Posts Tagged ‘ไฟฟ้า’



อย่างที่เราทราบกันดีแล้วครับว่าน้ำนั้นจัดได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเกษตรเลยก็ว่าได้

เพื่อนๆ บางท่านถามหาพืชที่ปลูกแล้วใช้น้ำน้อยหรือทนแล้ง แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนเองนั้นคิดว่าพืชทุกชนิดต้องการน้ำแทบทั้งสิ้น จะต้องการมากน้อยก็ว่ากันไปตามแต่พันธุกรรม หรือพืชบางชนิดก็อาจจะทนแล้งได้ดีแต่เชื่อเถอะว่าผลผลิตก็ด้อยถอยลงไปตามความขาดแคลนน้ำ สุดท้ายแทนที่จะมาทนั่งคิดหาพืชที่ทนแล้งเปลี่ยนเป็นการมานั่งคิดจัดการระบบน้ำในสวนดูจะมีความหวังซะกว่า ถึงแม้ว่าการจัดการหรือติดตั้งระบบน้ำในสวนจะยุ่งยากและอาจจะต้องมีการลงทุนกันบ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะคุ้มค่ากับการลงทุน

วันนี้ว่ากันต่อด้วยเรื่องของการวางระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวนสำหรับท่านที่มีไฟฟ้าอยู่แล้ว ส่วนสำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่มีไฟฟ้านั้นก็ขอยกเป็นตอนต่อไปครับว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีระบบน้ำใช้ในขณะที่เราไม่มีไฟฟ้า ส่วนวันนี้ก็ว่ากันด้วยเรื่องระบบน้ำสำหรับผู้ที่มีไฟฟ้าอยู่แล้วซึ่งก็สะดวกสบายไปแล้วขั้นหนึ่ง

ว่าด้วยหลักการเดินระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวนกันดีกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีหลักการอยู่ไม่กี่อย่าง

1. การเลือกขนาดปั๊มหรือประเภทของปั๊มนั้นเป็นเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง เช่นบางท่านอาจจะเลือกใช้จากเครื่องจักรที่ตัวเองมีอยู่แล้วนำมาดัดแปลง หรือบางท่านอาจจะชอบปั๊มน้ำไฟฟ้าประเภทใดประเภทหนึ่งซึ่งก็ว่ากันไปตามความชอบส่วนบุคคล แต่ที่แน่ๆ ปั๊มน้ำที่นำมาใช้ก็ควรจะมีกำลังพอที่จะเดินระบบน้ำในสวนได้

IMG_2554

2. การเลือกขนาดท่อน้ำสำหรับท่อหลักนั้นก็ควรเป็นขนาดที่ใหญ่และเหมาะสมเพื่อการไหลเวียนของน้ำที่มากและคงสภาพแรงดันไว้ได้อย่างดี เช่นท่อน้ำ PVC ขนาด 3 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 30,000 – 35,000 ลิตรต่อชั่วโมง หรือ PVC ขนาด 2 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 15,000 – 18,000 ลิตรต่อชั่วโมง ดังนั้นการเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมกับขนาดแรงขับของปั๊มน้ำและปริมาณที่ต้องการใช้จึงเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่ต้องใส่ใจ

003

3. การเลือกอุปกรณ์หรือท่อน้ำในการติดตั้งระบบน้ำเพื่อการเกษตรนั้นก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นกันเพราะอุปกรณ์ต่างๆ หรือท่อน้ำนั้นก็มักจะมีราคาแพงดังนั้นการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์หรือท่อน้ำให้ถูกลักษณะจึงเป็นการลดต้นทุนและยืดอายุการใช้งานให้กับระบบน้ำในการเกษตรเช่นกัน ท่อน้ำเพื่อการเกษตรนั้นจะมีหลายราคาหลายคุณภาพสำหรับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นท่อน้ำสำหรับระบบน้ำเพื่อการเกษตรแบบถาวรหรือระบบน้ำที่มีปั๊มเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นผู้เขียนก็อยากจะแนะนำว่าท่อที่สูบน้ำขึ้นมาจากแหล่งน้ำแล้วเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวปั๊มน้ำนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้ท่อน้ำหรืออุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่เสื่อมสลายง่ายหรือชำรุดง่ายเพราะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้นั้นมักจะแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ยากในกรณีที่เกิดการชำรุด

002

001

4. การต่อท่อน้ำไปยังพื้นที่ที่ต้องการนั้นควรจะให้มีส่วนงอน้อยที่สุดเพราะความโค้งงอของท่อจะสร้างแรงเสียดทานทำให้ความแรงของน้ำลดลงและทำให้ปั๊มน้ำทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

004

5. การวางท่อน้ำหลักนั้นต้องดูสภาพพื้นที่เป็นหลัก หากพื้นที่ที่ต้องการวางระบบน้ำเพื่อการเกษตรนั้นเป็นพื้นที่แบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือใกล้เคียงนั้นก็ควรวางท่อน้ำหลักไว้บริเวณกึ่งกลางส่วนเพื่อให้แรงดันน้ำส่งต่อไปยังท่อย่อยได้อย่างสม่ำเสมอทั้ง 2 ฝั่งแล้วจึงใช้ข้อต่อแบบ 4 ทางแยกสู่ท่อย่อยต่อไป หากพื้นที่ที่ต้องการนั้นเป็นลักษณะแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือลักษณะใกล้เคียงที่มีหน้ากว้างแคบก็อาจจะวางท่อหลักไว้ด้านใดด้านหนึ่งได้ การวางท่อน้ำหลักในลักษณะนี้ก็เพื่อกระจายแรงดันให้ได้ทั่วถึงกัน เพราะหากวางไปด้านใดด้านหนึ่งในขณะที่พื้นที่เป็นแบบลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัสแล้วก็อาจจะทำให้สปริงเกอร์หรือมินิสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำที่ติดตั้งไว้บริเวณท้ายๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะแรงดันปลายแถวไม่เพียงพอ

006

005

6. หัวสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำนั้นจะเป็นตัวชี้วัดถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นท่อย่อย เพราะหากใช้สปริงเกอร์ตัวใหญ่นั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อน้ำแบบ PVC หรือหากเป็นอุปกรณ์กระจายน้ำแบบมินิสปริงเกอร์หรือหัวน้ำหยดนั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อ PE เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ส่วนการใช้เทปน้ำหยดนั้นก็จะว่ากันในบทความต่อไป

007

008



อาทิตย์นี้เหงื่อตกอีกตามเคยเพราะเพื่อนชาวเกษตรด้วยกันท่านหนึ่งได้ซื้อปั๊มน้ำหอยโข่งยี่ห้อไม่ติดตลาดขนาด 3 แรงม้า ท่อขนาด 3 นิ้วมาทดสอบ แต่…. ไม่รู้จะทดสอบยังไงก็เลยส่งมาให้ผู้เขียนทดสอบดู -__-!!! เอาว่ะ กล้าส่งก็กล้าใช้

ถ้าพูดถึงเรื่องการเกษตรนั้นก็ต้องนึกถึงน้ำเป็นอันดับแรกเพราะพืชทุกชนิดต้องการน้ำและความชื้นเพื่อให้รากดูดซึมและแผ่ขยายไปได้ ส่วนจะต้องการมากน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทและพันธุ์พืช

แต่ดั้งเดิมนั้นการเกษตรในบ้านเราเป็นแบบเพื่อการดำรงชีพหรือกึ่งดำรงชีพกึ่งการค้าเพราะด้านการตลาดยังไม่เชื่อมต่อกันมากนัก ด้านการค้าก็เป็นเพียงในชุมชนบริเวณหนึ่งเท่านั้นและแรงงานก็หาง่ายทำให้การจัดการด้านทรัพยาการน้ำเป็นไปอย่างเรียบง่ายโดยการใช้แรงงานในครอบครัวหรือทำได้ด้วยตนเองอีกทั้งทรัพยากรธรรมชาติก็ยังจัดอยู่ในขั้นอุดมสมบูรณ์จึงง่ายต่อการคาดคะเนและใช้ประโยชน์จากฤดูฝนช่วยในการเพาะปลูกต่างๆ ได้ แต่ปัจจุบันนี้สถานการณ์ต่างๆ ทั้งด้านสภาพแวดล้อมที่เสื่อมถอยลงไป ด้านสังคมภาคแรงงานที่หายากขึ้น และด้านการตลาดที่ชักนำการเกษตรในบ้านเราพัฒนาเข้าสู่เชิงการค้ามากขึ้นหรือบางรายก็เป็นพืชเชิงเดี่ยวเชิงการค้าเต็มตัว จึงเป็นเหตุผลให้การจัดการด้านต่างๆ ต้องเป็นระบบมากขึ้นเพื่อการลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรต่อหน่วยให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ รวทั้งการจัดการด้านทรัพยาการน้ำด้วยเช่นกันที่ต้องพัฒนามาเป็นการใช้เครื่องจักรในการทำงานเพราะแรงงานนั้นราคาแพงและหายากในปัจจุบัน แถมการใช้คนงานจัดการเรื่องน้ำในไร่สวนขนาดใหญ่ก็ทำได้ลำบากจึงเป็นการดีกว่าที่จะใช้เครื่องจักรทำงาน

อ้อมไปไกลสุดท้ายก็เข้าเรื่องจนได้ -__-!!! ปั๊มน้ำในปัจจุบันแบ่งใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภทคือปั๊มน้ำที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงและใช้ไฟฟ้า ซึ่งข้อดีและข้อเสียก็แตกต่างกันออกไปซึ่งก็แล้วแต่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวย แต่หากจะให้แนะนำแล้วการใช้ไฟฟ้าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่ามาก แถมตัวปั๊มน้ำที่ใช้ไฟฟ้ายังมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบขนาดแรงม้าหรือกำลังเครื่องเท่ากัน และการซ่อมบำรุงก็เรียบง่ายกว่ามากเพราะเป็นเรื่องของขดลวดทองแดงที่พันกันเป็นรอบๆ แต่เครื่องยนต์นี่สิ อาการล้านแปดอย่าง -__-!!! และหากจะแยกย่อยไปอีกทีสำหรับปั๊มน้ำแบบใช้ไฟฟ้านั้นก็จะแตกแขนงได้ เช่น ปั๊มน้ำแบบชัก ปั๊มน้ำแบบหอยโข่ง ปั๊มน้ำแบบจุ่ม (Submersible Pump) ซึ่งลักษณะการใช้งานก็แตกต่างกันออกไปเพราะปั๊มน้ำแต่ละแบบมีลักษณะเด่นหรือข้อดีที่แตกต่างกัน

แต่วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของปั๊มน้ำแบบหอยโข่งเพราะว่ามีคนส่งมาให้ทดสอบใช้งานดู ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็ชอบปั๊มน้ำแบบหอยโข่งเป็นที่สุดเพราะแรงดันและอัตราการไหลของน้ำดีแถมซ่อมบำรุงง่าย โดยหัวข้อเรื่องปั๊มน้ำประเภทอื่นๆ ก็ขอยกไปตอนต่อไปในเรื่องของการเลือกใช้ปั๊มให้ถูกประเภทของการใช้งานทางการเกษตร

IMG_2554

ปั๊มน้ำแบบหอยโข่งขนาด 1 แรงม้าสูบน้ำได้ประมาณ 200 – 300 ลิตรต่อนาที
ปั๊มน้ำแบบหอยโข่งขนาด 2 แรงม้าสูบน้ำได้ประมาณ 500 – 600 ลิตรต่อนาที
ปั๊มน้ำแบบหอยโข่งขนาด 3 แรงม้าสูบน้ำได้ประมาณ 1,000 – 1,100 ลิตรต่อนาที

ปั๊มที่ใช้ทดสอบวันนี้เป็นปั๊มน้ำแบบหอยโข่งขนาด 3 แรงม้าโดยใช้ท่อส่งน้ำขนาด 3 นิ้ว ส่วนแรงดันน้ำก็ประมาณ 1,100 ลิตรต่อนาที

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน