจริงนั้นชาวไทยเราเก่งในเรื่องของการผลิตหลายๆ อย่างเราผลิตหรือเก็บเกี่ยวได้ผลมากกว่าเพื่อนบ้าน แต่ในด้านทักษะการค้าขายหรือการตลาดนั้นนับว่าชาวไทยเราไม่ค่อยถนัดนัก จึงทำให้ภาพรวมของประเทศยังมีปัญหาด้านการตลาดให้เห็นอยู่ร่ำไป นั่นก็อาจจะเป็นเพราะชาวไทยเราไม่เก่งในการเข้าทำความรู้จักคนแปลกหน้าทั้งๆ ที่โรงงานหลายแห่งขาดแคลนสินค้านำมาผลิตจนต้องนำเข้าจากต่างประเทศแต่ชาวไร่ชาวสวนกลับขายผลผลิตไม่ได้และไม่มีที่ขาย เพราะทั้งสองฝ่ายไม่รู้จักกันนั่นเอง (เหตุนี้หละมั้งที่ทำให้เกิดระบบพ่อค้าคนกลางที่อาศัยการเชื่อมโยงระหว่างคน 2 กลุ่มสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองอย่างเป็นกอบเป็นกำ)

การตลาดควรจะมาก่อนการผลิตเสมอ ซึ่งก็หมายถึงการหาตลาดก่อนจึงจะลงมือผลิต หรือผลิตคราวละน้อยเพื่อทดลองตลาดแล้วจึงขยายออกไป แต่ส่วนใหญ่ที่มีปัญหาเพราะการที่เริ่มผลิตโดยไม่ศึกษาตลาดก่อนว่าทิศทางเป็นอย่างไร จนสุดท้ายต้องมาเหนื่อยในการขายหรือไม่ก็ตกเป็นรองพ่อค้าคนกลางเพราะขายสินค้าไม่ออก

หากจะดูกันให้ดีประเทศไทยมักจะมีปัญหาด้านการขนส่งจึงทำให้สินค้าชิดหนึ่งล้นตลาดในจังหวัดหนึ่งแต่อีกจังหวัดหนึ่งยังไม่ได้วางขาย ภาพแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งไปและถ้ามองในมุมกลับกันหากเรามีการขนส่งที่ดีมีการจัดการด้านตลาดที่ดีก็สามารถหาตลาดได้ไม่ยาก เช่นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ทนราคาตกต่ำไม่ไหวจึงขนใส่รถไปแกะขายในเมืองทำให้จากเดิมได้กิโลกรัมละ 10 บาทกลายเป็นกิโลกรัมละ 80 – 100 บาทลังจากแกะเสร็จ หรือฟาร์มเกษตรปลอดสารพิษที่มีบริการส่งผักตามบ้านโดยการโทรสั่งแล้วก็ไปส่งตามเวลาที่กำหนด หรือฟาร์มเห็ดหลายแห่งที่เริ่มเช่าโกดังในเมืองเพื่อเป็นแหล่งผลิตส่งตลาดโดยตรงโดยที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เหล่านี้เป็นต้น เกษตรกรยุคใหม่คงไม่สามารถจะนิ่งเฉยได้เหมือนอดีตที่ผ่านมาเพราะกระแสโลกปรับตัวเร็วมากซึ่งเป็นเหตุผลหลักให้ภาคเกษตรอย่างเราต้องปรับตัว

Picture 063

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน