Posts Tagged ‘หญ้าเนเปียร์’



 

พักนี้มีเพื่อนๆ ชาวเกษตรเราหลายท่านแวะมารับแหนแดงบ้าง เมล็ดปอเทืองบ้าง หญ้าเนเปียร์บ้าง อย่างคึกคัก

ผู้เขียนต้องขอขอบคุณพี่ ๆเพื่อนๆ ทุกท่านที่อุตส่าห์ อุตสาหะฝ่าดงรถติดมารับถึงที่ (ติดจริงๆนะ -__-!!!) ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณจากใจจริงครับ

และในขณะเดียวกันก็ขออภัยหลายๆ ท่านที่ต้องให้รอ ให้ยืนตบยุง นอนหง่าวรออยู่ในรถ รอแล้วรอเล่าในระหว่างที่ผู้เขียนขับรถกลับแล้วติดแง๊กกก!  อยู่บนถนน มาถึงช้ากว่าเวลานัด

และก็ยิ่งต้องขออภัยหนักเข้าไปอีกสำหรับเพื่อนๆ ที่โทรมาคุยกับผู้เขียนแล้วเจอกับอาการเอ๋อ! ของผู้เขียน ขออภัยด้วยจริงๆ พักนี้ทำงานเยอะไปหน่อย แฮะๆ ต้องเข้าใจ หุ้นมันตกจิตใจเลยไม่ค่อยจะอยู่กับร่องกับรอย มัวแต่ละเมอเพ้อหาตึกสูงๆ เปลี่ยวอยู่ร่ำไป จนหมอต้องบอกให้อยู่ห่างตึกสูงไว้ เดี๋ยวพาลจะหาเรื่องโดดตึกเล่นแก้กลุ้มเวลาหุ้นตก  อิอิอิ!

 

พักนี้ผู้เขียนทำงานเยอะไปหน่อย! จากงานหลายประเภท หลากหลายรูปแบบจนแทบจะตีกันตายอยู่ในหัว จนทำให้เกิดอาการเอ๋อ! หน้ามึน ความจำไม่ค่อยดี

หากเพื่อนๆ ท่านไหนสั่งอะไร หรือขออะไรกับผู้เขียนไว้แล้วไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้รับของตามที่พูดกันไว้ ก็รบกวนขอให้เพื่อนๆ โทรมา หรือส่งข้อความมาเตือนสติผู้เขียนหน่อยครับ ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจลืม แต่มันลืมเองจริงๆ

เลยต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

Picture 084

วันนี้ก็ลืมอีกเช่นเคย เมื่อวานจำได้ว่าใครซักคนขอหญ้าเนเปียร์ไว้ เลยตัดใส่ตะกร้าหอบกลับมา กทม จากสวนที่กาญจนบุรี แต่พอถึงก็ดันลืมว่าท่านไหน ของใคร ส่งยังไง -__-!!! เลยต้องมาประกาศหานี่แหละ

 

Picture-310

ส่วนแหนแดงนี่ ไม่ต้องห่วงเลย ลืมประจำ หากท่านไหนสั่งแล้วยังไม่ได้รับแหนแดง หรือท่านไหนจะแวะมารับ รบกวนโทรมาเตือนผู้เขียนอีกรอบเพื่อความแน่ใจครับ พักนี้สมองผุ้เขียนชำรุด -__-!!!  ส่งทุกเช้า 5 – 10กิโลกรัม แต่ก็ยังไม่วายใีรายชื่อตกหล่น!

 

Picture 894

นี่ก็ลืมบ่อยๆ ท่านไหนขอเมล็ดปอเทืองไว้ โทรกลับด่วน! ผู้เขียนลืม



ก่อนอื่นต้องขอกล่าวขอบคุณดอกเตอร์อัครินทร์ ที่เข้าเยี่ยมเยียนและแวะมาบอกข่าวความคืบหน้าโรงไฟฟ้าพลังหญ้าเนเปียร์ (โทษที ไม่รู้จะตั้งชื่อยังไงให้ดูทรงพลัง เอาชื่อนี้ละกัน ทนๆ เอาหน่อย -__-!!!) ที่เป็นไปตามความคาดหมายของผู้เขียน ว่า “ไปไม่รอด!” วะ ฮ่ะๆ (ทำไมซื้อหวยไม่แม่นแบบนี้บ้างเนี่ยะ!)
วันนี้อารมณ์ดีนะเนี่ยะ ไม่รู้เป็นไร!
ผู้เขียนเป็นชาวสวนตัวเล็กๆ (พุงใหญ่ๆ) คนหนึ่งที่ติดตามข่าวความคืบหน้าโรงไฟฟ้าพลังหญ้าเนเปียร์ด้วยความตื่นเต้นตั้งแต่ได้ยินข่าว ตั้งแต่ที่ประกาศเปิดตัวโรงไฟฟ้าต้นแบบที่จังหวัดเชียงใหม่นั่นแหละ! แต่แวะไปดูก็หาไม่เจอ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะรายละเอียดที่ให้มาทำอย่างกับจะสร้างโครงการปรมาณูลับของ CIA งั้นแหละ! ลับจนไม่รู้จะลับยังไงแล้ว หาเจอหละโคตรเก่ง หรือมันไม่มีอยู่จริงก็ไม่รู้ ท่านไหนรู้บอกด้วยจะแวะไปสังเกตการณ์
หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งโครงการละลายงบของรัฐอีกแล้ว! ก็ยังไม่กล้าสรุป -__-!!!

http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000143427

001
เป็นไปตามความคาดหมายของเพื่อนๆ ในวงสนทนาและผู้เขียนที่เห็นว่าอุปสรรคสำคัญของโครงการนี้ที่เอกชนยังส่ายหัวไม่คุ้มทุนก็เพราะเรื่องราคารับซื้อที่เกี่ยวเนื่องกับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูก ด้วยราคาตันละ 300 บาท! ใช่แล้วเราพูดถึง 0.30 บาทต่อกิโลกรัมนั้นไม่ได้ดลใจผู้ปลูกเท่าไหร่เลยเมื่อเทียบกับพืชตละกูลใกล้เคียงกัน เช่น อ้อย (หญ้าเนเปียร์นี่เหมือนอ้อยจริงๆ นะ ขอบอก -__-!!!) ต่างกันก็ตรงขนาดและความหวาน
อุปสรรครองลงมาก็คือการรับซื้อหรือความมั่นใจในด้านการตลาดนั้นยังไม่ได้ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกนั้นอุ่นใจเท่าไหร่นัก หากเป็นอ้อยขาดทุนแต่ก็ยังมีคนรับซื้อ หรือหากเลวร้ายก็ทำน้ำตาลก้อนแดงก็ยังได้อยู่ แต่หากเป็นหญ้าเนเปียร์หละ! ถ้าไม่มีโรงไฟฟ้ารับซื้อก็หญ้าดีๆ นี่เอง ซึ่งการพลิกแพลงดัดแปลงใช้หญ้าเนเปียร์ในบ้านเรานั้นยังไม่แพร่หลายจนขนาดมีตลาดสำรองรองรับผลผลิต

แล้วเราจะทำยังไงดีหละ! หากคิดที่จะพัฒนาหญ้าเนเปียร์ให้เป็นพืชที่สำคัญขึ้นมา
เอาแบบนี้ละกัน!
หากพูดกันถึงหญ้าราคาตันละ 300 แล้วหละก็ถือว่าแพงหากคิดจะใช้เป็นพืชพลังงาน ซึ่งต้องหมัก ต้องกลั่น ขั้นตอนเยอะ!
แต่หากพูดกันถึงราคาอาหารวัวตันละ 300 แล้วหละก็ถือว่าถูก!

นึกถึงฟาร์มหมูที่เก็บมูลหมูไว้ในถังหมักไหม? แทนที่เราจะให้หญ้าเป็นพลังงานโดยตรง โดยการหมัก การบ่ม ยุ่งยากมากมาย (ซึ่งในความคิดส่วนตัวของผู้เขียนเห็นว่าไม่คุ้มคุณค่าเอาเสียเลย) แล้วหากเราใช้วัวเป็นตัวกลางหละ? ใช้หญ้าเป็นอาหารวัวแล้วเก็บมูลวัวมาหมักเป็นเชื้อเพลิง ขั้นตอนการทำงานจะง่ายกว่าไหม? แค่หมักบ่มเชื้อจุลินทรีย์ในถังก็จะได้แก็สแล้ว เปลี่ยนจากสร้างโรงไฟฟ้ามาเป็นสนับสนุนฟาร์มวัวครบวงจรหลายๆ ฟาร์มแบบนิคมเกษตรกันดีไหม? ได้อาหาร ได้พลังงาน ได้อาชีพ แบบนี้ดีไหม?
อ่อ! ลืมไป มันคนละหน่วยงาน กระทรวงพลังงานเค้าไม่รู้จักกรมส่งเสริมการเกษตรนี่ เค้าไม่เคยมีตัวตน! หากันไม่เจอเลยคุยกันไม่ได้ ลืมไปๆ
โทษทีๆ ผู้เขียนผิดเอง -__-!!!

เพื่อนๆ ใจเย็นกันอีกนิด ผู้เขียนกำลังพัฒนารูปแบบการเลี้ยงอยู่ ไว้ได้ความคืบหน้ายังไงจะมาเล่าสู่กันฟัง!

เผื่อจะไปเข้าฝันสะกิดต่อมทำงานของภาครัฐขึ้นมาบ้าง อะไรบ้าง! ขนาดเกษตรกรตัวเล็กๆ หัวโตๆ ไร้ทุน ไร้การสนับสนุนทางหลักวิชาการและกำลังคนยังพยายามขวนขวายขนาดนี้ มีงบเป็นร้อยๆ ล้านแบบภาครัฐแล้วทำอะไรไม่ได้เรื่องละอายเค้าแย่เลย!



หลังจากโดดไปขโมยพันธุ์หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กับเนเปียร์จักรพรรดิมาจากเพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งแถวราชบุรีมาแอบเพาะขยายพันธุ์ได้พักใหญ่ๆ ต้นพันธุ์หญ้าเนเปียร์ก็แตกดอกออกกอเพิ่มจำนวนมาให้ได้ขยายพันธุ์มากขึ้นและจะมากกว่านี้ต่อไปในอนาคต และก็หวังว่าวันหนึ่งคงจะมากพอที่จะแจกจ่ายเพื่อนๆ ได้นำไปทำพันธุ์ต่อไป

001

*** จากกิ่งเดียวก็ได้แตกตัวเป็นกอในกระถาง ***

 

003

*** จากกระถางเดียวก็ได้ขยายตัวออกเป็นพื้นที่ 1 งานในเวลา 6 เดือน ***

004

*** ด้านซ้ายงอๆ คือหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ส่วนอีก 3 ลำตรงๆ คือหญ้าเนเปียร์จัรกพรรดิที่อายุเท่ากัน แต่หญ้าเนเปียร์จัรกพรรดิโตกว่าและลำต้นใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้ผู้เขียนกำลังทดลองพิสูจน์ถึงความแตกต่างของทั้ง 2 สายพันธุ์ว่าอะไรดีกว่ากัน แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่มหาลัยเกษตรส่งเสริมอยู่มันต้องมีเหตุผลอะไรซักอย่างสิน่า ***

สาเหตุที่ต้องทดลองปลูกหญ้าเนเปียร์นั้นก็เป็นเพราะว่าผู้เขียนต้องการพิสูจน์ประโยชน์ของหญ้าเนเปียร์และทำการทดลองถึงคุณสมบัติบางอย่างด้วยตัวเองเพื่อตอบสนองนิสัยความอยากรู้อยากเห็น (นิสัยอะไรก็ไม่รู้ เปลืองตังค์ -__-!!!) และต้องการที่จะสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาเองหลังจากพบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพวิกฤติเสื่อมศรัทธาในผลงานวิชาการแบบตลาดๆหรือแบบลวกๆ อย่างที่พบเห็นได้ตามสื่อต่างๆ จนสุดท้ายต้องสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาเองถึงแม้ว่าจะต้องเริ่มจากการนับหนึ่งใหม่ก็เถอะ

 

ไม่แน่ใจว่าหญ้าเนเปียร์มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์แต่ที่ผู้เขียนได้มานั้นเป็นหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่ทางมหาลัยเกษตรส่งเสริมและพันธุ์เนเปียร์จักรพรรดิที่ดูจะคล้ายคลึงจนบางทีแยกไม่ออก แต่หากสังเกตลักษณะทางกายภาพดีๆ แล้วจะพบว่าหญ้าเนเปียร์จักรพรรดิจะลำต้นใหญ่กว่าและใบหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคุณสมบัติด้านเคมีนั้นว่ากันอีกทีหนึ่ง เพราะหากจะให้ได้สารอาหารในช่วงที่ดีที่สุดต้องมีอายุ 60 วันขึ้นไป โดยจะได้โปรตีนถึง 13-17% และคาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำได้ (WSC) 11-12 % ซึ่งปัจจุบันผู้เขียนได้ส่งไปให้เพื่อนที่เกษตรศาสตร์เพื่อตรวจวัดออกมาเป็นตัวเลขให้ได้เห็นกันแน่ชัดอีกครั้งหนึ่งถึงคุณประโยชน์ด้านสารอาหารและความแตกต่างของปริมาณสารอาหารของหญ้าเนเปียร์ทั้ง 2 สายพันธุ์ (เนเปียร์ปากช่องและเนเปียร์จัรพรรดิ)

 

หากคุณสมบัติดีดังที่ท่านว่าไว้จริงก็เหมาะสมที่จะส่งเสริมเป็นอาหารสัตว์ในชุมชมของผู้เขียนเพราะโชคดีที่มีการเลี้ยงวัวกันเยอะมาก และโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าประโยชน์ของหญ้าเนเปียร์นั้นเหมาะสำหรับภาคปศุสัตว์มากกว่า ส่วนการนำไปหมักแก็สเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้านั้นควรจะเป็นมูลสัตว์มากกว่าเพราะการบ่มตัวหรือการเกิดแก็สนั้นย่อมดีกว่าหญ้าสดอยู่แล้ว

 

หญ้าเนเปียร์นั้นมีลักษณะเด่นคือเติบโตเร็ว แตกกอดี วิธีปลูกก็ไม่ได้ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไรเลยก็เหมือนการปลูกอ้อยหนือมันสำปะหลังทั่วๆ ไป จะต่างกันก็ตรงที่ความพิถีพิถันที่น้อยกว่าเพราะยังคงติดนิสัยเสมอว่ามันก็คือหญ้า ฮ่ะๆ!!

006

*** เอออ!! คือ มันไม่ใช่อ้อยนะ ถึงจัคล้ายก็เถอะ -__-!!! ***

008

*** วิธีขยายพันธุ์นั้นก็ไม่ยาก แค่ตัดท่อนพันธุ์จากต้นแม่แบบที่เห็นด้านบนแล้วก็ขุดหลุมกลบ แค่นั้นจริงๆ ***

009

*** ปกติข้อเดียวแบบมีรากติดก็งอกแล้วนะ แต่กลัวไม่รอด อิอิอิ ***

010

*** ขุดหลุมแล้วดินกลบ แค่นั้นแหละ ส่วนระยะห่างก็ 70 x 70cm. เป็นใช้ได้ ***

 

ส่วนเพื่อนๆ ที่ถามถึงข่าวคราวเรื่องการนำหญ้าเนเปียร์ไปหมักเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ผู้เขียนตามข่าวอยู่เนืองๆ นั้น แฮะๆ !!! อยากจะขอตอบแบบที่ใจคิดก็คือว่าอย่าไปคาดหวังอะไรกับมันเลย เอาเฉพาะการนำหญ้าเนเปียร์มาเป็นอาหารสัตว์สำหรับภาคเกษตรเราให้รอดก่อนเถอะ เห็นว่าจะสร้างโน้นสร้างนี่ (สร้างหนี้) แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นแม้แต่ผลสรุปจากโรงงานต้นแบบที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ควรจะเปิดไปตั้งแต่เดือนมกราที่ผ่านมา (ปี 2556) จนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรสรุปออกมาชัดเจน แถมยังชงเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากหญ้าเนเปียร์ขึ้นอีกหลายจุดที่ดีดตัวเลขคำนวณออกมาสวยหรู ตัวเลขเยอะจนจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ (ขี้เกียจจำด้วยแหละ -__-!!! รู้แต่ว่าเห็นตัวเลยแล้วคิดอยู่อย่างเดียวว่าพวกมึงตื่นเถอะ) กลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายจะกลายเป็นโครงการเหมือนสบู่ดำที่ล้มไม่เป็นท่าได้แต่ผลาญงบไปวันๆ ไม่ไหวจะเพลียจริงๆ เรื่องแบบนี้ -__-!!!

ไม่ใช่ว่าไม่ดี มันดีเลยทีเดียวแหละ แต่การติดตามการใส่ใจ การคิดพัฒนา ความบริสุทธ์ใจในการทำงาน (โกงพลาญงบรึเปล่าพูดง่ายๆ) และความตั้งใจ ในแบบราชการไทยนี่ไม่ไหวจะเพลียนะ

 

ไว้ได้เรื่องยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีหนึ่ง ส่วนเพื่อนๆ ที่รอท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์อยู่ รออีกนิด อดทนอีกหน่อยไว้พร้อมแล้วจะรีบแจกจ่าย



เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามว่า “รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจะคุ้มค่าไหม?”

น่าคิดครับ บอกตรงๆ
ที่น่าคิดนั้นก็คือว่ามันจะไปรอดไหม? ถ้ารอดก็ดีมีไฟฟ้าใช้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเพราะปลูกง่ายโตไว แต่ถ้ามองในรายละเอียดเชิงลึกแล้วยุ่งยากพอสมควร

โดยปกติแล้วผู้เขียนรู้จักหญ้าเนเปียร์ในฐานะอาหารสัตว์และก็ส่วนประกอบของปุ๋ยหมัก และหญ้าเนเปียร์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและกระบือหรือสัตว์ใหญ่เพราะหญ้าเนเปียร์มีความหวานสูงเมื่อเทียบกับหญ้าทั่วๆไป (ไม่ได้แอบชิมนะ เค้าว่าอย่างนั้น (-_-!!!)) และมีธาตุอาหารเหมาะสมสำหรับเลี้ยงสัตว์ เขตที่ผู้เขียนทำสวนอยู่นั้นมีการเลี้ยงวัวกันมาก หญ้าเนเปียร์ขายกันตันละ 500 – 600 บาท แต่ที่ได้ข่าวมาคือรัฐบาลรับซื้อในราคาตันละ 300 บาท อื้มนะ! ก็ไม่แน่ใจว่าภาคอื่นจะคุ้มค่าหรือไม่แต่สำหรับพื้นที่แถบตะวันตกของประเทศไทยเห็นจะไม่คุ้มค่าเพราะปัจจุบันยังไม่พอสำหรับเป็นอาหารสัตว์เลย ความต้องการในภาคปศุสัตว์ยังมีอีกมากในแถบบริเวณ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี รัฐคงต้องศึกษาเรื่องนี้ด้วยเช่นกันหรือไม่ก็ต้องส่งเสริมกันอย่างจริงจังเพื่อให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้นเพื่อป้อนทั้งภาคปศุสัตว์และภาคพลังงาน และก็เห็นได้ข่าวแว่วๆ ว่าจะเริ่มโรงไฟฟ้าต้นแบบกันที่เชียงใหม่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีผลปรากฏออกมาเช่นไรเพราะนี่ก็มกราคมตามที่แถลงข่าวออกมาแล้ว คงต้องรอดูกันต่อไป จริงๆ กระทรวงพลังงานควรจะคุยกับกระทรวงเกษตรซักนิดมหาลัยเกษตรศาสตร์ซักหน่อยในฐานะผู้ศึกษาและใช้ประโยชน์หญ้าเนเปียร์มาอย่างยาวนานในภาคเกษตรและปศุสัตว์ว่าคุ้มค่าหรือไม่ หรือมีพืชอื่นแนะนำไหมก่อนที่จะสรุปออกมาถึงแม้ว่าจะยกเหตุผลเรื่องของความเหมาะสมในการเพาะขยายตัวของจุลินทรีย์ในการบ่มแก๊สก็เถอะแต่ราคารับซื้อไม่สอดคล้องกับราคาตลาด แต่ช่างเถอะคุยเรื่องแบบนี้ไม่เคยจบซักที – __-!!!

Farming001*** ขอขอบพระคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนตเป็นอย่างสูงครับ ***

เบื่อขี้เกียจยุ่งเรื่องแบบนี้แล้วมารู้จักหญ้าเนเปียร์กันในภาคปศุสัตว์และภาคเกษตรกันดีกว่า
สายพันธุ์หญ้าเนเปียร์ที่ปรับปรุงแล้วและกำลังได้รับความนิยมคือหญ้าเนเปียร์ปากช่อง1 โดยลักษณะของหญ้าเนเปียร์นั้นเหมือนต้นอ้อยน้อยๆ สูงใหญ่จนคนตั้งชื่อให้ต่างๆ นาๆ ว่าหญ้าอวกาศบ้าง หญ้าเทวดาบ้างหละตามแต่จะจินตนาการกันไปเพราะลักษณะลำต้นตั้งตรงสูง 2.5-3.5 เมตร ใบและลำต้นอ่อนนุ่ม การเก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถทำได้ทุกๆ 60 วัน ให้ผลผลิตน้ำหนักสดประมาณ 12-15 ตันต่อไร่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของดินและการให้น้ำ ส่วนผลผลิตน้ำหนักแห้งจะได้ประมาณ 2-2.5 ตันต่อไร่ สารอาหารที่ได้จากหญ้าเนเปียร์นั้นนับว่าน่าสนใจเพราะมีโปรตีนถึง13-17% หญ้าเนเปียร์นั้นมีลักษณะเด่นคือเติบโตเร็ว เติบโตดี ทนแล้งและให้ผลผลิตต่อไร่สูงให้ผลผลิตตลอดทั้งปี มีโปรตีนสูงและแร่ธาตุต่างๆ หลากหลายทำให้เหมาะสำหรับการใช้เป็นอาหารสัตว์ใหญ่ ทั้งยังมีปริมาณน้ำตาลในใบและลำต้นสูงซึ่งง่ายต่อการนำไปหมักทำอาหารสัตว์
*** สรุปเลยละกันว่า การปลูกหญ้าเนเปียร์นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับภาคปศุสัตว์ แต่ภาคพลังงานหนูไม่รู้ หนูเมา -__-!!! ***

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน