Posts Tagged ‘โปรแตสเซี่ยม’


เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามผู้เขียนว่า “ทำไมแหนแดงถึงเรียกว่าแหนแดงทั้งๆ ที่เห็นแต่สีเขียว?”
เออ นั่นนะสิ -__-!!! คำถามนี้ทำเอาผู้เขียนฉงนไปพักหนึ่งอยู่เหมือนกันว่านั่นนะสินะ “ทำไมเรียกกันว่าแหนแดงหละ?”
ผู้เขียนเลี้ยงขยายพันธุ์แหนแดงไว้จำนวนมากเพราะต้องใช้เป็นอาหารไก่ อาหารเป็ด และอาหารปลาอยู่ตลอดเวลาซึ่งถึงแม้จะโตช้ากว่าเพราะคุณค่าทางอาหารทางโภชนาการจะสู้อาหารผสมสำเร็จรูปที่วางขายตามท้องตลาดไม่ได้แต่ก็ลดต้นทุนไปได้มากโข และหากจะคำนวณหักลบกลบหนี้กันดูก็คงจะมีกำไรมากกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารผสมสำเร็จรูปอยู่มาก เพราะไม่ต้องซื้อแหนแดง ว่ะ ฮ่ะๆ แถมยังแอบขายแหนแดงให้กับเพื่อนๆ อีกต่างหาก หุหุหุ -__-!!!

อ่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ปกติแล้วผู้เขียนก็ตักแหนแดงสดที่เลี้ยงไว้ในบ่อให้ปลา ไก่ เป็ดกินเป็นอาหารด้วยสภาพสีเขียวๆ เพราะคิดว่าแหนแดงโตเต็มที่แล้ว แต่ก็มีอยู่บ่อหนึ่งที่ลืมตักจนแหนแดงมีอายุมากกว่าบ่ออื่นๆ พอสังเกตดีๆ ก็ปรากฏว่าแหนแดงในบ่อที่มีอายุนั้นเริ่มปรากฏสีน้ำตาลแดงๆ ออกมาแซมสีเขียว -__-!! ก็พอจะถึงบางอ้อว่านี่กระมังที่เป็นที่มาของคำว่าแหนแดงซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะมีสีแดงปรากฏออกมา เลี้ยงไว้เป็นอาหารปลามาเป็นปีๆ ก็พึ่งจะรู้ก็วันนี้แหละ

สีแดงหรือสีน้ำตาลบนแหนแดงก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์ซะเลยทีเดียว การเปลี่ยนแปลงของแหนแดงจากเขียวมาเป็นสีแดงที่ว่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตที่เต็มวัยของแหนแดงซึ่งตัวเต็มวัยนั้นสามารถเป็นตัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะขยายพันธุ์ได้เป็น 2 เท่าของแหนแดงที่มีสีเขียวแบบปกติเลยก็ว่าได้ เอะ! นี่สรุปว่าเรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหนแดงไปแล้วเหรอเนี่ยะ! -__-!!!

Picture 607

*** แหนแดงขณะที่ยังเขียวอยู่ ***

Picture 601

*** พอได้อายุก้เริ่มปรากฏสีน้ำตาลหรือสีแดง ***

Picture 603

*** แหนแดงที่โตเต็มวัยขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าแหนแดงที่ยังเป้นสีเขียวอยู่ ***

ตอนนี้ก็กำลังทดลองดูว่าระดับโปรตีนในแหนแดงจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติสำหรับการใช้แหนแดงที่โตเต็มวัยเลี้ยงสัตว์ซึ่งโดยปกติแล้วแหนแดงมีระดับธาตุไนโตรเจน 3.71 %, ฟอสฟอรัส 0.25 % และโปรแตสเซี่ยม 1.25 % ของน้ำหนักตัว ผลการทดลองออกมายังไงก็คงจะรายงานให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่ง ^_^



การปลูกข้าวในปัจจุบันใช้ต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเพราะสภาพดินที่เสื่อมโทรมลงไปมากทำให้ต้องใส่ปุ๋ยเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับระบบนิเวศน์ในนาข้าวถูกทำลายทำให้ความสมดุลต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิมทำให้แมลงศัตรูพืชหลายชนิดออกมารังควานสร้างความเสียหายโดยที่ไม่มีการควบคุมตามระบบห่วงโซ่อาหาร ทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาใช้วิธีธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนโดยการใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยไนโตรเจนให้กับต้นข้าวทั้งยังสามารถป้องกันศัตรูพืชประเภทหอยได้ระดับหนึ่ง

การใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นไม่ยากเลยครับเพราะสภาพแวดล้อมในนาเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแหนแดงอยู่แล้ว คือเป็นสภาพน้ำนิ่ง ระดับน้ำไม่สูงและมีธาตุอาหารจากดินเพื่อการเจริญเติบโต ด้วยวิธีที่ง่ายๆ แต่ได้ผลทำให้เกษตรกรหลายรายใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวเพราะแหนแดงนั้นขึ้นชื่อเรื่องการดึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสะสมไว้ โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไร

Azolla copy

1. ปล่อยน้ำเข้านาให้ระดับความสูงประมาณ 10 – 15ซม. แล้วจึงนำแหนแดงในปริมาณ 3 – 5 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อใช้สำหรับขยายพันธุ์ในคราวแรก (คราวต่อไปไม่จำเป็นต้องใช้มากเพราะแหนแดงจะทิ้งสะเปิร์มไว้ในนา) แหนแดงไม่ถูกโรคกับยาฆ่าแมลงซึ่งอาจจะส่งผลให้แหนแดงตายทั้งหมดจึงควรงดเว้นการใช้ยาฆ่าแมลงช่วงระยะเวลานั้น

2. ไถกลบแหนแดงที่เลี้ยงไว้ 30 – 40 วันก่อนการปลูกข้าวเพื่อให้แหนแดงย่อยสลายและคายธาตุไนโตรเจนออกมาอย่างเต็มที่และให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เข้าสู่ขั้นตอนการปลูกข้ามตามปกติซึ่ง
4. …….เสร็จแระ -__-!!! เพราะระยะหลังปลูกข้าวแหนแดงก็จะเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติจากสะเปิร์มที่ทิ้งไว้ก่อนการไถกลบและวนเวียนเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวตามธรรมชาติ การปลูกข้าวนาดำจะสามารถใช้ประโยชน์จากแหนแดงได้มากกว่านาหว่านเพราะระดับน้ำและช่องว่างระหว่างต้นข้าวเอื้อำนวยให้แหนแดงเจริญเติบโตได้ดี

นอกจากจะเป็นปุ๋ยชั้นดีแล้วแหนแดงยังสามารถป้องกันหอยได้ระดับหนึ่งเพราะการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของแหนแดงทำให้เบนความสนใจของหอยให้กินแหนแดงและลดความเสียหายของต้นข้าว ทั้งแหนแดงยังเจริญเติบโตปกคลุมผืนน้ำในนาข้าวทำให้วัชพืชบางอย่างไม่สามารถเจริญเติบโตได้เพราะขาดแสงที่เพียงพอ ด้วยประโยชน์หลายๆ อย่างของแหนแดงพร้อมด้วยปริมาณธาตุอาหารหลักไนโตรเจน 3.71%, ฟอสฟอรัส 0.25%, โปรแตสเซี่ยม 1.25% ของน้ำหนักตัวแล้วก็นับว่าแหนแดงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจในการลดต้นทุนการผลิต

Picture 265



ได้ยินชื่อและคุณประโยชน์ของแหนแดงมานาน จนสุดท้ายต้องหามาขยายพันธุ์และทดลองใช้งานสำหรับทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ และก็เป็นประโยชน์จริงๆ ที่ใช้ได้ในพืชและสัตว์อย่างที่กล่าวกัน

ประโยชน์สำหรับในพืชนั้นแหนแดงจัดได้ว่ามีธาตุไนโตรเจนสูง
ผลการวิเคราะห์ปริมาณธุาตอาหารของแหนแดง (%ต่อกรัมของน้ำหนักแห้ง)
– ไนโตรเจน 3.71 %
– ฟอสฟอรัส 0.25 %
– โปรแตสเซี่ยม 1.25 %
** ขอขอบคุณข้อมูลจากท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นันทกร บุญเกิด

ส่วนการใช้แหนแดงสำหรับเป็นอาหาสัตว์นั้นก็สามารถใช้ได้ทั้ง ปลา เป็ด สุกร (หมู อู๊ๆ) ไก่ และวัว (วัวนี่ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะกินจุเกิน ท่านต้องใช้เป็นกิโลๆ เพื่อให้วัวแค่ตัวเดียว ไม่ไหวๆ เกือบหมดบ่อ (-___-!!!)) เพราะมีโปรตีนสูง เป็ดชอบมากกกกกก

Azolla copy

*** เห็นอย่างนี้เค้ามีหลายบ่อนะตะเอง (-_-!!!) ***

การขยายพันธุ์แหนแดงนั้นทำได้ง่ายๆ แค่ใส่ในภาชนะหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่ในร่มรับแสงแดด 40 – 50% และน้ำนิ่งไม่เคลื่อนไหว หรือถ้าจะเคลื่อนไหวก็คงได้นิดหน่อย แหนแดงอาศัยเป็นกลุ่มแต่พอแตกกลุ่มแล้วจะตายหรือไม่สามารถแตกตัวขยายพันธุ์ได้ (เท่าที่ทดลองดูแหนแดงไม่สามารถอาศัยหรือขยายพันธุ์ได้ในสภาวะน้ำไหลหรือมีลมพัดแรง) และควรมีสารอาหารอยู่บ้างในน้ำบ้างโดยการใส่ปุ๋ยคอกเพราะแหนแดงจะชอบฟอสฟอรัสเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการตรึงไนโตรเจน

สำหรับการใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นผู้เขียนยังไม่ได้ทดลองแต่ก็พอจะหยิบยืมผลงานวิชาการมาจากท่านอื่นๆ ได้บ้าง ดังนี้
การใช้แหนแดงในนาข้าว :
1. เตรียมขยายพันธุ์แหนแดงในพื้นที่ 20 -25 ตาราง เมตร เพื่อใช้สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าว 1 ไร่
2. รักษาระดับน้ำในน่าข้าวให้ลึก 5 – 10 เซนติเมตร
3. ใช้แหนแดงในอัตรา 50 – 100 กิโลกรัม/ไร่ ในวันที่ใส่แหนแดงควรมีการใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ (มูลไก่) ที่ให้ธาตุฟอสฟอรัสอัตรา 3 กิโลกรัม/ไร่
4. ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์อีกครั้งเมื่อแหนแดงมีอายุ 7 – 10 วัน

แหนแดงต้องการธาตุอาหารหลักเหมือนพืชสีเขียวชนิดอื่นๆ ยกเว้นไนโตรเจน รวมทั้งต้องการธาตุอาหารรองในการเจริญเติบโตด้วยในดินนาทั่วไปฟอสฟอรัสมีความจำเป็นต่อแหนแดงมาก ถ้าปริมาณฟอสฟอรัสในดินต่ำเกินไป จะส่งผลให้การเจริญเติบโต และปริมาณการตรึงไนโตรเจนลดลง

ปริมาณไนโตรเจนที่ได้จากแหนแดงแต่ละช่วงอายุ
ลักษณะการใช้ ต่อ ปริมาณไนโตรเจน (กก./ไร่)
1. เลี้ยงก่อนปักดำข้าว 20 วัน แล้วไถกลบ = 9-17
2. เลี้ยงก่อนปักดำข้าว 30 วัน แล้วไถกลบ = 12-25
3. เลี้ยงพร้อมการปักดำข้าวให้เจริญในแปลงข้าว 20 วัน = 7-15
4. เลี้ยงพร้อมการปักดำข้าวให้เจริญในแปลงข้าว 30 วัน = 12-20

ข้อสังเกต :
1. น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงแหนแดง ระดับน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงไม่ควรสูงเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือ 10- 30 เซนติเมตร และแหนแดงจะตายเมื่อในนาขาดน้ำ
2. แหนแดงจะเจริญเติบโตได้ดีน้ำนิ่ง หรือมีกระแสน้ำไหลเป็นเวลาอย่างช้าๆ บริเวณคลื่นลมจัดจะทำให้แหนแดงแตกกระจายออกจากกัน ทำให้การเจริญเติบโต และการตรึงไนโตรเจนลดลงอย่างมาก
3. การตรึงไนโตรเจนของ Anabaena azollae สามารถทำได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไนโตรเจนต่ำ
4. การตรึงไนโตรเจนของ Anabaena azollae จะมีค่าสูงสุดที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และจะหยุดกระบวนการตรึงไนโตรเจนในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส

สำหรับผู้เขียนแล้วนับว่าแหนแดงเป็นพืชในอุดมคติเลยก็ว่าได้ ขยายพันธุ์ง่าย โตเร็ว มีประโยชน์ทั้งเป็นปุ๋ยพืชและเป็นอาหารสัตว์ และตอนนี้ผู้เขียนกำลังหัดขยายพันธุ์แหนแดงในปริมาณที่มากขึ้นสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ที่สวน และก็กำลังทดลองเปรียบเทียบการใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์กับการใช้อาหารสัตว์ทั่วๆ ไปว่าจะมีผลอย่างไรและระยะเวลาเท่าไหร่ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็สู้อาหารสัตว์สำเร็จรูปไม่ได้อยู่แล้วเพราะมีสารอาหารครบครันและฮอโมนท์ต่างๆ แต่เราไม่ต้องเสียค่าอาหารสัตว์เลยแม้แต่น้อย และที่อยากรู้ที่สุดคือต้องใช้ในปริมาณเท่าไหร่และระยะเวลาเท่าใดถึงจะได้ผลผลิตในปริมาณที่เทียบเคียงกันได้) ได้ผลยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังครับ และสำหรับท่านที่อยากได้แหนแดงไปทดลองขยายพันธุ์ก็อดใจรออีกพักหนึ่งครับ คาดว่าคงจะขยายพันธุ์ได้มากพอที่จะแจกจ่ายให้เพื่อนๆ นำไปรับประทาน เอ้ย… นำไปขยายพันธุ์ (-__-!!!)

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน