Posts Tagged ‘พ่อค้าคนกลาง’

จดหมายฉบับ – ฉบับที่ 3 (คำกล่าวขอโทษ)

336 x 280


ต้องกล่าวขออภัยและขอโทษเพื่อนๆ เป็นอย่างสูงที่พักนี้หายหน้าหายตา (หายไปเป็นเดือนเลย หุหุหุ) เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการต่อเติมโรงเก็บของเพื่อทำเป็นเล้าไก่ (โครงการต่อไป อิอิอิ) เลยไม่ค่อยได้มีเวลามาเสวนากับเพื่อนๆ แต่กระนั้นก็ยังมีเพื่อนๆ ผู้อ่านที่น่ารักโทรมาคุยกันบ้าง ตอบถามปัญหาบ้าง (ด่าบ้าง บ่นบ้าง ก็ว่ากันไป หุหุหุ) เลยต้องมาขอโทษเพื่อนๆ ไว้ก่อน

 

เริ่มแรกนั้นก็คิดจะจ้างช่างเพราะไม่สะดวกเรื่องเวลา แต่ไม่รู้ไฉนกลายมาเป็นต้องทำเองทั้งหมดเพราะช่างแถวนั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง (หรือไม่ก็ขี้เมาจนคุยกันไม่รู้เรื่อง) จะว่าไปแล้วการหัดทำอะไรด้วยตัวเองก็มีข้อดีหลายอย่าง ทั้งประหยัดเงิน (ทั้งประหยัดค่าจ้างและช่างขี้โกงที่คอยเอาเปรียบผู้ไม่รู้อย่างเรา) ทั้งเป็นการฝึกฝนความชำนาญ ทั้งการฝึกความอดทน แต่ก็เฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานงานปูน งานเหล็กและงานก่อสร้างมาก่อนนะครับเพราะงานโครงสร้างและงานเชื่อมเหล็กก็ต้องอาศัยความคุ้นเคยพอสมควร ทั้งการจัดการและการวางลำดับงานก็นับว่าสำคัญยิ่งสำหรับชาวสวนมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ที่มีเวลาแค่ 1 – 2 วันต่อสัปดาห์ นับว่านี่เป็นความโชคดีในความโชคร้ายของผู้เขียนที่ลำบากและเหนื่อยมาตั้งแต่เด็กจนไม่ค่อยรู้จักความสบายเลยทำงานก่อสร้างแบบนี้ด้วยความรู้สึกที่เป็นปกติ ต้องขอบคุณความลำบากสินะ! งานนี้

 

Picture 001

 

 

Picture 005

*** เริ่มทำเองทุกอย่างตั้งแต่ตอหม้อนี่แหละ ***Picture 007

*** 1 เดือนผ่านไปก็ได้งานพอสมควร ไว้เสร็จเมื่อไหร่จะมาโม้ให้เพื่อนๆ ฟัง หุหุหุ ***

ข้อดีก็หลายอย่างแต่ข้อเสียก็หลายอย่าง เช่น เหนื่อย -_-!!! และเหนื่อย หุหุหุ

 

ส่วนสาเหตุนั้นก็ดูลิเกๆ สักหน่อยว่าทำไมอยู่ๆ ถึงอยากจะเลี้ยงไก่ อยากทำปศุสัตว์ประเภทสัตว์ปีกทั้งๆ ที่สถานการณ์ไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก  สาเหตุนั้นก็คือว่าผู้เขียนไม่ชอบใจราคาไข่นายกปูครับที่ดูแพงอย่างไม่สมเหตุสมผลในขณะที่ราคาน่าฟาร์มนั้นถูกอย่างกับกรวดหินชนิดที่ว่าผู้เลี้ยงรายเล็กรายย่อยหลายรายถอดใจ (ที่สวนทางคือราคาอาหารที่แพงขึ้นเรื่อยๆ)

 

พูดถึงวงการค้าไข่นั้นก็เป็นอีกหนึ่งวงการธุรกิจที่ไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล (ซึ่งจะว่าไปแล้วมันมีอะไรบ้างหละที่รัฐบาลเหลียวแลนอกจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กินใต้โต๊ะกันง่าย ว่าไหม -_-!!!) กลไกเลยไม่ค่อยจะสมดุลเพราะอำนาจไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลางหรือที่เรียกกันว่าล้ง (สถานที่รับซื้อไข่ไก่) เลยทำให้เกิดการกดราคากันอย่างน่าเกลียด

 

หรือบางกลุ่มที่ติดต่อมีสัญญากับฟาร์มใหญ่ๆ ก็มีปัญหาราคาอาหารไก่ไข่แพง แต่การรับซื้อไข่นั้นถูกแสนถูก ครั้นจะไม่ขายก็ไม่ได้เพราะติดปัญหาทั้งสัญญาและกลไกตลาดที่แทรกยากเพราะหากไม่มีตลาดเองก็ต้องไปพึ่งล้งรับไข่ก็จะเจอปัญหาเดิมๆ เหมือนเช่นที่กล่าวมาข้างต้น

 

เป็นกลุ่มธุรกิจที่แปลกอีกกลุ่มหนึ่ง (จะว่าไปแล้วก็แปลกมันเกือบทุกภาคธุรกิจในประเทศไทยที่อำนาจการต่อรองตกไปอยู่กับพ่อค้าคนกลาง) เพราะว่าประเทศไทยผลิตไข่ได้มากจนต้องส่งออกเพราะมากกว่าการบริโภคภายในประเทศ ส่งออกไข่กันทั้งราคาถูกๆ นั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมราคาไข่ภายในประเทศถึงแพงจนไม่อยากสั่งไข่ดาวตอนกินผัดกระเพา -__-!!! แต่คนเลี้ยงขาดทุนเอาๆ เพราะค่าอาหารไก่ไข่แพงและผลผลิตราคาถูก เงินมันไปตกหล่นตรงไหนหละเนี่ยะ!

 

สุดท้ายตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ก็เลี้ยงเองกินเองมันซะเลย หุหุหุ ตอนนี้เลี้ยงไม่มากแต่อีกหน่อยไม่แน่ อิอิอิ (ซักพักท่านอาจจะเห็นบริการไข่ราคาถูกส่งทาง EMS จากผู้เขียนก็เป็นได้นะ อิอิอิ) ส่วนราคาไข่ไก่ตอนนี้เท่ากับมาม่า 1 ซองแล้วนะจ๊ะ อีกหน่อยมันคงแพงกว่ามาม่าเป็นแน่ นี่มันมหันตภัยร้ายคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของคนจนๆ อย่างผู้เขียนชัดๆ -_-!!!

 

 

ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์แล้วจะไปขายให้ใคร



คำถามจากเพื่อนเกษตรท่านหนึ่งที่กำลังมองหาตลาดสำหรับผลผลิตที่เพาะปลูกเอาใจใส่มาอย่างดี ผู้เขียนก็เลยแนะนำไปว่าให้ไปติดต่อที่ฟาร์มเลี้ยงวัวขนาดใหญ่ดูว่ารับซื้อกันราคาเท่าไหร่ หรือไม่ก็สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการทำหญ้าหมักเพื่อยืดอายุผลผลิตแล้วทยอยขายตอนช่วงฤดูขาดแคลนซึ่งก็คือฤดูร้านที่ผลผลิตสด (หรือในกรณีนี้คือหญ้าสด) ขาดแคลน จะว่าไปแล้วหญ้าเลี้ยงสัตว์ยังขาดแคลนไปบางจังหวัดด้วยซ้ำไปถึงขนาดไปขอซื้อข้ามจังหวัดก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นฟาร์มเลี้ยงวัวมีที่ไหนรีบเข้าไปทำความรู้จักเลยไม่ต้องกลัวเพราะฟาร์มเองก็ต้องการหญ้าดีมีคุณภาพราคาเหมาะสมไว้เลี้ยงสัตว์เช่นกัน

จะว่ากันตามความเป็นจริงนั้นชาวไทยเราเก่งในเรื่องของการผลิตหลายๆ อย่างเราผลิตหรือเก็บเกี่ยวได้ผลมากกว่าเพื่อนบ้าน แต่ในด้านทักษะการค้าขายหรือการตลาดนั้นนับว่าชาวไทยเราไม่ค่อยถนัดนัก จึงทำให้ภาพรวมของประเทศยังมีปัญหาด้านการตลาดให้เห็นอยู่ร่ำไป นั่นก็อาจจะเป็นเพราะชาวไทยเราไม่เก่งในการเข้าทำความรู้จักคนแปลกหน้าทั้งๆ ที่โรงงานหลายแห่งขาดแคลนสินค้านำมาผลิตจนต้องนำเข้าจากต่างประเทศแต่ชาวไร่ชาวสวนกลับขายผลผลิตไม่ได้และไม่มีที่ขาย เพราะทั้งสองฝ่ายไม่รู้จักกันนั่นเอง (เหตุนี้หละมั้งที่ทำให้เกิดระบบพ่อค้าคนกลางที่อาศัยการเชื่อมโยงระหว่างคน 2 กลุ่มสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองอย่างเป็นกอบเป็นกำ)

การตลาดควรจะมาก่อนการผลิตเสมอ ซึ่งก็หมายถึงการหาตลาดก่อนจึงจะลงมือผลิต หรือผลิตคราวละน้อยเพื่อทดลองตลาดแล้วจึงขยายออกไป แต่ส่วนใหญ่ที่มีปัญหาเพราะการที่เริ่มผลิตโดยไม่ศึกษาตลาดก่อนว่าทิศทางเป็นอย่างไร จนสุดท้ายต้องมาเหนื่อยในการขายหรือไม่ก็ตกเป็นรองพ่อค้าคนกลางเพราะขายสินค้าไม่ออก

หากจะดูกันให้ดีประเทศไทยมักจะมีปัญหาด้านการขนส่งจึงทำให้สินค้าชิดหนึ่งล้นตลาดในจังหวัดหนึ่งแต่อีกจังหวัดหนึ่งยังไม่ได้วางขาย ภาพแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งไปและถ้ามองในมุมกลับกันหากเรามีการขนส่งที่ดีมีการจัดการด้านตลาดที่ดีก็สามารถหาตลาดได้ไม่ยาก เช่นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ทนราคาตกต่ำไม่ไหวจึงขนใส่รถไปแกะขายในเมืองทำให้จากเดิมได้กิโลกรัมละ 10 บาทกลายเป็นกิโลกรัมละ 80 – 100 บาทลังจากแกะเสร็จ หรือฟาร์มเกษตรปลอดสารพิษที่มีบริการส่งผักตามบ้านโดยการโทรสั่งแล้วก็ไปส่งตามเวลาที่กำหนด หรือฟาร์มเห็ดหลายแห่งที่เริ่มเช่าโกดังในเมืองเพื่อเป็นแหล่งผลิตส่งตลาดโดยตรงโดยที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เหล่านี้เป็นต้น เกษตรกรยุคใหม่คงไม่สามารถจะนิ่งเฉยได้เหมือนอดีตที่ผ่านมาเพราะกระแสโลกปรับตัวเร็วมากซึ่งเป็นเหตุผลหลักให้ภาคเกษตรอย่างเราต้องปรับตัว

Picture 063

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน