Posts Tagged ‘สินเชื่อ’





พักนี้มีเพื่อนๆ ถามคำถามเกี่ยวกับ ธกส มาเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งบางคำถามผู้เขียนก็พอจะตอบได้บ้างตามประสาลูกค้าใหม่ แต่บางคำถามผู้เขียนอึดอัดใจที่จะตอบจริงๆ ครับ และบางคำถามก็ไม่อยากจะตอบเอาเสียเลย เช่นว่า นานไหม? ได้เงินเมื่อไหร่? ได้เงินเท่าไหร่? คำถามเหล่านี้ผู้ที่ถือเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ ธกส ที่ดูแลบัญชีเราอยู่คงจะเป็นผู้ที่ตอบได้ดีที่สุดครับ เพราะรู้รายละเอียดมากสุด รู้ดีว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แต่ตรงกันข้ามเพื่อนๆ หันมาถามผู้เขียนซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร ฮ่ะๆ
ผู้เขียนเลยคิดว่าบางคำถามเพื่อนๆ ถามกับ ธกส โดยตรงเลยจะดีกว่าเลยพยายามรวบรวมรายชื่อและเบอร์ติดต่อธนาคาร ธกส ไว้ให้เพื่อนๆ ซึ่งก็ทำมาได้พักหนึ่งแต่ก็ติดที่ไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้มีเวลาเลยหยิบรายชื่อและเบอร์ติดต่อ ธกส สาขาต่างๆ ทั่วประเทศที่ผู้เขียนได้พยายามรวมรวบไว้ให้เพื่อนๆ มาเผยแพร่เผื่อจะพอมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ธกส แม้แต่น้อย

baac_tower5** ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนตครับ แฮะๆ ผู้เขียนไม่ได้ไปถ่ายเองหรอก ผู้เขียนบ้านนอก หลง ไปไม่ถูก -__-!! **

หากเพื่อนๆ สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับสินเชื่อ นโยบาย หรือหลักวิธีการของ ธกส (หรือร้องเรียน ฮ่ะๆ) ก็สามารถพูดคุยกับสาขาใหญ่ได้เลยโดยตรง คงจะได้ผลและได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าผู้เขียนเป็นแน่แท้

** ส่วนรายชื่อของจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศจะทยอยเผยแพร่ต่อๆ ไปครับ **

** เออ คือ! ถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนไปขอกู้เงินแล้วกู้ได้ ก็แวะมาแบ่งผู้เขียนบ้างนะ พักนี้ผู้เขียนกำลังจน ฮ่ะๆ -__-!!!**

ธกส สำนักงานใหญ่
ที่อยู่ 469 ถนนนครสวรรค์, แขวงสวนจิตรลดา, เขตดุสิต, กรุงเทพมหานคร
โทร (02) 2800180, 2817355 โทรสาร (02) 2800442, 2805320
————————–
ธกส สาขาอาคารประชาชื่น
ที่อยู่ 48/8 หมู่ที่ 18, ซอยเสริมสุข, ถนนประชาชื่น, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 5868855, 5869955
————————-
ธกส สาขาอาคารจตุจักร
ที่อยู่ 109 ถนนกำแพงเพชร, แขวงลาดพร้าว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 2713345-7, 2713351-53



พี่น้องชาวเกษตรท่านหนึ่งทิ้งคำถามไว้ว่า “ความแตกต่างระหว่างการขายกับการเอาเข้าธนาคาร” คืออะไร

การขายคือการที่ท่านนำที่ดินไปเปลี่ยนเป็นเงินแล้วก็โอนชื่อเป็นของผู้ซื้อสิทธิการใช้ประโยชน์หรือการครอบครองของท่านก็จะหมดไปและเปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อทันทีแล้วท่านก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าหรือผู้บุกรุกในที่ดินที่เคยเป็นของตนเอง อันนี้ตลกร้ายเลยนะเนี่ยะ! ท่านก็จะไม่มีสิทธิ์ในการใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป

ส่วนการเอาเข้าธนาคารหรือการจำนองในที่นี้ก็คือการนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อแลกกับสินเชื่อหรือเงินซึ่งก็คือการนำที่ดินไปเป็นสิ่งค้ำประกันเพื่อความน่าเชื่อถือว่าเราจะไม่เบี้ยวหนี้หนีหายไปกับกลีบเมฆแต่เรายังมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นอยู่เพราะเรายังถือสิทธิ์เป็นเจ้าของ และจะเสียสิทธิ์ก็ต่อเมื่อถูกกรมบังคับคดีบังคับขายทอดตลาดเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ในกรณีที่เราไม่มีเงินไปจ่ายหนี้หรือผิดสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ แต่ก็มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงดังกล่าวจนกว่าจะมีการโอนชื่อเป็นชื่อคนอื่น

เอาแบบง่ายๆก็คือความต่างในเรื่องของสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ในที่ดินหากขายก็หมดสิทธิ์ไปโดยทันทีแต่การจำนองสิทธิ์และความเป็นเจ้าของยังเป็นของเราอยู่ครับ

Picture-267



เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งผู้มีชีวิตประจำวันจำเจกับงานประจำอยู่ในเมืองใหญ่เหมือนกับผู้เขียนได้เอ่ยถามผู้เขียนว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์มีสินเชื่อซื้อที่ดินเปล่าไหม? สงสัยคงเพราะได้ยินชื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์บ่อยแน่ๆ เลย

อย่างที่เราทราบกันดีว่าธนาคารของรัฐที่มีอยู่ไม่กี่ธนาคารได้แบ่งหน้าที่กันค่อนข้างจะชัดเจน เช่น ธกส ก็ดูแลพี่น้องชาวเกษตรกันไป ธนาคารออมสินก็ออมเงินกันไป และธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ดูแลเรื่องบ้านที่พักอาศัยให้กับพี่น้องชาวไทยซึ่งส่วนใหญ่เน้นไปทางบริการสินเชื่อให้กับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่เมือง เอาเป็นว่าหน้าที่และขอบเขตของงานที่ได้รับมอบหมายมาค่อนข้างชัดเจน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับซื้อที่ดินเปล่าเพื่อการเกษตรแต่จะเน้นบริการสินเชื่อซื้อที่ดินเปล่าเพื่อมาสร้างที่พักอาศัยหรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้าง ต่อเติม/ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยพร้อมกับขอกู้เพื่ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ หรือหากจะให้พลิกแพลงใช้ประโยชน์จากบริการสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็คงจะเป็นการสร้างบ้านน้อยในที่ดินผืนพอประมาณ เช่น 3 – 5 ไร่เพราะถ้ามากไปก็คงจะไม่ปล่อยสินเชื่อเป็นแน่

1. วัตถุประสงค์การกู้
•เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด พร้อมกับซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ
•เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร พร้อมกับซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ
•เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร พร้อมกับซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ

2. วงเงินให้กู้ตามเกณฑ์หลักประกัน
•บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝด
ไม่เกินร้อยละ 95 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 95 ของราคาซื้อขาย
•อาคารพาณิชย์
ไม่เกินร้อยละ 85 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 85 ของราคาซื้อขาย
•ห้องชุดราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป
ไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาซื้อขาย
•ห้องชุดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาซื้อขาย
โดยแยกเป็น 2 บัญชี :

•บัญชี 1 เพื่อที่อยู่อาศัย ไม่เกินเกณฑ์หลักประกันสินเชื่อปกติ
•บัญชี 2 เพื่ออุปกรณ์ฯ วงเงินกู้เมื่อรวมกับบัญชี 1 ต้องไม่เกินเกณฑ์หลักประกันข้างต้น

3. ระยะเวลากู้
ไม่เกิน 30 ปี อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ไม่เกิน 70 ปี

4. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
•บัญชี 1 เพื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ ปัจจุบัน
•บัญชี 2 เพื่ออุปกรณ์ฯ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลอยตัวตลอด อายุสัญญากู้เงินเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR ตามประกาศธนาคาร

เงินกู้ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน

1. วงเงินให้กู้
1.ให้กู้ในวงเงินไม่เกิน 85% ของราคาประเมิน และ ไม่เกิน 85% ของราคาซื้อ-ขาย
2.กรณีซื้ออาคารพาณิชย์ ให้กู้ได้ไม่เกิน 75% ของราคาประเมิน และไม่เกิน
75% ของราคาซื้อขาย
3.กู้ได้ไม่เกิน 40 เท่าของเงินเดือนผู้กู้ และอีก 15 เท่าของรายได้อื่น ๆ
หรือไม่ เกิน 40 เท่าสำหรับอาชีพอิสระ (โดยประมาณ)

2. ระยะเวลาให้กู้
1.ระยะเวลาให้กู้สูงสุด 30 ปี
2.อายุของผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้จะต้องไม่เกิน 70 ปี

3. เอกสารประกอบการกู้
1.คำขอกู้เงิน
2.เอกสาร
3.หากมีผู้กู้ร่วม ขอให้ผู้กู้ร่วมมายื่นคำขอกู้พร้อมหลักฐานแสดงรายได้และเอกสาร
ส่วนตัวของแต่ละท่าน

4. ค่าใช้จ่ายในการกู้
1.ค่าใช้จ่าย ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
◦กู้ไม่เกิน 500,000 บาท คิดค่าประเมินหลักประกันแห่งล่ะ 1,700 บาท
◦กู้ไม่เกิน 500,001 – 3,000,000 บาท คิดค่าประเมินหลักประกันแห่งล่ะ 2,200 บาท
◦กู้เกิน 3,000,000 บาท คิดค่าประเมินหลักประกันแห่งล่ะ 2,500 บาท
◦ค่าตรวจสอบผลงานการก่อสร้าง ต่อเติม หรือ ซ่อมแซม ครั้งละ 600 บาท
◦ค่าดำเนินการเพื่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำนอง
รายละ 500 บาท ณ สำนักงานที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร หรือ
รายละ 600 บาท ณ สำนักงานที่ดินในเขตปริมณฑล (หรือมากกว่านี้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร)
ชำระในวันนัดทำนิติกรรม
2.ค่าใช้จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน ในวันทำนิติกรรมจำนอง (จ่ายกับสำนักงานที่ดิน) และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง 1% ของจำนวนเงินกู้

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ
IMG_1355



ปัจจุบันความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาคการเกษตรนั้นมีมากแต่กำลังการผลิตหรือการเพาะปลูกในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านจากลาวและเขมร ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการอนุมัตินำเข้าเป็นปริมาณกว่า 54700 ตันจากประเทศเพื่อนบ้านเรา และเพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดและแปรรูปข้าวโพดให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทาง ธกส (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) จึงมีนโยบายปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุนเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เป้าหมาย ได้กู้เงินเพื่อการผลิตอย่างเพียงพอต่อความต้องการใช้ และอัตราดอกเบี้ยต่ำ

2.  เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตรงความต้องการของตลาด ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยการให้ความรู้ด้านการผลิต และการจัดการผลผลิตแก่ลูกค้าในโครงการ

 

คุณสมบัติผู้กู้

เป็นลูกค้าตามข้อบังคับฉบับที่ 44 ประจำสาขาที่เพาะปลูกข้าวโพด

 

อัตราดอกเบี้ย

กำหนดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR

 

เงื่อนไข

1. พื้นที่ดำเนินการ  พื้นที่ 20 จังหวัด คือ

เพชรบูรณ์, นครราชสีมา, ตาก, เลย,น่าน, เชียงราย, นครสวรรค์,ลพบุรี, พิษณุโลก, พะเยา, สระแก้ว, สระบุรี อุทัยธานี, แพร่, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, อุตรดิตถ์, ลำพูน, ชัยภูมิ และสุโขทัย

2. กำหนดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้กรณีค่าใช้จ่ายหมุนเวียนไม่เกิน 12 เดือน กรณีเงินลงทุนไม่เกิน 15 ปี

 

หลักประกันเงินกู้

การกำหนดหลักประกันเงินกู้ ให้ถือปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติปกติของธนาคาร กรณีวัตถุประสงค์การกู้เงินเพื่อเป็นค่าลงทุน โดยจำนองที่ดินเป็นประกันผ่อนผัน ให้ใช้หลักประกันจำนองที่ดินพร้อม   สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักรอุปกรณ์ ค้ำประกันเงินกู้ได้ไม่เกินหนึ่งเท่าของราคาประเมินวงเงินตามสัญญาจำนอง

IMG_3303



อากาศดีๆ แบบนี้มาคุยกันเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรดีกว่า หุหุหุ

อย่างที่ท่านผู้อ่านทราบกันดีว่ารัฐบาลมีนโยบายจัดทำบัตรเครดิตให้เกษตรกรเพื่อใช้เป็นทุนหรือเพิ่มสภาพคล่องในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร

 

ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงของบัตรสินเชื่อเกษตรกรนั้นได้แก่

 

1. บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

 

2. ใช้ซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยใส่นาข้าว และยากำจัดศัตรูพืชในนาข้าวเป็นต้น แต่เดิมนั้นการใช้บัตรนี้จำกัดความแค่ชาวนาแต่ปัจจุบันได้ขยายความครอบคลุมไปสู้อาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรด้วย เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสำปะและชาวสวนหลังเป็นต้น

 

3. ใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งแต่ละรายจะมีวงเงินที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสาขาอาชีพ กระแสเงินสดในบัญชี และความเหมาะสมของผู้ถือบัตร

 

3. สามารถใช้บัตรเครดิตเกษตรกรนี้ซื้อสินค้าทางการเกษตรและอุปกรณ์ทางการเกษตรต่างๆ ได้กับร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ ธกส ในจังหวัดนั้นและร้านที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ใช้ไม่ได้ อิอิอิ

ปลอดดอกเบี้ย 30 วันแรกเมื่อใช้บัตรแต่ละครั้งและจะปิดยอดทุกๆ วันที่ 30 ธันวาคมของทุกปีโดยนำสมุดเหลือง และบัตรประชาชนติดต่อขอรับบัตรได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านสังกัดอยู่

*** ตามความเห็นส่วนตัวนั้นบัตรเครดิตเกษตรกรนั้นคล้ายกับสินเชื่อเพื่อการเกษตรที่ทาง ธกส เคยมีโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับเกษตรกรแล้วไปจัดซื้อจัดหากันเองตามอัธยาศัยก็ปรากฏว่ามีการใช้จ่ายกันอย่างผิดจุดประสงค์ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการชำระหนี้และกระแสเงินที่ไหลไปทางอื่น เห็นว่าไหลลงไปในขวด อิอิอิ -__-!!! ทาง ธกส ก็เลยออกมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยยังคงการให้สินเชื่อกับเพื่อเป็นทุนกับเกษตรกรอยู่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง นับว่าเป็นนวัฒกรรมทางสินเชื่อของ ธกส ก็ว่าได้และก็หวังว่าจะแก้ปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของเกษตรกรได้ ***

Credit Card*** ขอขอบคุณรูปภาพจากทาง ธกส ครับ ***



อยู่ๆ เวป  http://www.mygreengardens.com ก็เกิดล่มขึ้นมาเอาดื้อๆ เลยต้องเข้าไปดูพื้นที่โฮสติ้ง (Hosting) กับจำนวนการโอนย้ายข้อมูล (Bandwidth) ก็พบว่า Bandwidth เต็ม เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นทำไมมันเต็มหละ มีใครแกล้งยิงเวปเรารึเปล่าเนี่ยะ? งุนงงอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็ถึงบางอ้อเมื่อติด stats หรือตัววัดผลให้เวปทำให้รู้ว่าคนเข้าเวปนี้ประมาณ 800 กว่าคนต่อวัน เฮ้ย!  เกิดอะไรขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าบลอคบทความบ้านนอกๆไม่ได้เรื่องนี้จะมีคนเข้ามาอ่านเยอะจนผู้เขียนตกใจเพราะจำนวนเยอะเกินคาด

 

ต้องขอของพระคุณท่านผู้อ่านอีกครั้งครับ จากใจจริงที่คอยติดตามอยู่เป็นกำลังใจไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันเป็นประจำ เห็นจำนวนคนเข้าชมแล้วยิ้มออกครับ

 

จำนวนคนเข้ามาอ่านเวปมากก็มีจำนวนคำถามเพิ่มมาเป็นเงาตามตัวและส่วนใหญ่ก็ถามไถ่กันมาเรื่องที่ดินหรือการขอสินเชื่อซะมากกว่า (คำถามหลังไมค์มีเป็นร้อยเลยครับ) และก็ต้องสะดุดตากับคำถามหนึ่งที่ว่า

 

ที่ดิน ภบท.5 นำไปขอสินเชื่อหรือเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ไหม ด้วยความรู้อันน้อยนิดก็ขอตอบเลยครับว่า ณ ปัจจุบันปี 2555 คือ ไม่ได้ ครับเพราะว่ากฎหมายด้านที่ดินปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ ที่พูดแบบนี้เพราะอนาคตอาจจะมีการแก้กฎหมายต่างๆ นาๆ (ก็อย่างที่ท่านๆ ทราบนั่นแหละบทมันอยากจะแก้ก็แก้) ตามฝ่ายการเมือง แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่ได้ เพราะตามกฎหมายปัจจุบันถือว่าที่ดิน ภบท.5 หรือภาษีบำรุงท้องถิ่นนั้นยังเป็นของรัฐ เพียงแต่ให้เช่าทำประโยชน์เท่านั้น

P1040146

ท่านจะเอาไปเป็นหลักทรัพย์ได้อย่างไรในเมื่อท่านไม่ใช่เจ้าของ ความรู้สึกคงจะเหมือน จ่ายเงินเช่าบ้านเขาอยู่รายปีแล้วอยู่ๆ ก็อยากเอาบ้านของเขาไปเข้าธนาคารอะไรแบบนั้น ซึ่งแน่นอนครับว่าเป็นไปไม่ได้ ต่างจาก สปก 4-01 ที่ผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารสิทธิ์การใช้ประโยชน์ ถึงแม้จะไม่ใช้เจ้าของซะเลยทีเดียว (เพราะยังเป็นของสำนักงาน สปก) แต่ดูมีภาษีกว่าเพราะซื้อขายไม่ได้แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้และตกทอดเป็นมรดกได้ โดย สปก 4-01 นั้นทาง ธกส ตีมูลค่าไว้ที่ 50% ของราคาประเมิน แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์นั้นให้น้อยกว่านั้นและบางแห่งไม่รับเอกสารสิทธิ์ชั้นรอง เช่น ภบท, สปก, นส3

ผู้อ่านเคยไปเยี่ยมหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่อาศัยกันมาช้านานกว่า 200 ครัวเรือน แต่เอกสารยังเป็น ภทบ และไม่สามารถเป็นโฉนดได้เพราะติดกับเขตยุทธศาสตร์ทางทหาร จึงไม่สามารถนำบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างถาวรที่อยู่บนพื้นที่ ภบท มาใช้เป็นหลักทรัพย์ในการขอสินเชื่อได้ครับ



เออ! คือว่า บสก คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์นะครับ  ไม่ใช่ “บ้านยันสากกระเบือ” (ถึงแม้จะใกล้เคียงก็ตามทีเพราะพี่แกมีหมด)

 

อย่างที่พวกเราทราบกันดีแล้วว่า บสก. ย่อมาจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด คือหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อมาบริหารหนีด้อยคุณภาพ (ก็หนี้เน่าที่เรารู้ๆ กันนั่นแหละ) ช่วงหลังเศรษฐกิจฟองสบู่แตกนั่นแหละ โดยทรัพย์สินของ สบก นั้นมีทั้งบ้าน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ตึก ราง บ้านช่องรวมทั้งที่ดินเปล่าด้วย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ใครจะไปรู้หละว่าอาจจะมีแปลงที่เราอยากจะได้แต่หาเจ้าของไม่เจอมาโผล่ในรายการทรัยพ์สินของ บสก ก็อาจจะเป็นได้ โดยทรัพย์สินของ บสก นั้นสามารถหาได้ที่ http://www.bam.co.th/bam/property/index.php/announce/pub/announce_list

Rice Paddy

ส่วนเพื่อนๆ ผู้อ่านที่อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสินเชื่อหรือการผ่อนชำระทาง บสก ก็พอจะมีเพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่านได้นิดหน่อย (ถึงแม้ว่าจะมีน้อยไม่จุใจแต่ก็ยังดีกว่าไม่มี) จริงๆ แล้ว บสก ก็อยากจะขายใจจะขาดเพราะอยากได้เงินเข้าสู่ระบบมากกว่า

โดยบริการการผ่อนชำระของทรัยพ์สินของ บสก นั้นมีไว้สำหรับทรัพย์สินที่มีราคา 2 ล้านบาทหรือต่ำกว่า โดยสามารถวางเงินมัดจำ 30% แล้วผ่อนที่เหลือได้นาน 5 ปี โดยมีสัญญาลายลักษณ์อักษรกันเบ็ดเสร็จ หรือหากท่านจะชำระเป็นเงินสดแล้วหละก็แนะนำให้ต่อรองกับทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเสียเล็กน้อยเพราะท่านจะได้ส่วนลดจากราคาที่เห็นในรายการขาย

 

ที่นี้มาถึงข้อควรระวังของทรัพย์สิน บสก บ้างหละ เพื่อผู้อ่านที่สนใจทรัพย์สินของ บสก จะได้ดำเนินการหรือธุรกรรมได้อย่างรอบคอบ โดยปัญหาหลักๆ ที่พบเจอบ่อยที่สุดของทรัพย์สิน บสก นั้นคือการบุกรุกหรือมีผู้อื่นเข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งบางรายก็ทราบและบางรายก็ไม่ทราบว่าที่ดินเปล่าผืนนั้นกลายเป็นของ บสก ไปแล้วเพราะทางบสกเองมีที่ดินอยู่ในมือหลายรายการและแน่นอนว่าดูแลได้ไม่ทั่วถึง ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะให้เจ้าหน้าที่ของทาง บสก ดำเนินการให้ก่อนที่จะทำการซื้อขายเพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงดังกล่าวได้อย่างสะดวก



ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ (หรือแม้กระทั่งธนาคารของรัฐ) ไม่ชอบยุ่งกับที่ดินเปล่าเพราะเป็นทรพย์สินที่มีความคล่องตัวต่ำหรือพูดง่ายๆว่าขายออกยาก แถมยังมีเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัว เลยเป็นกรรมของพวกเราชาวเกษตรที่อยากจะได้ที่ดินไว้ปลูกผักเหลือเกินแต่ไม่มีธนาคารไหนอนุมัติสินเชื่อ เฮ้อออออ เหนื่อย (ไม่แน่ในว่าภาษประกิดเรียก Mortgage จำนอง หรือ Loan สินเชื่อ)

แต่

ก็ไม่ใช่ว่าจะอับจนหนทางซะเลยทีเดียว เหมือนกับกรณีศึกษาของเพื่อนชาวเกษตรเราท่านหนึ่งที่เบื่อหน่ายงานประจำและชีวิตมนุษย์เงินเดือนเลยอยากจะออกไปเป็นเกษตรกรอยู่กับธรรมชาติและหนู (เมียชื่อหนูส่วนลูกชายชื่อธรรมชาติ) ที่บ้านไร่ปลายนาแบบชีวิตพอเพียง แต่ดันลืมนึกไปว่าไม่ได้มีมรดกที่ดินแบบคนอื่นๆ เขา เลยจำเป็นต้องแบกหน้าไปขอสินเชื่อธนาคารแต่แล้วแต่รอดก็ไม่มีธนาคารไหนให้ (หรือให้ก็ให้น้อยจนไม่เกิดประโยชน์) จนสุดท้ายต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากกู้ซื้อที่ดินเปล่ามาเป็นกู้ซื้อบ้านหลังเล็กๆ มีที่ดินหลังบ้านสำหรับทำการเกษตร ไม่น่าเชื่อว่าแค่มีบ้านเพิ่มเข้าไปในที่ดินแปลงนั้นเงื่อนไขการกู้จะเปลี่ยนไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งง่ายกว่าเยอะ เพราะธนาคารถือว่าบ้านเป็นทรัพย์สินสิ่งก่อสร้างถาวร (รึเปล่า) ที่ขายง่ายกว่าที่ดินเปล่า เลยเอามาเล่าสู่เพื่อนๆ ได้ฟังกันเพราะบางทีเปิดกว้างแวะไปดูทรัพย์ธนาคารที่เป็นบ้านหลังเล็กพร้อมที่ดินทำการเกษตรก็ดีไม่ใช่น้อย อ่อ เตรียมเงินไว้ซ่อมแซมบ้านด้วยหละ หุหุหุ


ครึ้มอกครึ้มใจเกิดอยากจะคุยกับแผนกสินเชื่อธนาคารกรุงไทยสาขาใกล้บ้านจึงเดินเข้าไปสอบถามรายละเอียดตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น เพราะชีวิตนี้ยังไม่เคยเอาที่ดินเปล่าไปจำนองกับธนาคารใดๆ เลย ผลก็ปรากฏว่ายุ่งยากกว่าที่คิด (อาจจะเป็นได้ทั้งที่เราดุอายุน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารและเป็นครั้งแรกที่ไปสอบถามเรื่องแบบนี้จึงทำให้เกิดอาการมึนงงเล็กน้อย) เพราะหากพี่ๆ เพื่อนๆ อยากจะเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคารกรุงไทยนั้นจะต้องมีโครงการที่แน่ชัดเสียก่อนและมีการชี้แจงเรื่องการใช้เงินอย่างละเอียด (ประมาณว่ากลัวหนี้สูญว่างั้นเถอะเพราะที่ดินเปล่านั้นมีสภาพคล่องที่ต่ำธนาคารไม่ชอบ ว่างั้นเถอะ) แบบที่ว่าเดินเข้าไปแล้วถือเงินสดออกมานั้นเห็นจะเป็นไปไม่ได้และการใช้เงินต้องเป็นไปตามจุดประสงค์ที่ชี้แจงไปไม่สามารถใช้กับกิจกรรมอย่างอื่นได้หรือต้องการเงินสดมาใช้เพื่อเริ่มกิจการเห็นจะเป็นได้ยากเพราะเท่าที่รู้สึกเหมือนทางธนาคารจะชอบผู้ที่เริ่มธุรกิจไปบ้างแล้ว ครั้นรายที่กำลังจะเริ่มๆหรือที่เราๆ ท่านๆ ว่าเริ่มจากศูนย์นั้นเห็นจะกู้ยากแฮะรูปแบบนี้ อดเป็นป๋าเลยไหมงานนี้ เศร้า ไม่รู้ว่าธนาคารอื่นเป็นแบบนี้รึเปล่าไม่แน่ใจ หุ หุ หุ ไว้เพิ่มเติมยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังอีกที



ทรัพย์ธนาคารประเภทที่ดินเปล่าที่ขายทอดตลาดซึ่งเกือบทุกธนาคารจะมีที่ดินเหล่านี้ไว้สำหรับขายทอดตลาดให้ผู้ที่สนใจ

                – ที่ดินเหล่านี้มาจากไหน? ที่ดินเหล่านี้คือทรัพย์สินที่ทางธนาคารยึดมาจากลูกค้าที่วางทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นหลักประกันหรือจำนองไว้กับธนาคารแล้วไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่ตกลงกันไว้ ธนาคารจึงยึดทรัพย์สินเหล่านั้นไว้แล้วขายทอดตลาดในภายหลัง ข้อดีของทรัพย์ธนาคารคือสามารถผ่อนชำระได้ เช่น

ธนาคารกรุงไตยที่ให้สินเชื่อเต็มจำนวน (100% นั้นแหละ) ของราคาที่ตั้งขายไว้ แต่ อย่าใจร้อนเพราะจะมีช่วงลดราคาทุก 3 เดือน 6 เดือน

ติดตามได้ที่นี่

ธนาคารกรุงไตย

http://www.npashowroom.ktb.co.th

เน้นย้ำสำหรับธนาคารนี้คือหากได้เห็นประโยคที่เขียนว่าสำเนาโฉนดให้พิจารณาเป็นทวีคูณเพราะอาจจะนำมาซึ่งปัญหาเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ในภายหลังได้

ธนาคารกรุงเตบที่ให้เงือนไขดีๆ สำหรับซื้อที่ดินเปล่าของทางธนาคารเช่นกัน (ก็แน่หละ อยากจะขายกันตัวสั่นเพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร)

http://www.bangkokbank.com/Bangkok%20Bank%20Thai/About%20Bangkok%20Bank/About%20Us/Properties%20for%20Sale/Properties%20for%20sale%20Main%20page/Search%20Properites%20for%20Sale/Pages/Main.aspx

ธนาคารทหารไตยที่มีจุดเด่นด้านการจัดการหลังการขาย เช่น เรื่องปัญหากับเจ้าของเดิม ปัญหาด้านเอกสารที่ไม่เรียบร้อย พี่เขาถนัดนักแลเพราะส่งต่อให้เอกชนจัดการ แต่ไม่มีสินเชื่อสำหรับทรัพย์ธนาคาร เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะบางแปลงสวยเอาเรื่อง

http://www.tmbbankproperty.com

และก็มีอีกหลายธนาคารเพื่อเอาไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบครับ ไม่แน่ว่าท่านผู้อ่านอาจจะเจอเพชรในตมก็เป็นได้ แต่ก้ไม่เสียหลายที่มีรู้ข้อมูลเหล่านี้

ธนาคารกจิกร

http://propertyforsale.kasikornbank.com/

ธนาคารไตยพาณิชย์

http://property.scb.co.th

ธนาคารหมูออมสินที่น่ารักไปอีกแบบคือการประมูลเสนอราคา

http://properties.gsb.or.th/properties/index.php

ธนาคารกรุงจี๋

http://www.krungsriproperty.com/

เกือบลืม บกส ไปเลยทีเดียว หวังว่าท่านๆ ยังจะจำบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้ โดยสามารถติดตามได้ที่นี่ เผื่อจะเจออะไรดีๆ บ้าง

http://www.bam.co.th

การซื้อที่ดินหากเป็นไปได้ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือศึกษาข้อมูลก่อนเป็นอย่างดีเพราะบางกรณีเป็นปัญหาซ้ำซ้อนที่ชวนปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้เขียนอยากให้ทุกๆ ท่านพิจารณาเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอย่างที่ผู้เขียนได้ประสบพบเจอด้วยตนเอง

ที่ดินถือเป็นสินค้าที่มีความเฉพาะตัวสูง เพราะไม่มีแปลงไหนเหมือนกันเลย ไม่ต่างกันในด้านใดก็ด้านหนึ่ง เช่น ราคา สภาพดิน สภาพอากาศ รูปร่างที่ดิน ทำเล ฯลฯ และก่อนซื้อควรจะมีการลงพื้นที่สำรวจด้วยตนเอง

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน