Posts Tagged ‘ผักตบชวา’




พักนี้ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ บ่อยเป็นพิเศษเนื่องจากเริ่มมีฝนตกลงมาในบางพื้นที่ (จะด้วยฝนหลงฤดู พายุ รึอะไรก็แล้วแต่)ทำให้เพื่อนๆ หลายท่านมองหาเมล็ดปอเทืองเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ของตน

ต้องขออภัยด้วยที่โทรมาแล้วต้องเจอเสียงอ่อยๆ ลักษณะเหม่อ ลอยๆ (เหมือนพึ่งตื่น!) ฮ่ะๆ

ขอบอกก่อนเลยนะครับว่าไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกแย่ที่ทำให้หลายๆ ท่านผิดหวัง ที่ไม่เหลือเมล็ดปอเทืองไว้แจก แต่ละรอบผมเก็บเมล็ดปอเทืองได้แค่ 80 – 100 กิโลกรัม ซึ่งไม่พอแจกและไม่เคยจะพอ (แต่ก็จำเป็นต้องแจก) เพราะความต้องการพืชสำหรับบำรุงดินที่ทรุดโทรมและถูกใช้มาอย่างยาวนานของพื้นที่เพาะปลูกในประเทศไทยนั้นดูจะมีมากขึ้นทุกทีๆ ดูจะสวนทางกับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านเมล็ดพันธุ์และองค์ความรู้ที่น้อยลงทุกทีๆ ฮ่ะๆ (อันนี้พูดเอาฮานะ แต่น้ำตาไหล ทำไมก็ไม่รู้ -_-!!!)

IMG_1915

จากการเฝ้าดู (ดูบ้าง ไม่ดูบ้าง!) ลักษณะพฤติกรรมของภาครัฐมาพักใหญ่ๆ อย่างน้อยก็ช่วง 3 – 4 ปีนี้ ผมเห็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งของนโยบายจากภาครัฐ (จริงๆ ก็ผิดหลายเรื่องอะน่ะ -_-!!!) คือการแจกโดยที่ไม่มีกุศโลบายแอบแฝง (หรือแฝงด้วยผลประโยชน์ของใครก็ไม่รู้) หรือแจกอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล “แจกนะดีแล้ว แต่ควรจะแจกอย่างฉลาด!” ยกตัวอย่างเมล็ดปอเทืองที่เป็นหัวข้อหลักของเราในวันนี้ ซึ่งผู้เขียนเองหรือเพื่อนๆ ก็คงจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีทางเพียงพอต่อความต้องการ แถมความต้องการยังขยายตัวเพิ่มออกไปตามข่าวการประชาสัมพันธ์แบบน้ำไหลไฟดับของภาครัฐ ที่พยายามออกข่าวเอาหน้าแต่ทางปฏิบัติกลับสวนทาง คือสิ่งของหรือเมล็ดพันธุ์ในที่นี้ที่จะมีไว้แจก น้อยลง น้อยลง ทุกที ยิ่งข่าวทึกกระทึกครึกโครมมากเท่าไหร่ สิ่งที่จะมีไว้แจกก็ยิ่งหดหายไปเรื่อยๆ ทั้งแจกทั้งประชาสัมพันธ์จนคนคิดว่ามีแต่ปอเทืองอย่างเดียวที่ใช้บำรุงดิน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีพืชอีกหลายชนิดที่สามารถบำรุงดินได้ หรือแม้แต่หญ้าวัชพืช หากไถกลบและหมักบ่มในดินด้วยระยะเวลาอันเหมาะสม (คือให้มันเน่าตายสนิทอะน่ะ) ก็สามารถเป็นอินทรีย์วัตถุบำรุงดินได้เช่นกัน

แจกน่ะแจกได้ แต่ควรจะมีเป้าหมายในการแจก (เพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องแจกกันยันชาติหน้า ซึ่งก็ไม่พออยู่ดี -__-!!!) แต่ควรจะให้วิธีคิดด้วยว่าหากมันหมดแล้วหรือไม่มี เราจะใช้อะไรทดแทน? หรือใช้พืชที่มีในท้องถิ่นทดแทนได้ไหม? แจกและประชาสัมพันธ์ในลักษณะการบำรุงดินที่ใช้เมล็ดปอเทืองแล้วไถกลบช่วงออกดอกให้หมดไปเป็นรอบๆ แล้วจะไปแจกพอได้ยังไง กลายเป็นวัสดุสิ้นเปลืองไปซะงั้น -__-!!
แทนที่จะส่งเสริมหรือให้องค์ความรู้ในการขยายพันธุ์ด้วยการทิ้งระยะการไถกลบหลังจากปอเทืองติดฝักจนเก็บเมล็ดไว้ใช้งานแล้วค่อยไถกลบก็ได้ แหม่! ธาตุอาหารมันจะต่างกันเท่าไหร่เชียว!

001

Picture 030

ด่าถาครัฐฯนี่ เป็นปีก็ไม่จบนะ!
เพราะมันมีเรื่องให้ด่ากันเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่ะๆ -__-!!!
ตลกฝันร้ายชัดๆ

ตกผลึกวิธีคิดง่ายๆ คือใช้อะไรก็ได้ที่หาง่าย! ราคาถูกหรือสมเหตุสมผล! มีธาตุอาหารที่ช่วยบำรุงดินได้ ก็แค่นั้นแหละ!

ในที่นี้ผู้เขียนแนะนำพืชตระกูลถั่ว ทั่วๆไปใช้ทดแทนเมล็ดปอเทือง บางชนิดราคาอาจจะเท่ากันแต่อย่างน้อยก็ยังหาได้ง่ายตามท้องตลาด หรือหญ้าปศุสัตว์บางชนิดก็น่าสนใจ คือมีแร่ธาตุสำหรับบำรุงดินน้อยกว่า แต่ก็หาได้ง่ายและดูแลรักษาง่าย เช่น หญ้าตระกูลหญ้าขนต่างๆ หากเป็นไปได้สำหรับบางพื้นที่ก็อยากจะให้มองหาผักตบชวาที่อยู่ในหนองคลองบึง (อันนี้ยากนิดหนึ่ง -__-!!! แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยกัน)

จากเมื่อก่อนที่เมล็ดปอเทืองไม่มีค่าอะไร ยังไม่รู้จัก ราคากิโลกรัมละ8 – 9 บาท ตอนนี้ 32 บาทแถมยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน

หากถามความคิดส่วนตัวผู้เขียนก็อยากจะแนะนำให้ลองศึกษาเมล็ดหญ้าของกลุ่มปศุสัตว์ดูครับ น่าสนใจอยู่หลายตัว ทั้งหญ้าขนและหญ้ารูซี่ ทั้งถูกกว่าและหาได้ง่ายกว่าตามท้องตลาด ขึ้นชื่อว่าหญ้าแต่หากได้รับการปฏิบัติอย่างถูกวิธีก็เป็นวัตถุอินทรีย์ชั้นดีได้เหมือนกันครับ หรือเป็นอาหารวัวสัตว์เคี้ยวเอื้องก่อนไถกลบก็ดีไม่น้อย

ที่พูดนี่ไม่ได้อยากจะโอ่อวดหรืออวดดีอวดเก่งอะไรหรอกนะครับ (เพราะมันไม่มีให้อวด -__-!!!) ผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย ตรงข้ามกลับมีน้อยกว่าหลายๆ ท่านด้วยซ้ำไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าผมมีมากชนิดประเมินไม่ได้ก็คือจิตสำนึกความเป็นชาตินิยม และจิตอาสาที่อยากจะแบ่งปันเพื่อนๆ ติดก็แต่ปัญญากับทุนทรัพย์ที่น้อยนิดเลยทำอะไรได้ไม่มาก ที่เหลือได้แต่นั่งมองทั้งน้ำตา

รักและเคารพทุกๆ ท่านครับ
ผู้เขียน



อย่าพึ่งด่านะ ฟังผู้เขียนอธิบายก่อน -_-!!!

ของบางอย่างมีค่าไม่ต้องไปเจียระไนมันก็มีค่าแต่ของบางอย่างไร้ค่าเลยต้องหาวิธีเจียระไนให้เลอค่า แต่ข้อดีของมันคือ “เราเจอก่อนใครและไม่มีใครมาแย่ง”

สุดยอดนวัตกรรมทางความคิดในโลกนี้ที่ผู้เขียนชื่นชอบคือการเปลี่ยนจากขยะหรือสิ่งไร้ค่ามาสู่สิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจ ผักตบชวาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนแอบมองมานาน แล้วก็แอบขโมยจากบึงสาธารณะบ้าง ข้างบ้านบ้าง หนองน้ำบ้างตามแต่จะมีให้ขโมย กล่าวเปิดตัวซะหรูที่แท้ก็โจรขโมยผักตบชวา (-_-!!!)

ว่ากันด้วยประวัติผักตบชวาก่อนเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
ก็อย่างที่เพื่อนๆ ทราบนั่นแหละครับผักตบชวามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำอะเมซอน ประเทศบลาซิลในอเมริกาใต้ ผักตบชวานั้นอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก อยู่ได้ทั้งน้ำไหลและชอบมากในน้ำนิ่ง เฮ้ย!! มันอยู่ได้หมดเลยนี่ ผักตบชวามีเอกลักษณ์เรื่องการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วเพราะได้ทั้งขยายจากเมล็ดและการแตกหน่อ และจะโตไวเป็นพิเศษในหน้าฝน

ปัจจุบันเราคิดวิธีใช้ประโยชน์จากผักตบชวาได้น้อยเหลือเกินคงจะเหมือนขยะที่คิดอะไรไม่ออกก็เอาไปกองทิ้งไว้อย่างนั้นเพราะเท่าที่เห็นการใช้ประโยชน์จากผักตบชวาก็เป็นเครื่องจักรสาน หรือทำเป็นสิ่งของตกแต่งบ้านแต่นั่นยังไม่สามารถลดจำนวนผักตบชวาไปได้เลย สิ่งของหลายอย่างในประเทศนี้ถูกทิ้งขว้างไปอย่างไร้คุณค่าไม่ว่าจะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลออกสู่อ่าวไทยโดยไร้ซึ่งประโยชน์อันใดนอกจากใช้ดันน้ำเค็มให้ไปห่าง ขยะถูกกองให้เป็นภูเขาในขณะที่หลายประเทศเห็นขยะเป็นขุมทรัพย์และแหล่งพลังงาน ไม่ใช่ว่าไม่มีเทคโนโลยีเพียงแต่เราไม่คิดจะทำมันอย่างจริงจังต่างหาก

ทุกวันนี้ผู้เขียนได้วัตถุดิบมาทำปุ๋ยหมักเพื่อนำมาใช้ในการเกษตรเป็นตันๆ โดยไม่ต้องลงทุนมาก อาจจะลงทุนด้วยหน้าตาทางสังคมบ้างเพราะต้องทนอายเก็บผักตบชวาข้างทาง (ไม่ค่อยมีหน้ามีตาอยู่แล้วให้มันหมดๆ ไปเถอะ) แล้วถ้าหากผู้เขียนนำปุ๋ยหมักนั้นมาขายตันละ 1,000 หละจะสามารถทำเงินได้เท่าไหร่? แถมผู้เขียนยังได้อาหารมาป้อนหมูน้อยได้อย่างไม่ขาดปากโดยไม่ต้องลงทุนมากอีกเช่นกัน และดูเหมือนหมูน้อยจะชอบเสียด้วยสิ -_-!!! อย่าให้กูคิดสูตรผักตบชวาผัดน้ำมันหอยได้นะมึง ไม่งั้นโดนแย่งแน่ (-__-!!!)

ทีนี้เพื่อนๆ เริ่มจะคิดออกบ้างรึยังครับว่าพอจะนำผักตบชวามาดัดแปลงทำอะไรได้บ้างให้เกิดประโยชน์
Useful01

Useful04

Useful02

Useful03

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน