Posts Tagged ‘แหนแดง’

แหนแดงป้องกันวัชพืชและหอยเชอร์รี่ในนาข้าวได้อย่างไร


เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามว่าแหนแดงนั้นช่วยกำจัดวัชพืชอย่างไร?
หากสังเกตให้ดีผู้เขียนไม่เคยเอ่ยถึงหรือระบุเป็นรายลักษณ์อักษรเลยว่าแหนแดงนั้นช่วยกำจัดวัชพืชในนาข้าว เพราะแหนแดงที่ใช้กันในนานั้นจะช่วยเพื่อนแร่ธาตุไนโตรเจนเสียมากกว่าเพราะแบคทีเรียที่อยู่ตามซอกใบจะดึงเอาธาตุไนโตรเจนมาเก็บไว้แล้วไนโตรเจนนั้นจะติดอยู่กับตัวแหนแดงจนย่อยไปกับดิน ส่วนเรื่องการป้องกันวัชพืชนั้นก็เป็นประโยชน์ในทางอ้อมเสียมากกว่าทางตรงเพราะเมื่อแหนแดงคลุมเต็มผืนน้ำนั้นก็จะทำให้แสงไม่สามารถส่งลงไปถึงพื้นดินที่อยู่ใต้น้ำซึ่งมีเมล็ดหญ้าหรือวัชพืชอื่นๆ สามารถงอกขึ้นมาได้

แหนแดงนั้นช่วยป้องกันวัชพืชด้วยการบังแสงแดดไม่ให้ส่งถึงเมล็ดหญ้าที่ตกอยู่ตามพื้นดินใต้น้ำ ทำให้เมล็ดหญ้าหรือวัชพืชไม่เกิดการงอกขึ้นมาจึงเป็นลักษณะการป้องกันมากกว่ากำจัดวัชพืช ^_^

ส่วนเพื่อนชาวเกษตรอีกท่านั้นก็ถามผู้เขียนว่า
แหนแดงป้องกันหอยเชอร์รี่ได้อย่างไร?
ธรรมชาติของหอยเชอร์รี่นั้นมักจะกัดกินสิ่งที่ลอยอยู่เหนือน้ำก่อนเสมอ เมื่ออาหารบนผิวน้ำหมดจึงมุดลงไปกัดกินต้นข้าวหรือพืชใต้น้ำ (แถมยังเลือกถูกอีกนะว่าอันไหนวัชพืชและอันไหนต้นข้าว ฉลาดจริงๆ -__-!!!) และเมื่อแหนแดงลอยอยู่บนผิวน้ำก็เป็นธรรมดาที่หอยเชอร์รี่จะกีดกินแหนแดงก่อนที่จะไปรังควานต้นข้าว เพราะฉนั้นการที่แหนแดงจึงป้องกันความเสียหายจากหอยเชอร์รี่ไปสู่ต้นข้าวได้ระดับหนึ่ง การใช้แหนแดงในนาข้าวจึงนับว่าเป็นการป้องกันทั้งวัชพืชและป้องกันหอยเชอร์รี่ได้ดีระดับหนึ่งโดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมี

Picture 023

*** ว่าแล้วก็มาดูพี่เค้ากินข้าวดีกว่า เห็นแล้วรู้เลยว่าทำไมข้าวหมดเป็นไร่ๆ ในเวลาข้ามคืน -__-!!! ***Picture 008

 *** ใครบอกว่าพี่หอยเชอร์รี่ไม่มีปากเนี่ยะ! -__-!!! ***

แหนแดงในธรรมชาติกำลังลดจำนวนลง


หาแหนแดงจากธรรมชาติได้ที่ไหน? เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามผู้เขียน

 

ฟังดูน่าเศร้าเพราะแต่เดิมนั้นแหนแดงมีอยู่ทั่วไปตามทุ่งนาแหล่งน้ำนิ่งตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันแหนแดงตามธรรมชาติเหล่านั้นได้ลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย จากหลายปัจจัยและหลายสาเหตุทั้งจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช สารพิษต่างๆในน้ำ หรือแม้แต่สถาวะน้ำท้วมน้ำหลากที่พัดพาพืชหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ พลัดถิ่นไปอยู่ที่อื่นจนไม่สามารถดำรงชีพตามแบบดั้งเดิมได้จนสุดท้ายก็สูญสลายไป และแหนแดงก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ซึ่งแต่เดิมนั้นแหนแดงมีอยู่ตามธรรมชาติอย่างมากมาย (รึอย่างน้อยก็มากกว่าที่เราเป็นปัจจุบันหลายเท่าตัว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบพื้นที่ราบภาคกลาง เช่น นครปฐม ปทุมธานี นครนายก ลพบุรี สระบุรี อยุธยา ต่างๆ นาๆ ที่เป็นแหล่งอาหารแหล่งปลูกข้าวหลักของประเทศไทย แต่ปัจจุบันกลับหาแหนแดงได้ยากในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

 

น่าเศร้าไหมหละ!

 

เออ! คือ….แต่ที่น่าใจหายกว่านั้นคือเกษตรกรชาวนาส่วนใหญ่ในประเทศไทยเรานี้พึ่งจะมารู้จักประโยชน์ของแหนแดงกันได้ไม่กี่ปี ทั้งๆ ที่รอบบ้านเราเช่น เวียดนาม จีนตอนใต้ หรือแม้กระทั่งสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป) ได้ใช้แหนแดงในการเกษตรในลักษณะการเสริมธาตุอาหารให้กับต้นข้าวมาอย่างช้านาน หรือแม้กระทั่งการใช้แหนแดงสำหรับเป็นอาหารสัตว์ก็มีให้เห็นอย่างแพร่หลายเพราะอัตราการเจริญเติบโตของแหนแดงที่รวดเร็วและสารอาหารที่ได้ก็ถือว่าไม่เลวนัก หากแต่ประเทศไทยนั้นมีการเผยแพร่องค์ความรู้กันน้อยมากและการใช้ประโยชน์หรือดัดแปลงใช้แหนแดงในการเกษตรยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

 

เอะ! กรมส่งเสริมการเกษตรไปไหนเนี่ยะ! เออ….สมละที่เพื่อนชาวเกษตรของผู้เขียนมักจะพูดว่า “กรมส่งเสริมการเกษตรก็เหมือนผี รู้ว่ามีแต่ไม่เคยเห็น” เออ แฮะ! จริงอย่างที่ท่านว่าเพราะเห็นแต่ที่ทำการที่เหมือนศาลเจ้า แต่ตัวเจ้าหน้าที่ไปไหน? อันนี้ไม่รู้? (ผู้เขียนไม่ได้พูดเองนะแค่จำจากเพื่อนมา -__-!!!) ซึ่งหากจะดูจากงบประมาณหรือเครือข่ายความเป็นภาครัฐก็ควรจะทำได้ดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่าการพัฒนาบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอะไรมากมายไม่ใช่หรือ? แค่การถ่ายทอดหลักวิชาการก็ช่วยได้มากโข!

 

เอะ! สรุปว่าจะมาคุยตอบคำถามเรื่องแหนแดงหรือว่ามาบ่นเรื่องความสามารถของภาครัฐกันแน่เนี่ยะ! -__-!!!

Picture 905

*** เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่ผู้เขียนนำแหนแดงที่เพาะเลี้ยงไว้ทยอยออกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำนิ่งต่างๆ ตามเส้นทางจาก กทม ไปที่สวนของผู้เขียนที่กาญจนบุรี ***

Picture 903

*** ปล่อยแหนแดงคืนสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติหลายๆ แห่งแล้วก็เก็บรายละเอียดการเจริญเติบโตและอัตราการรอด ***

Picture 912

*** จุดไหนที่ดูอัตราการรอดสูงหน่อยก็จะปล่อยมากหน่อย ***

*** จริงๆ แล้ว ก็มีหลายกิจกรรมที่ผู้เขียนส่งเสริมอยู่และก็ส่งเสริมมานานแล้ว เช่น ปลูกป่า (หลอกเด็กไปปลูกป่า) ปล่อยปลา ปล่อยแหนแดง ส่งเสริมการปลูกพืชสวนครัวเพื่อเป็นรายได้เสริม (หลอกคนแก่ไปปลูกผัก) โดยผู้เขียนรับผิดชอบในการหาตลาดให้ โครงการอาหารกลางวันเด็ก (แมร่งมั่วไปหมด -__-!!!) ซึ่งก็สุดแท้แต่กำลังและทรัพยากรของผู้เขียนจะเอื้ออำนวย จ้างบ้าง แลกบ้าง ขอบ้าง (หลอกบ้าง -__-!!!) ก็ว่ากันไปตามกรณีแต่ก็ไม่เคยเอะใจที่จะเก็บรูปไว้ประชาสัมพันธ์หรือเก็บไว้เป็นข้อมูลในการศึกษา (พึ่งมาเริ่มเก็บรูปได้ไม่นานนี่แหละ -__-!!!) ก็ได้แต่ดูด้วยตาเปล่าแล้วก็จำไว้แบบง่ายๆ เลยทำให้ผลทางการปฏิบัติดำเนินไปอย่างช้าๆ จนสุดท้ายต้องมานั่งทบทวนและปรับแผนใหม่เพื่อให้ได้ผลทางการปฏิบัติมากกว่านี้ซึ่งแต่เดิมนั้นทำอยุ่คนเดียวเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไปตามประสาจนลืมคิดไปว่ามีเพื่อนๆ ชาวเกษตรเราอีกหลายท่านที่มีแนวคิดเหมือนกันและพร้อมจะออกแรงร่วมด้วยช่วยกันให้งานลุล่วงได้ไวขึ้น จึงฝากข้อความนี้ไว้เพื่อแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบว่าไม่ช้าไม่นานอาจจะมีคนส่งข้อความไปขอแรงหรือขอความร่วมมือท่าน หรืออะไรซักอย่าง ฮ่ะๆ ให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า หุหุหุ ***

***เกริ่นมาซะนาน อ้อมโลกไปซะไกล สุดท้ายก็จะขอแรงเพื่อนๆ มาช่วยงานนะเอง  หุหุหุ -__-!!! เตรียมตัวไว้เถอะท่านๆ ทั้งหลาย***

จดหมายฉบับที่ 2 : กล่าวขออภัย


กล่าวขออภัยเพื่อนๆ และพี่ๆ หลายท่านที่ต้องการแหนแดงไว้ใช้สำหรับใส่ในนาข้าวและเป็นอาหารสัตว์แต่ผู้เขียนกลับไม่สามารถจัดส่งให้ได้เพราะอุปสรรคจากฝนฟ้าอากาศ (ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงสุดท้ายก็ได้แต่โทษฟ้าโทษฝน อิอิอิ) ทำให้เก็บแหนแดงได้ปริมาณที่น้อยกว่าเดิมแถมปริมาณส่วนใหญ่ยังถูกส่งไปเป็นอาหารเป็ด ไก่และปลาที่สวนอีก จริงๆ แล้วฝนไม่ได้มีผลกับแหนแดงหรืออาจจะเป็นผลดีด้วยซ้ำไปเพราะในน้ำฝนมีไนโตรเจนแต่ฝนเป็นปัญหากับวิธีเพราะเลี้ยงของผู้เขียนที่เพราะเลี้ยงแหนแดงไว้ในบ่อซีเมนต์กลางแจ้งแล้วฝนตกใส่อย่างหนักจนน้ำล้นจากบ่อ แหนเลยล้นออกไปด้วย จะเก็บไว้ในร่มก็ไม่โตอีก -___-!!!

 

จนสุดท้ายต้องปิดการขายชั่วคราวเพื่อปรับปรุงกันขนานใหญ่ ทั้งการขยายบ่อเพาะเลี้ยงและการล้างบ่อเพื่อเพาะแหนแดงใหม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาซักพักแต่คงไม่นานเกินกว่าวันที่ 25/6/2556 หรือหากปรับปรุงเสร็จเร็วกว่านั้นก็จะขอแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

Picture 738

*** บางบ่อก็ไหลออกจนไม่เหลือแหนแดงให้เห็นเลย -__-!!! ***Picture 734

 

ส่วนแหนแดงที่ค้างส่งจะขอส่งให้เรียบร้อยในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นี้

เออ!  คือ คือ…. คือว่า แฮะๆ…… จริงๆ แล้วผู้เขียนมีเรื่องจะสารภาพผิดนิดหน่อยกับแหนแดงชุดที่ค้างส่งซึ่งปกติแล้วผู้เขียนเก็บแหนแดงได้อาทิตย์ละประมาณ 80 กิโลกรัมในช่วงปกติและใช้สำหรับเป็นอาหารเป็ดและอาหารไก่ประมาณ 60 กิโลกรัมต่ออาทิตย์จึงเหลืออยู่ประมาณ 20 กิโลกรัมเพื่อส่งให้กับเพื่อนๆ ชาวเกษตร แต่เพราะช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนแอบขโมยแหนแดงจำนวนนั้นส่งให้กับศูนย์การเรียนรู้เกษตรต่างจังหวัดและนักศึกษาที่นำแหนแดงไปทำการวิจัยและทดลองต่างๆ ทั้งๆที่ไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียวแต่ผู้เขียนได้จัดความสำคัญกลุ่มเกษตรและวิจัยกลุ่มนี้มาเป็นอันดับแรกด้วยเหตุผลของการพัฒนาองค์ความรู้และการวิจัยซึ่งไม่แน่ว่าเราอาจจะได้รับอะไรดีๆ กลับมาสู่วงการเกษตรบ้านเราก็เป็นได้ ประกอบกับฝนฟ้าอากาศที่เทลงมาใส่บ่อซีเมนต์แบบไม่บันยะบันยังจนทำให้น้ำล้นแหนแดงไหลออกไปกองแห้งกับพื้นดิน ปริมาณที่เคยเก็บได้จึงน้อยลง (แต่เป็ดกับไก่กินเท่าเดิม -__-!!!) เลยเป็นสาเหตุทำให้แหนแดงขาดส่งและหลายๆ ท่านโดนโรคเลื่อนจากผู้เขียน อิอิอิ บางท่านเลื่อนมาเกือบเดือนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขออภัยจริงๆ

 

หากจะด่าหรือตำหนิผู้เขียนก็ยินดีรับฟังโดยดีแต่คงต้องรอนานหน่อยเพราะคนรอด่ากันเยอะมาก ฮ่ะๆ ต้องเข้าแถวรอด่าผู้เขียนกันเลยทีเดียว แถวยาวด้วยนะเออ หุหุหุ -__-!!! คนอะไรจะด่ายังต้องให้เข้าแถวรอ อื้มมม -__-!!!

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 3 การเจริญเติบโตของปลานิลที่เลี้ยงด้วยแหนแดง



หลังจากที่ผู้เขียนลงบทความการทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ก็ได้มีคำถามเข้ามามากพอสมควรจากเพื่อนๆ ชาวเกษตรที่ติดตามอ่าน ขอขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับน้ำใจที่เข้ามาติดตามอ่านบทความ (ไม่ค่อยจะได้เรื่อง มั่วบ้าง ไร้สาระบ้าง) และมิตรไมตรีที่เข้ามาพูดคุยกันตลอดทาง

เพื่อนๆ ถามผู้เขียนถึงระดับการเจริญเติบโตของปลานิลที่ผู้เขียนทดลองเลี้ยงไว้ ถ้าจำไม่ผิดจะปล่อยลงบ่อเมื่อวันที่ 8/5/56 ซึ่งก็ผ่านมาได้ประมาณ 19 วัน (วันที่ลงบทความนี้เป็นวันที่ 27/5/56) ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เห็นภาพสุดท้ายเลยต้องจับขึ้นมาวัดขนาดให้เพื่อนๆ ดู เพราะคิดว่ารูปภาพคงจะอธิบายได้ดีกว่าคำพูดมากนัก

สำหรับชาวเกษตรอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นคงจะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่เห็นการเจริญเติบโตของสัตว์หรือพืชที่เราปลูกเราเลี้ยงไว้โดยไม่ต้องดูแลอะไรมากมายให้วุ่นวายใจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร ให้ดูแลตัวเองว่างั้นเถอะ อิอิอิ -__-!!! และพอโตได้ขนาดหรืออายุก็จัดการจัดเก็บผลผลิตออกมาขายซะเลย การเกษตรในอุดมคติแบบนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาซะเลยเพียงแต่ว่าอาจจะสร้างด้วยความยากลำบากซักหน่อยเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วการเลี้ยงปลานิลในวงบ่อซีเมนต์หรือบ่อปูนนั้นมีมาแต่ดั้งเดิมแต่การเลี้ยงด้วยแหนแดงนั้นผู้เขียนก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่ามีการนำมาใช้เลี้ยงปลากันมากน้อยขนาดไหน หรืออาจะมีพืชชนิดอื่นที่ดีกว่าแหนแดงก็เป็นได้ ก็คงต้องพัฒนาแสวงหากันต่อไป หากใครมีอะไรดีๆ ก็แนะนำผู้เขียนบ้าง อิอิอิ จะได้นำมาทดลอง แหนแดงมีโปรตีนและไนโตรเจนสูงเพราะมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ในช่องว่างระหว่างใบบนและล่างของแหนแดงทำให้แหนแดงมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 23.8 และไขมันร้อยละ 6.4 ต่อน้ำหนักแห้งซึ่งใช้ทดแทนอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วก็มีพืชอยู่ไม่กี่ชนิดที่จะมีโปรตีนสูงขนาดนี้และอัตราการเจริญเติบโตเร็วเท่าแหนแดง

Tilapia fish-001*** จากลูกปลาน้อยผ่านไป 19 วันก็โตขึ้นมาพอสมควร ***
Picture 067

*** เพิ่มเติมวันที่ 23/6/2556 การเจริญเติบโตของลูกปลานิล ***

Picture 776

*** ปัญหาที่พบเจอคือลูกปลานิลเจริญเติบโตไม่เท่ากัน บางตัวเล็กบางตัวใหญ่ส่วนตัวที่จับมาวัดนี้คือตัวขนาดกลางในฝูง ***

Picture 774

คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆ ที่มีพื้นที่จำกัดหรือมีเวลาไม่มากจะนำหลักการนี้ไปใช้ประยุกต์หรือต่อยอดให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละท่าน ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นวงบ่อซีเมนต์แต่อาจจะเป็นแท้งค์น้ำเก่าๆ ที่เสียแล้วนำมาตัดครึ่ง หรือการก่อกระสอบทรายขึ้นมาแล้วนำผ้าใบไปปูทับเพื่อเก็บน้ำไวเลี้ยงปลา หรือถังขนาดใหญ่ หรือวัสดุเหลือใช้ต่างๆนาๆ ที่หาได้จากสภาพแวดล้อมของเรานำมาประยุกต์ ส่วนอาหารนั้นก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเฉพาะแหนแดงซึ่งอาจจะเป็นผักบุ้งผักกระเฉดและจำพวกพืชลอยน้ำต่างๆ ที่ปลากินพืชชอบ

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานิล

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 2 ปล่อยปลานิลในบ่อเลี้ยงแหนแดง

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 2 ปล่อยปลานิลในบ่อเลี้ยงแหนแดง



หลังจากเสร็จเรื่องการเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานิลหรือบ่อเลี้ยงปลานิลแล้วก็มาว่ากันต่อด้วยเรื่องของการนำพันธุ์ปลานิลที่ได้มาปล่อยในบ่อที่เตรียมไว้ ผู้เขียนใช้แหนแดงเป็นวัตถุดิบหลักในการเลี้ยงปลานิลน้อยแต่ติดตรงที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเท่าไหร่ เลยทดลองเลี้ยงปลานิลน้อยในบ่อที่เพาะเลี้ยงแหนแดงเตรียมไว้ เพื่อที่ว่าปลานิลน้อยจะได้มีอาหารกินอยู่ตลอดเวลา จะได้ประหยัดเวลาในการดูแลเอาใจใส่และจะว่าไปแล้วมูลปลาในน้ำนั้นก็เป็นธาตุอาหารเลี้ยงแหนแดงด้วยอีกเช่นกัน การเลี้ยงปลานิลน้อยในบ่อเพาะเลี้ยงแหนแดงจึงเป็นการสร้างระบบนิเวศหมุนเวียนเล็กๆ ขึ้นมานั่นเองเพราะต่างก็เกื้อกูลกัน การเลี้ยงปลาด้วยวิธีแบบนี้เห็นจะได้ผลแต่กับปลากินพืชเพราะหากเลี้ยงปลากินเนื้อก็อาจจะไม่ได้ผลเพราะปลาเหล่านั้นคงไม่ชอบแหนแดง

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานิล

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 3 การเจริญเติบโตของปลานิลที่เลี้ยงด้วยแหนแดง

Tilapia fish-001

*** ควรนำถุงปลานิลน้อยที่ได้มาแช่ในน้ำก่อนเพื่อให้มีการปรับอุณภูมิ ***

Tilapia fish-002

*** ควรเปิดปากถุงทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อปรับสภาพ ***

Tilapia fish-003

Tilapia fish-004

*** หลังจากนั้นก็เริ่มการผสมน้ำใหม่กับน้ำเก่าในถุงเพื่อให้เกิดความเคยชิน ไม่หัวใจวายตายซะก่อน หุหุหุ ***

Tilapia fish-005

*** เมื่อปลานิลน้อยชินกับสภาพน้ำใหม่แล้ว ปรับตัวได้แล้วก็จะว่ายออกจากถุงเอง ***

Tilapia fish-006

Tilapia fish-007

Tilapia fish-008

เพื่อนหลายท่านสงสัยครับว่าแหนแดงนั้นใช้เป็นอาหารปลานิลได้ไหม ? ผู้เขียนเลยจำลองการทดลองเลี้ยงปลานิลในวงบ่อซีเมนต์ที่มีแหนแดงอยู่เพื่อนให้เห็นการดำรงชีพของปลานิลน้อย และให้เห็นปฏิกิริยาของปลานิลน้อยว่าชอบแหนแดงขนาดไหน จนเดี๋ยวนี้ผู้เขียนต้องเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงปลาจากวิธีดั้งเดิมมาเป็นแบบที่ท่านๆได้เห็นเพราะได้ผลดีเกินคาด เพราะสามารถจับปลาได้ง่ายและจัดการเรื่องอาหารปลาได้ง่ายขึ้น

Tilapia fish-009

*** ปลานิลน้อยในถุงเหล่านี้ถูกเลี้ยงมาด้วยอาหารตั้งแต่ฟักเป็นตัวจากฟาร์ม แต่สิ่งแรกที่ทำหลังออกจากถุงคือการวิ่งเข้าหาแหนแดง ***

Tilapia fish-010

Tilapia fish-011

Tilapia fish-012

Tilapia fish-013

*** ภาพเหล่านี้คงอธิบายให้เพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดีว่าปลานิลน้อยชอบแหนแดงไหม ***

Tilapia fish-014

ประโยชน์ของการเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์
1. เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอาหารเพราะแหนแดงสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว
2. ประหยัดเวลาในการดูแลรักษาเพราะปลานิลน้อยสามารถหาอาหารกินเองได้ตลอดเวลา
3. จับปลาง่ายเพราะพื้นที่จำกัด
4. ดูแลรักษาบ่อได้ง่าย เช่นการเปลี่ยนถ่ายน้ำหรือการทำความสะอาด

Tilapia fish - Azolla-001

Tilapia fish - Azolla-002

*** ปัญหาหนักใจของผู้เขียนตอนนี้คือแหนแดงจะโตทันการกินของปลานิลน้อยไหม เพราะยิ่งโตปลานิลน้อยก้ต้องการอาหารมากขึ้น ***

Tilapia fish - Azolla-003

*** เฮ้ย!! เบาๆ เดี๋ยวแหนแดงอยุ่ไม่ครบอาทิตย์ -__-!!! ***

ข้อควรพิจารณา
1. พาชนะเลี้ยงหรือวงบ่อซีเมนต์มีราคาแพงซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ส่วนวงบ่อซีเมนต์ขนาด 1.30 เมตร ของผู้เขียนนั้นซื้อมาด้วยราคา 500 บาทต่อใบ หากท่านไหนสามารถก่อบลอคฉาบปูนทำเองได้จะประหยัดกว่านี้
2. การเลี้ยงปลาด้วยวิธีนี้ควรมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีหรือโรงเรือนที่มิดชิดปลอดภัยหากไม่แล้วโจรจะมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ เพราะปลานิลท่านขโมยง่าย อิอิอิ

3. การเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงนั้นอาจจะใช้เวลานานกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปแต่ต้นทุนอาหารปลาต่ำกว่ามาก (โดยเฉพาะผู้เขียนที่เพาะเลี้ยงแหนแดงไว้เป็นอาหารสัตว์ เช่นเป็ด ไก่อยู่แล้วเป็นจำนวนมากจึงไม่มีอุปสรรค จึงทำให้ต้นทุนเรื่องอาหารเกือบจะเป็นศูนย์ อิอิอิ)

3. การดูแลปริมาณจำนวนปลานิลในบ่อซึ่งควรให้สัมพันธ์กับขนาดของบ่อเป็นสิ่งสำคัญ และไม่ควรจะมีจำนวนหนาแน่นเกินไปเพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของปลา ขนาดบริเวณที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลานิลจำนวน 200 ตัวคือ 1 ตารางเมตร ผู้รู้ท่านว่าไว้ (แต่ผู้ขียนไม่รู้นะเลยต้องลองดู อิอิอิ)

ผู้เขียนหวังลึกๆ ว่าแนวคิดนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่มีพื้นที่น้อยแต่อยากทำการเกษตรเพื่อเป็นรายได้เสริมหรือเหตุผลใดก็แล้วแต่ ได้นำไปต่อยอดประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของตนต่อไป และหวังว่าแนวคิดนี้คงจะช่วยกระตุ้นให้เพื่อนๆ ที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะทำอะไรดีได้ลงมือทำกันเสียที (คิดมากจังเพื่อนชั้น -__-!!!) ลงมือทำไปเถอะ เดี๋ยวรู้เอง!

*** ผลการทดลองเรื่องขนาดน้ำหนักและระยะเวลาการเลี้ยงด้วยแหนแดงในวงบ่อนั้น จะนำมารายงานให้เพื่อนๆ ทราบในคราวต่อไป ^_^ ***

9/7/2556 เพิ่มเติม

*** เพื่อนๆ ถามกันมาบ่อยครับว่าอัตราการเจริยเติบโตของปลาที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์เป็นอย่างไรบ้าง? โตไวไหม? บางครั้งก็ไม่รู้จะตอบยังไงก็เลยใช้ภาพอธิบายซึ่งคิดว่าน่าจะอธิบายได้ดีกว่าตัวอักษร เพื่อนๆ อาจจะประยุกต์ด้วยการใช้พืชน้ำอย่างอื่น เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด จอกแหน สาหร่ายน้ำก็ได้ตามแต่ท้องถิ่นนั้นจะเอื้ออำนวยเพราะผู้เขียนไม่อยากให้เสียเงินซื้ออาหารปลา เพียงแต่โดยส่วนตัวที่ผู้เขียนทดลองมากับพืชหลายชนิดก็ปรากฏว่าแหนแดงมีการเจริยเติบโตที่ดีกว่าและการกินอาหารก็ได้ผลกว่า ขออภัยที่ไม่ได้เก็บภาพการทดลองเหล่านั้นมาให้ชม ไว้มีโอกาสจะทดลองอีกครั้งเพื่อเก็บภาพระดับการเจริญเติบโตของปลานิลโดยเลี้ยงโดยพืชน้ำชนิดต่างๆ มาให้ชมกัน***

Picture 776

Picture 866

*** เออ คือ!!!  ไอ่ตัวที่เห็นเล็กๆ นั่นมันสาวกน้องเนยรักษ์โลกใช่ไหม ไม่กินผักเลยรึไงถึงได้ไม่โต -__-!!! ***

Picture 875

*** ไอ่ตัวเล็กนี่อดข้าว (แหนแดง) ประท้วงประท้วงรัฐบาลรึไงว่ะถึงได้ไม่โต  -__-!!! มันดำรงชีพอยู่ได้เยี่ยงไรว่ะ ***

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานิล



ปกติแล้วผู้เขียนเลี้ยงปลานิลในสระน้ำตามปกติ ส่วนเรื่องอาหารก็ตักแหนแดงสดให้เป็นอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น (เหมือนให้อาหารสุนัขยังไงก็ไม่รู้ -__-!!!) โดยที่ไม่รู้ว่าปลาที่เลี้ยงไว้โตมากน้อยขนาดไหน หรือเหลือจำนวนประชากรปลานิลเท่าใดเพราะสระน้ำเป็นสภาพแวดล้อมที่กว้างและควบคุมลำบาก ส่วนเรื่องจับปลานั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะคงต้องสูบน้ำออกทั้งหมดเพื่อจับปลา เอาเป็นว่างานหนักเลยทีเดียว -__-!!!

เลยมีความคิดที่ว่าหากเราย่อขนาดบ่อเลี้ยงปลาให้เล็กลงเพื่อที่จะสามารถควบคุมจัดการได้ง่ายขึ้นและสามารถให้อาหารปลาได้ตลอดเวลาโดยที่เราไม่เสียค่าอาหารปลานิล ไม่ต้องยุ่งยากอะไรกับเรื่องอาหารให้ปลาหาอาหารกินเอง โชคดีที่เรื่องอาหารปลานิลนั้นผู้เขียนมีแหนแดงที่เพาะขยายพันธุ์ไว้มาสนับสนุน ทำให้ไม่ต้องเสียค่าอาหารปลานิลแต่อย่างใด ที่เหลือก็แค่นำมาประยุกต์ให้ปลานิลมีอาหารกินอยู่ตลอดเวลา แนวคิดในอุดมคติแบบนี้จะทำยังไงให้เกิดขึ้นได้หละ?

ผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้าง ครั้นจะก่ออิฐบลอคฉาบปูนทำบ่อซีเมนต์ขึ้นมาก็เกินความสามารถเลยต้องไปซื้อวงบ่อซีเมนต์ขนาด 1.30 เมตรมาใช้แทน หากผู้อ่านท่านใดสามารถทำเองบ่อซีเมนต์เองได้ก็จะเป็นการประหยัดได้อีกโขแถมยังได้ขนาดกว้างอย่างที่ใจต้องการ หรือท่านใดมีวัสดุอื่นเช่นผ้าใบปูรองพื้นสำหรับเลี้ยงปลาต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันการทำบ่อเลี้ยงปลาบนพื้นราบไม่ได้ยากอย่างที่เราคิดอีกแล้ว เพราะนวัตกรรมด้านการประมงก็พัฒนาไปมากทำให้หลายๆ อย่างนั้นง่ายขึ้นเยอะ และพื้นที่ยิ่งกว้างก็ยิ่งดีเพราะผู้รู้ท่านหนึ่งแนะนำผู้เขียนว่าปลานิล 200 ตัวนั้นต้องการพื้นที่ประมาณ 1 ตารางเมตรเป็นอย่างน้อยซึ่งวงบ่อซีเมนต์ขนาด 1.30 เมตรสูง 0.5 เมตรที่ผู้เขียนใช้ทดลองเลี้ยงปลานิลก็น่าจะเพียงพอ

Fish Pool-001

*** วงบ่อซีเมนต์ขนาด 1.30 เมตรซื้อมาสำหรับการทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ 2 บ่อ เก่าและใหม่เพื่อทดสอบการเจริญเติบโตในเงื่อนไขที่ต่างกัน ***

Fish Pool-002

*** เปิดน้ำให้เต็มวงบ่อซีเมนต์แล้วแช่ขุยมะพร้าวเพื่อดูดซับกรดปูนในวงบ่อซีเมนต์ใหม่ ***

หากผู้อ่านลงเอยที่บ่อปูนซีเมนต์หรือวงบ่อซีเมนต์เหมือนผู้เขียนแล้วหละก็อยากจะแนะนำให้จัดการเรื่องกรดปูนในวงบ่อซีเมนต์ที่อาจจะเป็นพิษเป็นกรดมีผลต่อการดำรงชีพของปลานิลเป็นอันดับแรก หรือบางครั้งอาจจะทำให้ลูกปลาตายได้เลยก็มี หากเป็นบ่อเก่าที่เคยใช้งานแล้วก็ไม่มีปัญหาแต่หากเป็นบ่อใหม่ที่พึ่งก่อขึ้นมาหรือซื้อมาแล้วก็เห็นจะต้องแช่น้ำหรือหาวัสดุต่างๆ มาเจือจางกรดปูนนั้นออกก่อน (ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ เคยผสมปูนใช้เองรึเปล่า หากเคยคงจะมีประสบการณ์เรื่องการโดนปูนกัดมือหรือกัดเท้าให้ได้เจ็บแสบกันไปวันสองวัน หุหุหุ นั่นแหละกรดแบบนั้นแหละ -__-!!!) ส่วนตัวผู้เขียนนั้นใช้ขุยมะพร้าวแช่น้ำไว้เพื่อเป็นการลดกรดเพราะขุยมะพร้าวเองก็มีคุณสมบัติในการดูดซับพิษไว้ในตัวได้พอสมควร

Fish Pool-003

*** แช่ขุยมะพร้าวทิ้งไว้ 1 อาทิตย์แล้วจึงปล่อยน้ำเก่าทิ้งแล้วทำความสะอาดให้เรียบร้อย ***

Fish Pool-004

*** เติมน้ำให้เต็มแล้วจึงใส่ปุ๋ยคอกลงในน้ำเล็กน้อยเพื่อเป็นปุ๋ยให้กับแหนแดงที่จะนำมาปล่อยให้เจริญเติบโตเองเพื่อเป็นอาหารปลานิล ***

Fish Pool-005

*** ปล่อยแหนแดงลงในวงบ่อซีเมนต์เพื่อเป็นอาหารปลานิล ผู้เขียนนิยมกั้นพื้นที่ปลอดแหนแดงไว้ส่วนหนึ่งเพื่อกันไว้สำหรับปลานิลน้อยขึ้นมาหายใจ หากแหนแดงเจริญเติบโตหนาแน่นเกินไป ***

Fish Pool-006

*** ผู้เขียนนิยมแช่ถุงปลาในน้ำก่อนเพื่อให้ปลานิลน้อยปรับตัวได้กับอุณภูมิของสภาพแวดล้อมใหม่ ***

Fish Pool-007

*** ส่วนบ่อนี้เป็นบ่อแรกที่ทิ้งไว้ 1 อาทิตย์ให้น้ำใส มูลสัตว์เริ่มตกตะกอนและเป็นธาตุอาหารให้แหนแดงเจริญเติบโตจนหนาแน่นเกือบเต็มพื้นที่ เลยต้องกั้นพื้นที่ไว้บางส่วน***

ตอนต่อไปว่าด้วยเรื่องของการนำปลานิลมาเลี้ยงในบ่อที่เราได้เตรียมไว้ รูปมันเยอะบทความมันยาวไปหน่อยเลยต้องแบ่งเป็น 2 ตอน -__-!!!
ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 2 ปล่อยปลานิลในบ่อเลี้ยงแหนแดง

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 3 การเจริญเติบโตของปลานิลที่เลี้ยงด้วยแหนแดง

ทำไมเรียกว่าแหนแดงทั้งๆ ที่มันเป็นสีเขียว


เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามผู้เขียนว่า “ทำไมแหนแดงถึงเรียกว่าแหนแดงทั้งๆ ที่เห็นแต่สีเขียว?”
เออ นั่นนะสิ -__-!!! คำถามนี้ทำเอาผู้เขียนฉงนไปพักหนึ่งอยู่เหมือนกันว่านั่นนะสินะ “ทำไมเรียกกันว่าแหนแดงหละ?”
ผู้เขียนเลี้ยงขยายพันธุ์แหนแดงไว้จำนวนมากเพราะต้องใช้เป็นอาหารไก่ อาหารเป็ด และอาหารปลาอยู่ตลอดเวลาซึ่งถึงแม้จะโตช้ากว่าเพราะคุณค่าทางอาหารทางโภชนาการจะสู้อาหารผสมสำเร็จรูปที่วางขายตามท้องตลาดไม่ได้แต่ก็ลดต้นทุนไปได้มากโข และหากจะคำนวณหักลบกลบหนี้กันดูก็คงจะมีกำไรมากกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารผสมสำเร็จรูปอยู่มาก เพราะไม่ต้องซื้อแหนแดง ว่ะ ฮ่ะๆ แถมยังแอบขายแหนแดงให้กับเพื่อนๆ อีกต่างหาก หุหุหุ -__-!!!

อ่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ปกติแล้วผู้เขียนก็ตักแหนแดงสดที่เลี้ยงไว้ในบ่อให้ปลา ไก่ เป็ดกินเป็นอาหารด้วยสภาพสีเขียวๆ เพราะคิดว่าแหนแดงโตเต็มที่แล้ว แต่ก็มีอยู่บ่อหนึ่งที่ลืมตักจนแหนแดงมีอายุมากกว่าบ่ออื่นๆ พอสังเกตดีๆ ก็ปรากฏว่าแหนแดงในบ่อที่มีอายุนั้นเริ่มปรากฏสีน้ำตาลแดงๆ ออกมาแซมสีเขียว -__-!! ก็พอจะถึงบางอ้อว่านี่กระมังที่เป็นที่มาของคำว่าแหนแดงซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะมีสีแดงปรากฏออกมา เลี้ยงไว้เป็นอาหารปลามาเป็นปีๆ ก็พึ่งจะรู้ก็วันนี้แหละ

สีแดงหรือสีน้ำตาลบนแหนแดงก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์ซะเลยทีเดียว การเปลี่ยนแปลงของแหนแดงจากเขียวมาเป็นสีแดงที่ว่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตที่เต็มวัยของแหนแดงซึ่งตัวเต็มวัยนั้นสามารถเป็นตัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะขยายพันธุ์ได้เป็น 2 เท่าของแหนแดงที่มีสีเขียวแบบปกติเลยก็ว่าได้ เอะ! นี่สรุปว่าเรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหนแดงไปแล้วเหรอเนี่ยะ! -__-!!!

Picture 607

*** แหนแดงขณะที่ยังเขียวอยู่ ***

Picture 601

*** พอได้อายุก้เริ่มปรากฏสีน้ำตาลหรือสีแดง ***

Picture 603

*** แหนแดงที่โตเต็มวัยขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าแหนแดงที่ยังเป้นสีเขียวอยู่ ***

ตอนนี้ก็กำลังทดลองดูว่าระดับโปรตีนในแหนแดงจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติสำหรับการใช้แหนแดงที่โตเต็มวัยเลี้ยงสัตว์ซึ่งโดยปกติแล้วแหนแดงมีระดับธาตุไนโตรเจน 3.71 %, ฟอสฟอรัส 0.25 % และโปรแตสเซี่ยม 1.25 % ของน้ำหนักตัว ผลการทดลองออกมายังไงก็คงจะรายงานให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่ง ^_^

เพิ่มผลผลิตกล้วยน้ำว้า



หากเพื่อนๆ จะคาดหวังคำตอบแบบมืออาชีพจากผู้อ่านสำหรับคำถามที่ว่า “เพิ่มผลผลิตกล้วยน้ำว้าอย่างไร” ก็เห็นทีว่าจะผิดหวังครับ อิอิอิ ^-^ เพราะผู้เขียนเองก็เป็นเกษตรกรมือใหม่เหมือนกับหลายๆ ท่านนั่นแหละ

เพื่อนๆ มีน้ำใจถามมาไม่ตอบเลยก็เสียน้ำใจแย่ แต่ก็เอาเป็นว่าเล่าประสบการณ์แบ่งปันเท่าที่รู้ก็แล้วกัน หุหุหุ

ผู้เขียนปลูกกล้วยน้ำว้าไว้เยอะพอสมควรแต่ก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษ ก็เป็นเพียงการปลูกกล้วยน้ำว้าธรรมดาๆ และวิธีเพิ่มผลผลิตของผู้เขียนก็เป็นวิธีบ้านๆ ซึ่งท่านไหนจะนำไปใช้บ้างก็ไม่ว่ากัน จริงๆ แล้วก็เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วๆ ไปนะแหละ อิอิอิ

1. หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะตัดต้นแม่ทิ้งทันที ต้นที่ออกผลแล้วผู้เขียนมีความเชื่อส่วนตัวว่าจะแย่งอาหารจากส่วนอื่นเลยตัดทิ้งเสมอๆ (จริงๆ ก็ไม่ได้ตัดทิ้งหรอก เอาไปทำอาหารไก่บ้าง ทำปุ๋ยหมักบ้างตามแต่ความเหมาะสม)

2. ตัดแต่งใบให้สะอาดดูโล่งๆ เพื่อป้องกันโรคและให้แสงส่อง

3. ตัดแต่งกอให้เหลืออยู่แค่ 4 – 5 ต้นต่อกอ หากมีหน่อกล้วยเกินกว่านั้นก็จะตัดทิ้งหรือตัดขาย

4. ราดน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากการหมักหน่อกล้วยทุก 7 – 10 วันเพื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในดิน

5. ปุ๋ยมีใช้บำรุงต้นนั้นเน้นเป็นปุ๋ยหมักที่ได้จากการหมักแหนแดง (หุหุหุ มีเยอะ ได้เปรียบ) กับมูลไก่และแกลบโดยเฉพาะช่วงที่กล้วยตกเครือซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่กล้วยต้องการสารอาหารมากเป็น

Picture 034

พิเศษก็จะใส่ปุ๋ยหมักจำนวน 5 กิโลกรัมต่อกอทุกๆ 7 – 10 วัน จะว่าไปแล้วผู้เขียนก็ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีเลยนะ ก็เลยไม่รู้ว่าจะดีกว่าหรือแย่ลงหากใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วย
*** ผิดถูกประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับเพราะบอกเล่าไปตามประสบการณ์จริงที่ได้ทำมา ^_^ หรือหากท่านใดมีเคล็ดลับจะเสนอแนะก็ยินดีรับไว้ขอรับ***

ใช้แหนแดงลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงในนาข้าว



การปลูกข้าวในปัจจุบันใช้ต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเพราะสภาพดินที่เสื่อมโทรมลงไปมากทำให้ต้องใส่ปุ๋ยเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับระบบนิเวศน์ในนาข้าวถูกทำลายทำให้ความสมดุลต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิมทำให้แมลงศัตรูพืชหลายชนิดออกมารังควานสร้างความเสียหายโดยที่ไม่มีการควบคุมตามระบบห่วงโซ่อาหาร ทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาใช้วิธีธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนโดยการใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยไนโตรเจนให้กับต้นข้าวทั้งยังสามารถป้องกันศัตรูพืชประเภทหอยได้ระดับหนึ่ง

การใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นไม่ยากเลยครับเพราะสภาพแวดล้อมในนาเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแหนแดงอยู่แล้ว คือเป็นสภาพน้ำนิ่ง ระดับน้ำไม่สูงและมีธาตุอาหารจากดินเพื่อการเจริญเติบโต ด้วยวิธีที่ง่ายๆ แต่ได้ผลทำให้เกษตรกรหลายรายใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวเพราะแหนแดงนั้นขึ้นชื่อเรื่องการดึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสะสมไว้ โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไร

Azolla copy

1. ปล่อยน้ำเข้านาให้ระดับความสูงประมาณ 10 – 15ซม. แล้วจึงนำแหนแดงในปริมาณ 3 – 5 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อใช้สำหรับขยายพันธุ์ในคราวแรก (คราวต่อไปไม่จำเป็นต้องใช้มากเพราะแหนแดงจะทิ้งสะเปิร์มไว้ในนา) แหนแดงไม่ถูกโรคกับยาฆ่าแมลงซึ่งอาจจะส่งผลให้แหนแดงตายทั้งหมดจึงควรงดเว้นการใช้ยาฆ่าแมลงช่วงระยะเวลานั้น

2. ไถกลบแหนแดงที่เลี้ยงไว้ 30 – 40 วันก่อนการปลูกข้าวเพื่อให้แหนแดงย่อยสลายและคายธาตุไนโตรเจนออกมาอย่างเต็มที่และให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เข้าสู่ขั้นตอนการปลูกข้ามตามปกติซึ่ง
4. …….เสร็จแระ -__-!!! เพราะระยะหลังปลูกข้าวแหนแดงก็จะเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติจากสะเปิร์มที่ทิ้งไว้ก่อนการไถกลบและวนเวียนเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวตามธรรมชาติ การปลูกข้าวนาดำจะสามารถใช้ประโยชน์จากแหนแดงได้มากกว่านาหว่านเพราะระดับน้ำและช่องว่างระหว่างต้นข้าวเอื้อำนวยให้แหนแดงเจริญเติบโตได้ดี

นอกจากจะเป็นปุ๋ยชั้นดีแล้วแหนแดงยังสามารถป้องกันหอยได้ระดับหนึ่งเพราะการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของแหนแดงทำให้เบนความสนใจของหอยให้กินแหนแดงและลดความเสียหายของต้นข้าว ทั้งแหนแดงยังเจริญเติบโตปกคลุมผืนน้ำในนาข้าวทำให้วัชพืชบางอย่างไม่สามารถเจริญเติบโตได้เพราะขาดแสงที่เพียงพอ ด้วยประโยชน์หลายๆ อย่างของแหนแดงพร้อมด้วยปริมาณธาตุอาหารหลักไนโตรเจน 3.71%, ฟอสฟอรัส 0.25%, โปรแตสเซี่ยม 1.25% ของน้ำหนักตัวแล้วก็นับว่าแหนแดงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจในการลดต้นทุนการผลิต

Picture 265

ประโยชน์ของแหนแดงสำหรับปุ๋ยพืชและอาหารสัตว์



ได้ยินชื่อและคุณประโยชน์ของแหนแดงมานาน จนสุดท้ายต้องหามาขยายพันธุ์และทดลองใช้งานสำหรับทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ และก็เป็นประโยชน์จริงๆ ที่ใช้ได้ในพืชและสัตว์อย่างที่กล่าวกัน

ประโยชน์สำหรับในพืชนั้นแหนแดงจัดได้ว่ามีธาตุไนโตรเจนสูง
ผลการวิเคราะห์ปริมาณธุาตอาหารของแหนแดง (%ต่อกรัมของน้ำหนักแห้ง)
- ไนโตรเจน 3.71 %
- ฟอสฟอรัส 0.25 %
- โปรแตสเซี่ยม 1.25 %
** ขอขอบคุณข้อมูลจากท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นันทกร บุญเกิด

ส่วนการใช้แหนแดงสำหรับเป็นอาหาสัตว์นั้นก็สามารถใช้ได้ทั้ง ปลา เป็ด สุกร (หมู อู๊ๆ) ไก่ และวัว (วัวนี่ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะกินจุเกิน ท่านต้องใช้เป็นกิโลๆ เพื่อให้วัวแค่ตัวเดียว ไม่ไหวๆ เกือบหมดบ่อ (-___-!!!)) เพราะมีโปรตีนสูง เป็ดชอบมากกกกกก

Azolla copy

*** เห็นอย่างนี้เค้ามีหลายบ่อนะตะเอง (-_-!!!) ***

การขยายพันธุ์แหนแดงนั้นทำได้ง่ายๆ แค่ใส่ในภาชนะหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่ในร่มรับแสงแดด 40 – 50% และน้ำนิ่งไม่เคลื่อนไหว หรือถ้าจะเคลื่อนไหวก็คงได้นิดหน่อย แหนแดงอาศัยเป็นกลุ่มแต่พอแตกกลุ่มแล้วจะตายหรือไม่สามารถแตกตัวขยายพันธุ์ได้ (เท่าที่ทดลองดูแหนแดงไม่สามารถอาศัยหรือขยายพันธุ์ได้ในสภาวะน้ำไหลหรือมีลมพัดแรง) และควรมีสารอาหารอยู่บ้างในน้ำบ้างโดยการใส่ปุ๋ยคอกเพราะแหนแดงจะชอบฟอสฟอรัสเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการตรึงไนโตรเจน

สำหรับการใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นผู้เขียนยังไม่ได้ทดลองแต่ก็พอจะหยิบยืมผลงานวิชาการมาจากท่านอื่นๆ ได้บ้าง ดังนี้
การใช้แหนแดงในนาข้าว :
1. เตรียมขยายพันธุ์แหนแดงในพื้นที่ 20 -25 ตาราง เมตร เพื่อใช้สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าว 1 ไร่
2. รักษาระดับน้ำในน่าข้าวให้ลึก 5 – 10 เซนติเมตร
3. ใช้แหนแดงในอัตรา 50 – 100 กิโลกรัม/ไร่ ในวันที่ใส่แหนแดงควรมีการใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ (มูลไก่) ที่ให้ธาตุฟอสฟอรัสอัตรา 3 กิโลกรัม/ไร่
4. ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์อีกครั้งเมื่อแหนแดงมีอายุ 7 – 10 วัน

แหนแดงต้องการธาตุอาหารหลักเหมือนพืชสีเขียวชนิดอื่นๆ ยกเว้นไนโตรเจน รวมทั้งต้องการธาตุอาหารรองในการเจริญเติบโตด้วยในดินนาทั่วไปฟอสฟอรัสมีความจำเป็นต่อแหนแดงมาก ถ้าปริมาณฟอสฟอรัสในดินต่ำเกินไป จะส่งผลให้การเจริญเติบโต และปริมาณการตรึงไนโตรเจนลดลง

ปริมาณไนโตรเจนที่ได้จากแหนแดงแต่ละช่วงอายุ
ลักษณะการใช้ ต่อ ปริมาณไนโตรเจน (กก./ไร่)
1. เลี้ยงก่อนปักดำข้าว 20 วัน แล้วไถกลบ = 9-17
2. เลี้ยงก่อนปักดำข้าว 30 วัน แล้วไถกลบ = 12-25
3. เลี้ยงพร้อมการปักดำข้าวให้เจริญในแปลงข้าว 20 วัน = 7-15
4. เลี้ยงพร้อมการปักดำข้าวให้เจริญในแปลงข้าว 30 วัน = 12-20

ข้อสังเกต :
1. น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงแหนแดง ระดับน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงไม่ควรสูงเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือ 10- 30 เซนติเมตร และแหนแดงจะตายเมื่อในนาขาดน้ำ
2. แหนแดงจะเจริญเติบโตได้ดีน้ำนิ่ง หรือมีกระแสน้ำไหลเป็นเวลาอย่างช้าๆ บริเวณคลื่นลมจัดจะทำให้แหนแดงแตกกระจายออกจากกัน ทำให้การเจริญเติบโต และการตรึงไนโตรเจนลดลงอย่างมาก
3. การตรึงไนโตรเจนของ Anabaena azollae สามารถทำได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไนโตรเจนต่ำ
4. การตรึงไนโตรเจนของ Anabaena azollae จะมีค่าสูงสุดที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และจะหยุดกระบวนการตรึงไนโตรเจนในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส

สำหรับผู้เขียนแล้วนับว่าแหนแดงเป็นพืชในอุดมคติเลยก็ว่าได้ ขยายพันธุ์ง่าย โตเร็ว มีประโยชน์ทั้งเป็นปุ๋ยพืชและเป็นอาหารสัตว์ และตอนนี้ผู้เขียนกำลังหัดขยายพันธุ์แหนแดงในปริมาณที่มากขึ้นสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ที่สวน และก็กำลังทดลองเปรียบเทียบการใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์กับการใช้อาหารสัตว์ทั่วๆ ไปว่าจะมีผลอย่างไรและระยะเวลาเท่าไหร่ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็สู้อาหารสัตว์สำเร็จรูปไม่ได้อยู่แล้วเพราะมีสารอาหารครบครันและฮอโมนท์ต่างๆ แต่เราไม่ต้องเสียค่าอาหารสัตว์เลยแม้แต่น้อย และที่อยากรู้ที่สุดคือต้องใช้ในปริมาณเท่าไหร่และระยะเวลาเท่าใดถึงจะได้ผลผลิตในปริมาณที่เทียบเคียงกันได้) ได้ผลยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังครับ และสำหรับท่านที่อยากได้แหนแดงไปทดลองขยายพันธุ์ก็อดใจรออีกพักหนึ่งครับ คาดว่าคงจะขยายพันธุ์ได้มากพอที่จะแจกจ่ายให้เพื่อนๆ นำไปรับประทาน เอ้ย… นำไปขยายพันธุ์ (-__-!!!)

บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน