Posts Tagged ‘ผลผลิตทางการเกษตร’

มาตรฐาน GAP เพื่อการส่งออกผักและผลไม้



มาตรฐาน GAP หรือการผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม Good Agriculture Practices (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่ดีและมีคุณภาพตามที่มาตรฐานกำหนดไว้ ซึ่งกำหนดไว้โดยองค์กรด้านอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

หากคิดจะส่งออกผักหรือผลไม้ไปยังต่างประเทศคงต้องศึกษามาตรฐาน GAP ให้ดีเพราะประเทศส่วนใหญ่เริ่มใช้มาตรฐาน GAP เป็นตัววัดตัดสินการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรหรือแม้แต่ตลาดภายในประเทศเองก็เริ่มมีบทบาทขึ้นเรื่อยๆ ในหลายโรงงานใหญ่ โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจรับรองระบบการจัดการคุณภาพ

การตรวจรับรองระบบ GAP ของกรมวิชาการเกษตรได้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1. กระบวนการผลิตที่ได้ผลิตผลปลอดภัย
2. กระบวนการที่ได้ผลิตผลปลอดภัยและปลอดภัยจากศัตรูพืช
3. กระบวนการผลิตที่ได้ผลิตผลปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพืชและคุณภาพเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค

หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจประเมินรับรองฟาร์ม GAP
ข้อกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมินที่ใช้ในการตรวจรับรองฟาร์ม GAP ทั้ง 3 ระดับ ประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้

1. แหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตรนั้นจะต้องเป็นน้ำสะอาดที่ได้จากแหล่งที่ไม่มีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สารเคมีหรือวัตถุอันตรายใดๆ

2. พื้นที่ปลูกต้องไม่มีสารปนเปื้อนในดินจากวัตถุอันตรายหรือจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตร

3. การใช้สารเคมีหรือวัตถุมีพิษในกระบวนการผลิตตามกฎข้อบังคับ หรือตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร (ยุ่งยากมากนักก็อย่าใช้เลยเห็นกฎข้อปฏิบัติของกรมวิชาการเกษตรก็ปวดหัวแล้ว -___-!!!)

4. มีโรงเรือนหรือสถานที่เก็บผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานความสะอาด และสามารถป้องกันสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน

5. มีการจดบันทึกข้อมูลพื้นฐานในการผลิต เช่น ใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรอะไรบ้าง ป้องกันศัตรูพืชยังไง และบันทึกการจัดการต่างๆ

6. ผลผลิตทางการเกษตรนั้นจะต้องปลอดจากแมลงศัตรูพืชติดอยู่หลังจากการเก็บเกี่ยว

7. มีการคัดแยกคุณภาพของผลผลิตให้ชัดเจน เช่น คุณภาพดี คุณภาพปานกลาง และคุณภาพต่ำ ซึ่งในปัจจุบันเรานั้นไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการคัดแยกจากแหล่งผลิต มักจะนิยมขายเหมาให้โรงงานไปคัดแยกเอง
8. อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องได้มาตรฐานทั้งความสะอาดและปลอดสารปนเปื้อนที่มีผลต่อความปลอดภัยในการบริโภค

เรื่องสารพิษตกค้างนั้นเป็นเรื่องปกติของสินค้าทางการเกษตรซึ่งไม่สามารถที่จะทำให้บริสุทธิ์ได้ทั้งหมดจึงทำให้แต่ละประเทศที่นำเข้าผักหรือผลไม้มีกำหนดกฏเกณฑ์ที่แตกต่างออกไปในจำนวนของสารตกค้างที่สามารถให้มีได้ในผลผลิตทางการเกษตรแต่ละชนิด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ส่งไปญี่ปุ่นอนุญาตให้มีสารตกค้างคลอไพริฟอส (Chropyrifos) ได้ 0.05 มิลิกรัมต่อน้ำหนักมะม่วง 1 กิโลกรัม หรือพริกมีสารตกค้างคลอไพริฟอส (Chropyrifos) ได้ 1.00 มิลลิกัรมต่อน้ำหนักพริก 1 กิโลกรัมเป็นต้น โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ติดต่อขอความรู้ได้จากกรมวิชาการเกษตร เบอร์ติดต่อ 0-2579-0151-8 (โยนให้ซะงั้น!! จะมานั่งแจกแจงก้ไม่ไหวเพราะรายละเอียดเยอะมาก -_-!!!) และโยเฉพาะอย่างยิ่งในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า (ปี 2558) ที่กฏข้อบังคับอีกหลายๆ อย่างของประชาคมอาเซี่ยนจะมีผลบังคับใช้มากขึ้นทำให้ชาวเกษตรอย่างเราๆ ต้องหันมาใส่ใจเรื่องคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานเหล่านี้มากขึ้น อยากค้าขายกับคนหมู่มากก็ต้องปรับตัวตามความต้องการของคนหมู่มากครับ

Picture-112

อยากได้ที่ดินไว้ทำการเกษตรแต่ไม่มีเงินทำยังไงดี



นี่เป็นคำถามแรกๆ ที่เกิดขึ้นในหัวของผู้เขียนซึ่งในขณะนั้นค่อนข้างจนไม่มีเงินก้อนพอที่จะซื้อที่ดินไว้ใช้ในการเกษตร (ปัจจุบันก็ยังจนอยู่ ฮ่ะๆ) ครั้นจะไปขอสินเชื่อสำหรับซื้อที่ดินเปล่าก็ยุ่งยากและให้ผลไม่ต่างกัน คือมีอยู่ไม่กี่ธนาคารที่ให้สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่าและหนึ่งในนั้นคือธนาคารกรุงเทพฯ ซึ่งผู้เขียนนิยมชมชอบเป็นการส่วนตัว แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ในครั้งนั้นเพราะวิธีคิดและหลักการของทางธนาคารนั้นจะให้สินเชื่อได้ประมาณ 70 – 80% จากราคาประเมิน ซึ่งราคาประเมินนั้นจะต่ำกว่าราคาซื้อขายที่เป็นอุปสงค์อุปทานตามราคาตลาดเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด และยิ่งเป็นที่ดินตาบอดที่ไม่มีทางติดกับถนนหรือทางออกแล้วยิ่งถูกไปกันใหญ่แล้วแบบนี้ก็ไม่ต่างกับไม่ได้ขอสินเชื่อเพราะต้องหาเงินก้อนจำนวนมากมาเพิ่มอยู่ดีแถมการขอสินเชื่อก็ยุ่งยากหลายขั้นตอน

สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการใช้ประโยชน์จากความเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยการขอสินเชื่ออีกรูปแบบหนึ่งคือสินเชื่อบุคคล (Personal Loan) และสินเชื่อบัตรเครดิต (Credit Card) แล้วรวบรวมมาเป็นเงินสดเพื่อซื้อที่ดิน แล้วนำที่ดินนั้นเข้าจำนองกับทางธนาคารแล้วนำเงินนั้นไปปิดบัญชีสินเชื่อที่ได้ขอมาเบื้องต้น (อื้มนะ สลับซับซ้อนดีนะแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะในสถานการณ์นั้นมีทางเลือกไม่มาก ครั้นจะรอเก็บเงินสดจนได้เป็นก้อนนั้นก็เห็นจะเป็นได้ยากเพราะต้องใช้เวลาแถมสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือว่าราคาที่ดินมักจะถีบตัวขึ้นสูงตามแรงอุปสงค์อุปทาน) บางครั้ง บางที สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากกว่าเรื่องเงินก็คือเวลาและโอกาส เงินนั้นยังสามารถหาได้แต่โอกาสและเวลานั้นอาจจะหาไม่ได้อีกแล้วและโดยเฉพาะสินค้าที่เรียกว่าที่ดินที่มีลักษณะเฉพาะตัวนั้นโอกาสเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง (แต่ละแปลงไม่เหมือนกัน จะมีความแตกต่างไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง เช่น ทำเล, ราคาหรือสภาพความสมบูรณ์ของดินเป็นต้น)

วิธีนี้ไม่เป็นที่แนะนำยกเว้นเสียแต่เพื่อนๆ ทำการบ้านมาอย่างดีคือศึกษาสภาพคล่องของตนเองมาอย่างดีเพราะช่วงแรกๆ นั้นต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยอย่างหนัก และเพื่อนๆ ต้องศึกษาเป็นอย่างดีว่าธนาคารไหนรับจำนองที่ดินเปล่าและได้เงินกลับมาปิดหนี้เท่าไหร่ทั้งยังต้องคำนวณและไตร่ตรองด้วยว่าที่ดินผืนนั้นควรจะใช้ประโยชน์ในรูปแบบใดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรวดเร็วที่สุดเพื่อนำเม็ดเงินกลับมาช่วยจ่ายดอกเบี้ยต่างๆ จากการกู้ยืม ความทำการบ้านอย่างดีก่อนจะใช้วิธีนี้

สำหรับผู้เขียนนั้นถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ทั้งดอกเบี้ยและความยุ่งยากต่างๆ เพราะทันทีที่ได้ที่ดินผืนนั้นมาก็รีบทำการเพาะปลูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อนำเงินกลับมาใช้ปิดหนี้สิน ซึ่งนับว่าโชคดีเพราะผลผลิตทางการเกษตรรอบนั้นขายได้ถูกเวลาและได้ราคาดี

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน