Posts Tagged ‘รายได้พิเศษ’





โดยปกติวิสัยแล้วผู้เขียนชอบปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงโค (โยตี้) กระบือ ผู้เขียนว่าดูน่ารักดีนะ โดยเฉพาะเวลาที่เราได้เห็นพัฒนาการของสิ่งต่างๆ ที่เราปลูก ที่เราเลี้ยง มันดูน่าชื่นใจ โดยเฉพาะโค (โยตี้) เอ้ย ไม่ใช่!
โดยเฉพาะผักสวนครัวที่ปลูกง่ายและโตเร็วทันใจ ทันขายได้เงินไว และในบรรดากลุ่มพืชผักสวนครัวนั้นผู้เขียนชอบพืชผักสวนครัวประเภทไม้เลื้อย ไม้เถาเป็นที่สุด เพราะดูน่าตื่นเต้นและน่าค้นหามากที่สุด แบบว่าปลูกไปแล้วหาผลผลิตไม่เจออะไรประมาณนั้น ไม่รู้จะหลบจะซ่อนอะไรนักหนา เวลาหาเลยตื่นเต้นกว่าปกติ (ลุ้นว่าจะขายผักพอค่ามาม่าไหม -__-!!!) เช่น ฟักทอง ถั่วพรู ตำลึง และถั่วฝักยาวที่ชอบเป็นพิเศษเพราะปลูกง่าย กินง่าย พอดีมื้อ จะกินเท่าไหร่ก็เด็ดเท่านั้น

Picture 841

Picture 844

ก็เลยขับรถไปที่ตลาดไปหาซื้อเมล็ดถั่วฝักยาวที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์
และก็เจอคำถามที่ไม่คิดว่าจะเจอคือ “เอาแบบเนื้อหรือเม็ด?”
ปลูกผักมาก็ตั้งนาน ปลูกไปก็ตั้งหลายชนิด ก็พึ่งรู้นี่แหละว่าถั่วฝักยาวเองก็มีแบ่งลักษณะเช่นกัน (ไปตลาดไม่เคยสังเกตเลยจริงๆ -__-!!!) คนขายใจดีก็เลยอธิบายให้ผู้เขียนฟังว่า
ถั่วฝักยาวนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. ถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อคือถั่วฝักยาวที่เราพบเห็นทั่วๆ ไปตามท้องตลาด โดยมีลักษณะเรียวยาวเมล็ดภายในลีบ เนื้อหนา กรอบ เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในเกือบทุกตลาด ทั้งกินสดและเป็นส่วนประกอบอาหาร เป็นพันธุ์ที่เราพบเห็นตามท้องตลาดทั่วๆ ไป
Picture 013

2. ส่วนถั่วฝักยาวประเภทที่ 2 นั้นคือถั่วฝักยาวแบบกินเมล็ด ถั่วฝักยาวประเภทกินเมล็ดนั้นจะนิยมมากในร้านอาหารจีนต่างๆ โดยลักษณะจะดูเหมือนถั่วฝักยาวทั่วๆ ไป (เอะ ยังไง อธิบายได้ชวนงงงเหลือเกิน -__-!!!) คล้ายๆ กับถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อตอนแก่ๆ แต่มันไม่แก่ (งงเข้าไปใหญ่!) คือเมล็ดด้านในจะใหญ่เปลือกบาง สำหรับเป็นส่วนประกอบอาหารจีน (และอาหารไทย) หลายๆ อย่างโดยดฉพาะประเภทผัด ถั่วฝักยาวชนิดนี้มีตลาดเฉพาะด้านและมีราคาสูงกว่าถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อปกติหากขายได้ถูกตลาด และตรงกันข้ามก็อาจจะขายไม่ได้ราคาหรือขายไม่ออก ขายไม่ค่อยดีในตลาดปกติเพราะถั่วฝักยาวแบบกินเมล็ดนี้จะดูเหมือนถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อตอนแก่ (แต่มันไม่ได้แก่นะ! พันธุกรรมมันมาแบบนั้นแหละ!)

Picture 018

Picture 017** ถั่วฝักยาวเป็นพืชผักสวนครัว ประเภทล้มลุกที่ปลูกง่าย **

Picture 016** ไม่ว่าจะปลูกในเชิงการค้าหรือปลูกแปลง เล็กๆ เพื่อทานในครัวเรือนก็ได้ทั้งนั้น**

Picture 019

เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆ อยากจะปลูกถั่วฝักยาวไว้ริมรั้ว ไว้รับประทานในครัวเรือน ไว้ขาย เป็นรายได้พิเศษ เพราะปลูกถั่วฝักยาวไม่ต้องใช้พื้นที่อะไรมากมาย ปลูกถั่วฝักยาวในกระถางก็ยังไหว ก็ควรที่จะรู้ลักษณะของถั่วฝักยาวว่ามีกี่พันธุ์ จะได้ไม่ดูซื้อบื้อ งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนผู้เขียนตอนเจ้าของร้านเมล็ดผักถาม เพื่อนๆ บางท่านก็คงจะทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับผู้เขียน “หนูพึ่งรู้จริงๆ -__-!!! ไม่ได้โม้”



มะเขือเกือบทุกชนิดเป็นพืชผักสวนครัวอีกชนิดหนึ่งที่อยู่คู่ครัวไทยมานานทั้งการเป็นส่วนประกอบของอาหารและสำหรับรับประทานสดเป็นเครื่องเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเขือเปราะที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง ต้ม ผัด แกง มะเขือเป็นพืชที่ปลูกง่ายและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ และที่สำคัญปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด

สรรพคุณทางยาของมะเขือเปราะนั้นก็จัดได้ว่าเป็นสมุนไพรชั้นดีชนิดหนึ่ง ในมะเขือเปราะ 100 กรัม ให้พลังงาน 39 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 1.6 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7.1 กรัม แคลเซียม 7 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม ไทอะมิน 0.11 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.06 มิลลิกรัม น้ำ 90.2 กรัม วิตามินเอรวม 143 RE. วิตามินซี 24 มิลลิกรัม และที่สำคัญผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ และลดความดันเลือด ผลมะเขือเปราะมีไกลโคอัลคาลอยด์โซลามา ร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล การทดสอบฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบว่า ทุกตัวมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและลำไส้ใหญ่

IMG_3364

ขั้นตอนการปลูกนั้นก็ง่ายไม่สลับซับซ้อน
1. แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 3 – 4 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มการงอกของเมล็ดให้ดีขึ้น

2. นำเมล็ดที่แช่น้ำแล้วจำนวน 2 – 3 เมล็ดต่อหลุมใส่ถาดหลุมที่มีดินหรือวัสดุปลูกไว้แล้วกลบบางๆตามด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม หรือหว่านลงในแปลงเพาะที่ป่นดินไว้อย่างละเอียดแล้วคลุมด้วยวัสดุคลุมบางๆ เช่นฟางหรือแกลบแล้วรดน้ำตามจนชุ่มนาน 7 – 10 วันก็จะเห็นเมล็ดเริ่มงอก ข้อดีของถาดหลุมคือรากจะไม่ช้ำมากเวลาย้ายลงแปลงแต่ปลูกในแปลงเพาะนั้นต้องดึงรากขึ้นมาทำให้รากมีอาการช้ำ

3. เตรียมหลุมปลูกขนาด 30 x 30 ลึก 20 ซม. เพราะมะเขือเปราะเป็นพืชรากตื้นแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หรือหากต้องการปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับไปในตัวก็ดูเข้าท่าไปอีกแบบ

4. ย้ายกล้ามะเขือเปราะที่มีอายุได้ 25 – 30 วันลงหลุมปลูกที่เตรียมไว้หรือในกระถางซึ่งอาจจะดูเฉาในช่วง 2 – 3 วันแรกแต่จะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาในภายหลัง รดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น

5. มะเขือเปราะจะเริ่มออกดอกให้ผลผลิตได้หลังจากย้ายลงปลูกแล้ว 45 – 50 วัน ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงลำต้นและตัดแต่งกิ่งเพื่อยืดอายุต้นมะเขือเปราะให้มีอายุเก็บเกี่ยวที่ยาวนานขึ้น

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะมีมะเขือเปราะปลอดสารพิษไว้รับประทานหรือเอาไว้แจกจ่ายเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันแล้ว เชื่อไหมว่ามะเขือเปราะหากได้รับการบำรุงอย่างดีสามารถให้ผลผลิตถึง 10- 15 กิโลกรัมต่อต้นเลยทีเดียว ปลูกแค่ไม่กี่ต้นก็ทานกันไม่ไหวแล้วหละ

IMG_3363

IMG_3358

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน