Posts Tagged ‘ไนโตรเจน’


กล่าวขออภัยเพื่อนๆ และพี่ๆ หลายท่านที่ต้องการแหนแดงไว้ใช้สำหรับใส่ในนาข้าวและเป็นอาหารสัตว์แต่ผู้เขียนกลับไม่สามารถจัดส่งให้ได้เพราะอุปสรรคจากฝนฟ้าอากาศ (ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงสุดท้ายก็ได้แต่โทษฟ้าโทษฝน อิอิอิ) ทำให้เก็บแหนแดงได้ปริมาณที่น้อยกว่าเดิมแถมปริมาณส่วนใหญ่ยังถูกส่งไปเป็นอาหารเป็ด ไก่และปลาที่สวนอีก จริงๆ แล้วฝนไม่ได้มีผลกับแหนแดงหรืออาจจะเป็นผลดีด้วยซ้ำไปเพราะในน้ำฝนมีไนโตรเจนแต่ฝนเป็นปัญหากับวิธีเพราะเลี้ยงของผู้เขียนที่เพราะเลี้ยงแหนแดงไว้ในบ่อซีเมนต์กลางแจ้งแล้วฝนตกใส่อย่างหนักจนน้ำล้นจากบ่อ แหนเลยล้นออกไปด้วย จะเก็บไว้ในร่มก็ไม่โตอีก -___-!!!

 

จนสุดท้ายต้องปิดการขายชั่วคราวเพื่อปรับปรุงกันขนานใหญ่ ทั้งการขยายบ่อเพาะเลี้ยงและการล้างบ่อเพื่อเพาะแหนแดงใหม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาซักพักแต่คงไม่นานเกินกว่าวันที่ 25/6/2556 หรือหากปรับปรุงเสร็จเร็วกว่านั้นก็จะขอแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

Picture 738

*** บางบ่อก็ไหลออกจนไม่เหลือแหนแดงให้เห็นเลย -__-!!! ***Picture 734

 

ส่วนแหนแดงที่ค้างส่งจะขอส่งให้เรียบร้อยในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นี้

เออ!  คือ คือ…. คือว่า แฮะๆ…… จริงๆ แล้วผู้เขียนมีเรื่องจะสารภาพผิดนิดหน่อยกับแหนแดงชุดที่ค้างส่งซึ่งปกติแล้วผู้เขียนเก็บแหนแดงได้อาทิตย์ละประมาณ 80 กิโลกรัมในช่วงปกติและใช้สำหรับเป็นอาหารเป็ดและอาหารไก่ประมาณ 60 กิโลกรัมต่ออาทิตย์จึงเหลืออยู่ประมาณ 20 กิโลกรัมเพื่อส่งให้กับเพื่อนๆ ชาวเกษตร แต่เพราะช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนแอบขโมยแหนแดงจำนวนนั้นส่งให้กับศูนย์การเรียนรู้เกษตรต่างจังหวัดและนักศึกษาที่นำแหนแดงไปทำการวิจัยและทดลองต่างๆ ทั้งๆที่ไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียวแต่ผู้เขียนได้จัดความสำคัญกลุ่มเกษตรและวิจัยกลุ่มนี้มาเป็นอันดับแรกด้วยเหตุผลของการพัฒนาองค์ความรู้และการวิจัยซึ่งไม่แน่ว่าเราอาจจะได้รับอะไรดีๆ กลับมาสู่วงการเกษตรบ้านเราก็เป็นได้ ประกอบกับฝนฟ้าอากาศที่เทลงมาใส่บ่อซีเมนต์แบบไม่บันยะบันยังจนทำให้น้ำล้นแหนแดงไหลออกไปกองแห้งกับพื้นดิน ปริมาณที่เคยเก็บได้จึงน้อยลง (แต่เป็ดกับไก่กินเท่าเดิม -__-!!!) เลยเป็นสาเหตุทำให้แหนแดงขาดส่งและหลายๆ ท่านโดนโรคเลื่อนจากผู้เขียน อิอิอิ บางท่านเลื่อนมาเกือบเดือนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขออภัยจริงๆ

 

หากจะด่าหรือตำหนิผู้เขียนก็ยินดีรับฟังโดยดีแต่คงต้องรอนานหน่อยเพราะคนรอด่ากันเยอะมาก ฮ่ะๆ ต้องเข้าแถวรอด่าผู้เขียนกันเลยทีเดียว แถวยาวด้วยนะเออ หุหุหุ -__-!!! คนอะไรจะด่ายังต้องให้เข้าแถวรอ อื้มมม -__-!!!



หลังจากที่ผู้เขียนลงบทความการทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ก็ได้มีคำถามเข้ามามากพอสมควรจากเพื่อนๆ ชาวเกษตรที่ติดตามอ่าน ขอขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับน้ำใจที่เข้ามาติดตามอ่านบทความ (ไม่ค่อยจะได้เรื่อง มั่วบ้าง ไร้สาระบ้าง) และมิตรไมตรีที่เข้ามาพูดคุยกันตลอดทาง

เพื่อนๆ ถามผู้เขียนถึงระดับการเจริญเติบโตของปลานิลที่ผู้เขียนทดลองเลี้ยงไว้ ถ้าจำไม่ผิดจะปล่อยลงบ่อเมื่อวันที่ 8/5/56 ซึ่งก็ผ่านมาได้ประมาณ 19 วัน (วันที่ลงบทความนี้เป็นวันที่ 27/5/56) ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เห็นภาพสุดท้ายเลยต้องจับขึ้นมาวัดขนาดให้เพื่อนๆ ดู เพราะคิดว่ารูปภาพคงจะอธิบายได้ดีกว่าคำพูดมากนัก

สำหรับชาวเกษตรอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นคงจะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่เห็นการเจริญเติบโตของสัตว์หรือพืชที่เราปลูกเราเลี้ยงไว้โดยไม่ต้องดูแลอะไรมากมายให้วุ่นวายใจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร ให้ดูแลตัวเองว่างั้นเถอะ อิอิอิ -__-!!! และพอโตได้ขนาดหรืออายุก็จัดการจัดเก็บผลผลิตออกมาขายซะเลย การเกษตรในอุดมคติแบบนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาซะเลยเพียงแต่ว่าอาจจะสร้างด้วยความยากลำบากซักหน่อยเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วการเลี้ยงปลานิลในวงบ่อซีเมนต์หรือบ่อปูนนั้นมีมาแต่ดั้งเดิมแต่การเลี้ยงด้วยแหนแดงนั้นผู้เขียนก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่ามีการนำมาใช้เลี้ยงปลากันมากน้อยขนาดไหน หรืออาจะมีพืชชนิดอื่นที่ดีกว่าแหนแดงก็เป็นได้ ก็คงต้องพัฒนาแสวงหากันต่อไป หากใครมีอะไรดีๆ ก็แนะนำผู้เขียนบ้าง อิอิอิ จะได้นำมาทดลอง แหนแดงมีโปรตีนและไนโตรเจนสูงเพราะมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ในช่องว่างระหว่างใบบนและล่างของแหนแดงทำให้แหนแดงมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 23.8 และไขมันร้อยละ 6.4 ต่อน้ำหนักแห้งซึ่งใช้ทดแทนอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วก็มีพืชอยู่ไม่กี่ชนิดที่จะมีโปรตีนสูงขนาดนี้และอัตราการเจริญเติบโตเร็วเท่าแหนแดง

Tilapia fish-001*** จากลูกปลาน้อยผ่านไป 19 วันก็โตขึ้นมาพอสมควร ***
Picture 067

*** เพิ่มเติมวันที่ 23/6/2556 การเจริญเติบโตของลูกปลานิล ***

Picture 776

*** ปัญหาที่พบเจอคือลูกปลานิลเจริญเติบโตไม่เท่ากัน บางตัวเล็กบางตัวใหญ่ส่วนตัวที่จับมาวัดนี้คือตัวขนาดกลางในฝูง ***

Picture 774

คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆ ที่มีพื้นที่จำกัดหรือมีเวลาไม่มากจะนำหลักการนี้ไปใช้ประยุกต์หรือต่อยอดให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละท่าน ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นวงบ่อซีเมนต์แต่อาจจะเป็นแท้งค์น้ำเก่าๆ ที่เสียแล้วนำมาตัดครึ่ง หรือการก่อกระสอบทรายขึ้นมาแล้วนำผ้าใบไปปูทับเพื่อเก็บน้ำไวเลี้ยงปลา หรือถังขนาดใหญ่ หรือวัสดุเหลือใช้ต่างๆนาๆ ที่หาได้จากสภาพแวดล้อมของเรานำมาประยุกต์ ส่วนอาหารนั้นก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเฉพาะแหนแดงซึ่งอาจจะเป็นผักบุ้งผักกระเฉดและจำพวกพืชลอยน้ำต่างๆ ที่ปลากินพืชชอบ

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานิล

ทดลองเลี้ยงปลานิลด้วยแหนแดงในวงบ่อซีเมนต์ ตอนที่ 2 ปล่อยปลานิลในบ่อเลี้ยงแหนแดง


เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งถามผู้เขียนว่า “ทำไมแหนแดงถึงเรียกว่าแหนแดงทั้งๆ ที่เห็นแต่สีเขียว?”
เออ นั่นนะสิ -__-!!! คำถามนี้ทำเอาผู้เขียนฉงนไปพักหนึ่งอยู่เหมือนกันว่านั่นนะสินะ “ทำไมเรียกกันว่าแหนแดงหละ?”
ผู้เขียนเลี้ยงขยายพันธุ์แหนแดงไว้จำนวนมากเพราะต้องใช้เป็นอาหารไก่ อาหารเป็ด และอาหารปลาอยู่ตลอดเวลาซึ่งถึงแม้จะโตช้ากว่าเพราะคุณค่าทางอาหารทางโภชนาการจะสู้อาหารผสมสำเร็จรูปที่วางขายตามท้องตลาดไม่ได้แต่ก็ลดต้นทุนไปได้มากโข และหากจะคำนวณหักลบกลบหนี้กันดูก็คงจะมีกำไรมากกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารผสมสำเร็จรูปอยู่มาก เพราะไม่ต้องซื้อแหนแดง ว่ะ ฮ่ะๆ แถมยังแอบขายแหนแดงให้กับเพื่อนๆ อีกต่างหาก หุหุหุ -__-!!!

อ่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ปกติแล้วผู้เขียนก็ตักแหนแดงสดที่เลี้ยงไว้ในบ่อให้ปลา ไก่ เป็ดกินเป็นอาหารด้วยสภาพสีเขียวๆ เพราะคิดว่าแหนแดงโตเต็มที่แล้ว แต่ก็มีอยู่บ่อหนึ่งที่ลืมตักจนแหนแดงมีอายุมากกว่าบ่ออื่นๆ พอสังเกตดีๆ ก็ปรากฏว่าแหนแดงในบ่อที่มีอายุนั้นเริ่มปรากฏสีน้ำตาลแดงๆ ออกมาแซมสีเขียว -__-!! ก็พอจะถึงบางอ้อว่านี่กระมังที่เป็นที่มาของคำว่าแหนแดงซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะมีสีแดงปรากฏออกมา เลี้ยงไว้เป็นอาหารปลามาเป็นปีๆ ก็พึ่งจะรู้ก็วันนี้แหละ

สีแดงหรือสีน้ำตาลบนแหนแดงก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์ซะเลยทีเดียว การเปลี่ยนแปลงของแหนแดงจากเขียวมาเป็นสีแดงที่ว่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตที่เต็มวัยของแหนแดงซึ่งตัวเต็มวัยนั้นสามารถเป็นตัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะขยายพันธุ์ได้เป็น 2 เท่าของแหนแดงที่มีสีเขียวแบบปกติเลยก็ว่าได้ เอะ! นี่สรุปว่าเรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหนแดงไปแล้วเหรอเนี่ยะ! -__-!!!

Picture 607

*** แหนแดงขณะที่ยังเขียวอยู่ ***

Picture 601

*** พอได้อายุก้เริ่มปรากฏสีน้ำตาลหรือสีแดง ***

Picture 603

*** แหนแดงที่โตเต็มวัยขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าแหนแดงที่ยังเป้นสีเขียวอยู่ ***

ตอนนี้ก็กำลังทดลองดูว่าระดับโปรตีนในแหนแดงจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติสำหรับการใช้แหนแดงที่โตเต็มวัยเลี้ยงสัตว์ซึ่งโดยปกติแล้วแหนแดงมีระดับธาตุไนโตรเจน 3.71 %, ฟอสฟอรัส 0.25 % และโปรแตสเซี่ยม 1.25 % ของน้ำหนักตัว ผลการทดลองออกมายังไงก็คงจะรายงานให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่ง ^_^



การใช้พืชตระกูลถั่วเป็นปุ๋ยพืชสดนั้นนับว่าเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะรากพืชตระกูลถั่วนั้นมีปมรากที่เป็นแหล่งอาศัยของแบคทีเรีย Rhizobium spp. ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนมาเก็บไว้ในพืชและดินบริเวณรอบๆ รัศมีรากได้ทำให้ดินสามารถฟื้นคุณภาพและปรับโครงสร้างขึ้นมาใหม่ได้ส่งผลให้คุณภาพของดินกลับคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างหนักมาเป็นระยะเวลานานทำให้ดินเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

1. การเลือกพื้นที่ ควรเลือกดินที่มีความอุดมสมบูรณ์และควรปลูกพืชตระกูลถั่วสำหรับขยายพันธุ์หลังจากไถเตรียมดินแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ในชณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่ โดยต้องคำนวณให้ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วงต้นฤดูแล้ง

2. อัตราเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดที่ใช้ เมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้ปลูกควรมีความงอกตั้งแต่ 80% ขึ้นไป เมล็ดโสนอัฟริกันจะต้องแช่น้ำ 1 คืนก่อนนำไปปลูก โดยนิยมปลูกเป็นแถวหรือหยอดเป็นหลุม เพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยว
ชนิดพืช ระยะห่างระหว่างต้น (ซม.) ระยะห่างระหว่างแถว (ซม.) จำนวนที่ใช้ต่อไร่
ปอเทือง – 50, 100, 3
โสนอัฟริกัน – 50, 100, 3
ถั่วพร้า – 50, 75, 5 – 6
ถั่วพุ่ม – 30, 50, 4 – 5
ถั่วมะแฮะ – 50, 100, 4 – 5

3. การดูแลรักษา
ควรพรวนดินกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟสอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ในขั้นตอนเตรียมดิน และหากต้องการเร่งผลผลิตก็สามารถใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชปุ๋ยสดอายุได้ 30 วัน และควรฉีดพ่อนยาปราบศัตรูพืช เมื่อมีการระบาดของหนอนและแมลงกัดกินใบยอดอ่อนโดยใช้อะโซดรินหรือแลนเนทฉีดพ่นทุกๆ 2 สัปดาห์ ในกรณีที่เกิดการระบาดของโรคให้หลีกเลี่ยงการปลูกซ้ำที่เดิมติดต่อกัน

001

*** ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนต ***

4. การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ พืชปุ๋ยสดจะมีอายุการเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน ดังนี้คือ
ชนิดพืช อายุการเก็บเกี่ยว (วัน) ผลผลิต (กก. ต่อไร่) วิธีการเก็บเกี่ยว
ปอเทือง 120 – 150 วัน 80 – 150 กิโลกรัม เก็บทั้งกิ่งและต้น
โสนอัฟริกัน 120 – 150 วัน 120 – 150 กิโลกรัม เลือกเก็บเฉพาะฝักแก่
ถั่วพร้า 120 – 150 วัน 200 – 250 กิโลกรัม เลือกเก็บเฉพาะฝักแก่
ถั่วพุ่ม 65 – 90 วัน 80 – 120 กิโลกรัม เลือกเก็บเฉพาะฝักแก่
ถั่วมะแฮะ 180 – 270 วัน 300 – 400 กิโลกรัม เลือกเก็บเฉพาะฝักแก่

5. การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด
ก่อนเก็บเมล็ดพันธุ์ควรคลุกเมล็ดพันธุ์กับยาเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ไทแลมและแคปแตนในอัตร 2 กิโลกรัมต่อเมล็ด 1,000 กิโลกรัม เสร็จแล้วบรรจุเมล็ดในกระสอบแล้วนำไปวางบนพื้นไม้ยกสูงจากพื้นประมาณ 15 ซม. ในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ที่มีการระบายอากาศดี

*** ขอขอบคุณศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินจ้าของบทความและความรู้ เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาเผยแพร่ให้ได้รับความรู้ทั่วกัน หากไม่เหมาะสมประการใดสามารถแจ้งลบได้ครับและขอรับรองว่าบทความนี้ไม่ได้ถูกใช้ในเชิงการค้าแต่อย่างใด ***


การใช้ปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน
ปุ๋ยพืชสด
พืชที่เหมาะสำหรับทำปุ๋ยพืชสดอันดับต้นๆ ที่นิยมกันเห็นจะไม่พ้นพืชตระกูลถั่ว เพราะพืชตระกูลถั่วสลายตัวเร็ว มีใบ ลำต้น รากเยอะและความพิเศากว่านั้นคือพืชตระกูลถั่วมีปมที่รากซึ่งสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศให้มาอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้ ทำให้เกิดปฏิกิริยาและการเพิ่มปริมาณธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชให้กับดินได้ดี พืชตระกูลถั่วที่นิยมปลูกเพื่อเป็นปุ๋ยสดได้แก่ ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ปอเทือง โสนอัฟริกัน และถั่วมะแฮะ

การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดให้คุ้มค่าที่สุดและได้ประโยชน์สูงสุดนั้นควรปลูกเพื่อทำการไถกลบในช่วงระยะเวลาออกดอกเพราะพืชจะเก็บสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ไว้มากที่สุด หลังจากนั้นควรทิ้งไว้ให้เกิดกระบวนการย่อยสลายในดินตามธรรมชาติเป็นเวลา 7 – 8 วัน แล้วจึงทำการปลูกพืชที่ต้องการได้

ลักษณะเด่นของปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่ว
พืชปุ๋ยสดตระกูลถั่วนั่นมีปมที่รากและมีแบคทีเรีย Rhizobium spp. อาศัยอยู่ ซึ่งแบคทีเรียตระกูลนี้สามารถดึงไนโตรเจนจากอากาศและสะสมในลำต้นทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณไนโตรเจนให้กับดินในบริเวณรอบๆ ที่มีรากอีกด้วย
ชนิดพืช ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซี่ยม
ถั่วพร้า 2.72 0.54 3.14
ถั่วพุ่ม 2.68 0.39 2.46
ปอเทือง 2.76 0.22 2.40
โสนแอฟริกัน2.87 0.22 2.40
ถั่วมะแฮะ 1.92 0.05 0.90
IMG_1915
วิธีการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด
วิธีการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดนั้นนิยมทำกันอยู่ 3 วิธีคือ
1. แบบโรยเมล็ดเป็นแถว
2. แบบหยอดเป็นหลุม
3. แบบหว่านเมล็ด ควรไถดะก่อนหว่านเมล็ดแล้วคราดกลบเมล็ด

IMG_1919

อัตราเมล็ดที่ใช้มีดังนี้
ปอเทือง 5 กิโลกรัมต่อไร่
โสนอัฟริกัน 5 กิโลกรัมต่อไร่
ถั่วพุ่ม 8 กิโลกรัมต่อไร่
ถั่วมะแฮะ 8 กิโลกรัมต่อไร่
ถั่วพร้า 10 กิโลกรัมต่อไร่
ควรปลูกก่อนพืชหลักประมาณ 2 เดือนถึง 2 เดือนครึ่ง และควรไถกลบหรือสับกลบระยะออกดอกเพราะเป็นระยะที่พืชสะสมอาหารและแร่ธาติไว้มากที่สุดจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์ของปุ๋ยพืชสด
1. ยกระดับความสมบูรณ์ของดิน
2. เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและปริมาณไนโตรเจนรวมทั้งธาตุอาหารอื่นๆที่จำเป็นสำหรับพืชให้แก่ดิน
3. รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินและช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
4. ลดการสูยเสียหน้าดินอันเกิดจากการชะล้าง
5. ทำใหเดินร่วนซุย ทำให้สะดวกในการเตรียมดินและไถพรวนเพื่อปลูกพืชหลัก
6. ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืชในทางอ้อมได้
7. ช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมีด้วย
8. เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชหลักให้สูงขึ้น
*** ขอขอบคุณศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินจ้าของบทความและความรู้ เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาเผยแพร่ให้ได้รับความรู้ทั่วกัน หากไม่เหมาะสมประการใดสามารถแจ้งลบได้ครับและขอรับรองว่าบทความนี้ไม่ได้ถูกใช้ในเชิงการค้าแต่อย่างใด ***

อยู่ๆ ก็มีฝนตกลงมาที่สวนจนต้องโทรไปบอกให้คนงานปิดระบบน้ำอัติโนมัติที่ตั้งเวลาไว้เพราะไม่อย่างนั้นก็คงจะแฉะเกินพอดี เดี๋ยวนี้อากาศแปรปรวนจริงๆ ชนิดคาดคะเนลำบากไม่แน่ใจว่าหน่อยงานที่รับผิดชอบจะมีความเห็นว่าอย่างไรแล้วที่แจ้งเตือนเรื่องภัยแล้งจะยังยืนยันอยู่ไหม เชื่อเถอะว่าพวกเขาตอบไม่ได้ หากตกลงมาแบบนี้ก็อาจจะมีมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลเข้าภาคกลางเหมือนปีที่น้ำท้วมอีกก็เป็นได้ ผักที่ปลูกไว้เริ่มมีปฏิกิริยา เช่นหอมแดงที่ปลูกไว้หนึ่งแปลงเริ่มแสดงอาการฝ่อ กระเทียมก็ด้วยเพราะน้ำมากเกินไป คะน้าชอบใจกันใหญ่เพราะน้ำฝนมีไนโตรเจนเยอะ ส่วนที่อาการไม่สู้ดีที่สุดคือแปลงผักชีที่ช้ำเพราะโดนฝนเทจนแทบดับ ถั่วผักยาวเริ่มออกดอกช้าเพราะลังเลว่าอยู่ในช่วงฤดูไหนกันแน่และบางชนิดถึงกับดอกร่วง

สงสัยอีกหน่อยคงต้องปลูกผักในโรงเรือนปิดไม่อย่างนั้นก็คงจะเสียหายจากอากาศที่แปรปรวนเพราะสิ่งมีชีวิตประเภทพืชนั้นค่อนข้างไวต่อสภาพอากาศโดยเฉพาะพืชผักสวนครัว

IMG_3308



การปลูกข้าวในปัจจุบันใช้ต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเพราะสภาพดินที่เสื่อมโทรมลงไปมากทำให้ต้องใส่ปุ๋ยเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับระบบนิเวศน์ในนาข้าวถูกทำลายทำให้ความสมดุลต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิมทำให้แมลงศัตรูพืชหลายชนิดออกมารังควานสร้างความเสียหายโดยที่ไม่มีการควบคุมตามระบบห่วงโซ่อาหาร ทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาใช้วิธีธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนโดยการใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยไนโตรเจนให้กับต้นข้าวทั้งยังสามารถป้องกันศัตรูพืชประเภทหอยได้ระดับหนึ่ง

การใช้แหนแดงในนาข้าวนั้นไม่ยากเลยครับเพราะสภาพแวดล้อมในนาเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแหนแดงอยู่แล้ว คือเป็นสภาพน้ำนิ่ง ระดับน้ำไม่สูงและมีธาตุอาหารจากดินเพื่อการเจริญเติบโต ด้วยวิธีที่ง่ายๆ แต่ได้ผลทำให้เกษตรกรหลายรายใช้แหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวเพราะแหนแดงนั้นขึ้นชื่อเรื่องการดึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสะสมไว้ โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไร

Azolla copy

1. ปล่อยน้ำเข้านาให้ระดับความสูงประมาณ 10 – 15ซม. แล้วจึงนำแหนแดงในปริมาณ 3 – 5 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อใช้สำหรับขยายพันธุ์ในคราวแรก (คราวต่อไปไม่จำเป็นต้องใช้มากเพราะแหนแดงจะทิ้งสะเปิร์มไว้ในนา) แหนแดงไม่ถูกโรคกับยาฆ่าแมลงซึ่งอาจจะส่งผลให้แหนแดงตายทั้งหมดจึงควรงดเว้นการใช้ยาฆ่าแมลงช่วงระยะเวลานั้น

2. ไถกลบแหนแดงที่เลี้ยงไว้ 30 – 40 วันก่อนการปลูกข้าวเพื่อให้แหนแดงย่อยสลายและคายธาตุไนโตรเจนออกมาอย่างเต็มที่และให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เข้าสู่ขั้นตอนการปลูกข้ามตามปกติซึ่ง
4. …….เสร็จแระ -__-!!! เพราะระยะหลังปลูกข้าวแหนแดงก็จะเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติจากสะเปิร์มที่ทิ้งไว้ก่อนการไถกลบและวนเวียนเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวตามธรรมชาติ การปลูกข้าวนาดำจะสามารถใช้ประโยชน์จากแหนแดงได้มากกว่านาหว่านเพราะระดับน้ำและช่องว่างระหว่างต้นข้าวเอื้อำนวยให้แหนแดงเจริญเติบโตได้ดี

นอกจากจะเป็นปุ๋ยชั้นดีแล้วแหนแดงยังสามารถป้องกันหอยได้ระดับหนึ่งเพราะการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของแหนแดงทำให้เบนความสนใจของหอยให้กินแหนแดงและลดความเสียหายของต้นข้าว ทั้งแหนแดงยังเจริญเติบโตปกคลุมผืนน้ำในนาข้าวทำให้วัชพืชบางอย่างไม่สามารถเจริญเติบโตได้เพราะขาดแสงที่เพียงพอ ด้วยประโยชน์หลายๆ อย่างของแหนแดงพร้อมด้วยปริมาณธาตุอาหารหลักไนโตรเจน 3.71%, ฟอสฟอรัส 0.25%, โปรแตสเซี่ยม 1.25% ของน้ำหนักตัวแล้วก็นับว่าแหนแดงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจในการลดต้นทุนการผลิต

Picture 265

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน