พักนี้ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ บ่อยเป็นพิเศษเนื่องจากเริ่มมีฝนตกลงมาในบางพื้นที่ (จะด้วยฝนหลงฤดู พายุ รึอะไรก็แล้วแต่)ทำให้เพื่อนๆ หลายท่านมองหาเมล็ดปอเทืองเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ของตน

ต้องขออภัยด้วยที่โทรมาแล้วต้องเจอเสียงอ่อยๆ ลักษณะเหม่อ ลอยๆ (เหมือนพึ่งตื่น!) ฮ่ะๆ

ขอบอกก่อนเลยนะครับว่าไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกแย่ที่ทำให้หลายๆ ท่านผิดหวัง ที่ไม่เหลือเมล็ดปอเทืองไว้แจก แต่ละรอบผมเก็บเมล็ดปอเทืองได้แค่ 80 – 100 กิโลกรัม ซึ่งไม่พอแจกและไม่เคยจะพอ (แต่ก็จำเป็นต้องแจก) เพราะความต้องการพืชสำหรับบำรุงดินที่ทรุดโทรมและถูกใช้มาอย่างยาวนานของพื้นที่เพาะปลูกในประเทศไทยนั้นดูจะมีมากขึ้นทุกทีๆ ดูจะสวนทางกับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านเมล็ดพันธุ์และองค์ความรู้ที่น้อยลงทุกทีๆ ฮ่ะๆ (อันนี้พูดเอาฮานะ แต่น้ำตาไหล ทำไมก็ไม่รู้ -_-!!!)

IMG_1915

จากการเฝ้าดู (ดูบ้าง ไม่ดูบ้าง!) ลักษณะพฤติกรรมของภาครัฐมาพักใหญ่ๆ อย่างน้อยก็ช่วง 3 – 4 ปีนี้ ผมเห็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งของนโยบายจากภาครัฐ (จริงๆ ก็ผิดหลายเรื่องอะน่ะ -_-!!!) คือการแจกโดยที่ไม่มีกุศโลบายแอบแฝง (หรือแฝงด้วยผลประโยชน์ของใครก็ไม่รู้) หรือแจกอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล “แจกนะดีแล้ว แต่ควรจะแจกอย่างฉลาด!” ยกตัวอย่างเมล็ดปอเทืองที่เป็นหัวข้อหลักของเราในวันนี้ ซึ่งผู้เขียนเองหรือเพื่อนๆ ก็คงจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีทางเพียงพอต่อความต้องการ แถมความต้องการยังขยายตัวเพิ่มออกไปตามข่าวการประชาสัมพันธ์แบบน้ำไหลไฟดับของภาครัฐ ที่พยายามออกข่าวเอาหน้าแต่ทางปฏิบัติกลับสวนทาง คือสิ่งของหรือเมล็ดพันธุ์ในที่นี้ที่จะมีไว้แจก น้อยลง น้อยลง ทุกที ยิ่งข่าวทึกกระทึกครึกโครมมากเท่าไหร่ สิ่งที่จะมีไว้แจกก็ยิ่งหดหายไปเรื่อยๆ ทั้งแจกทั้งประชาสัมพันธ์จนคนคิดว่ามีแต่ปอเทืองอย่างเดียวที่ใช้บำรุงดิน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีพืชอีกหลายชนิดที่สามารถบำรุงดินได้ หรือแม้แต่หญ้าวัชพืช หากไถกลบและหมักบ่มในดินด้วยระยะเวลาอันเหมาะสม (คือให้มันเน่าตายสนิทอะน่ะ) ก็สามารถเป็นอินทรีย์วัตถุบำรุงดินได้เช่นกัน

แจกน่ะแจกได้ แต่ควรจะมีเป้าหมายในการแจก (เพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องแจกกันยันชาติหน้า ซึ่งก็ไม่พออยู่ดี -__-!!!) แต่ควรจะให้วิธีคิดด้วยว่าหากมันหมดแล้วหรือไม่มี เราจะใช้อะไรทดแทน? หรือใช้พืชที่มีในท้องถิ่นทดแทนได้ไหม? แจกและประชาสัมพันธ์ในลักษณะการบำรุงดินที่ใช้เมล็ดปอเทืองแล้วไถกลบช่วงออกดอกให้หมดไปเป็นรอบๆ แล้วจะไปแจกพอได้ยังไง กลายเป็นวัสดุสิ้นเปลืองไปซะงั้น -__-!!
แทนที่จะส่งเสริมหรือให้องค์ความรู้ในการขยายพันธุ์ด้วยการทิ้งระยะการไถกลบหลังจากปอเทืองติดฝักจนเก็บเมล็ดไว้ใช้งานแล้วค่อยไถกลบก็ได้ แหม่! ธาตุอาหารมันจะต่างกันเท่าไหร่เชียว!

001

Picture 030

ด่าถาครัฐฯนี่ เป็นปีก็ไม่จบนะ!
เพราะมันมีเรื่องให้ด่ากันเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่ะๆ -__-!!!
ตลกฝันร้ายชัดๆ

ตกผลึกวิธีคิดง่ายๆ คือใช้อะไรก็ได้ที่หาง่าย! ราคาถูกหรือสมเหตุสมผล! มีธาตุอาหารที่ช่วยบำรุงดินได้ ก็แค่นั้นแหละ!

ในที่นี้ผู้เขียนแนะนำพืชตระกูลถั่ว ทั่วๆไปใช้ทดแทนเมล็ดปอเทือง บางชนิดราคาอาจจะเท่ากันแต่อย่างน้อยก็ยังหาได้ง่ายตามท้องตลาด หรือหญ้าปศุสัตว์บางชนิดก็น่าสนใจ คือมีแร่ธาตุสำหรับบำรุงดินน้อยกว่า แต่ก็หาได้ง่ายและดูแลรักษาง่าย เช่น หญ้าตระกูลหญ้าขนต่างๆ หากเป็นไปได้สำหรับบางพื้นที่ก็อยากจะให้มองหาผักตบชวาที่อยู่ในหนองคลองบึง (อันนี้ยากนิดหนึ่ง -__-!!! แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยกัน)

จากเมื่อก่อนที่เมล็ดปอเทืองไม่มีค่าอะไร ยังไม่รู้จัก ราคากิโลกรัมละ8 – 9 บาท ตอนนี้ 32 บาทแถมยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน

หากถามความคิดส่วนตัวผู้เขียนก็อยากจะแนะนำให้ลองศึกษาเมล็ดหญ้าของกลุ่มปศุสัตว์ดูครับ น่าสนใจอยู่หลายตัว ทั้งหญ้าขนและหญ้ารูซี่ ทั้งถูกกว่าและหาได้ง่ายกว่าตามท้องตลาด ขึ้นชื่อว่าหญ้าแต่หากได้รับการปฏิบัติอย่างถูกวิธีก็เป็นวัตถุอินทรีย์ชั้นดีได้เหมือนกันครับ หรือเป็นอาหารวัวสัตว์เคี้ยวเอื้องก่อนไถกลบก็ดีไม่น้อย

ที่พูดนี่ไม่ได้อยากจะโอ่อวดหรืออวดดีอวดเก่งอะไรหรอกนะครับ (เพราะมันไม่มีให้อวด -__-!!!) ผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย ตรงข้ามกลับมีน้อยกว่าหลายๆ ท่านด้วยซ้ำไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าผมมีมากชนิดประเมินไม่ได้ก็คือจิตสำนึกความเป็นชาตินิยม และจิตอาสาที่อยากจะแบ่งปันเพื่อนๆ ติดก็แต่ปัญญากับทุนทรัพย์ที่น้อยนิดเลยทำอะไรได้ไม่มาก ที่เหลือได้แต่นั่งมองทั้งน้ำตา

รักและเคารพทุกๆ ท่านครับ
ผู้เขียน





นานๆ ทีแวะเข้ามาดูในเพจ (ร้าง) ที่ทำไว้
หากเป็นเพจอื่นคงเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีคนเข้ามาคลิก Like หลัก 100 ต่อวัน แต่นี่ 100 ต่อสัปดาห์ก็ดีใจตายแล้ว หุหุหุ
ถึงแม้ว่าการกด Like ส่วนใหญ่จะมาจากเวปไซด์ http://www.mygreengardens.com ก็เถอะ
คำถามค้างใน inbox ก็เยอะไม่แพ้กัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถามไปในเสียงเดียวกันว่า
“ผู้เขียนหายไปไหน?”
“ติดต่อไม่ได้เลย!”
ประมาณนี้
จะไม่เข้ามาตอบ จะไม่เข้ามาอธิบายก็ดูจะเสียน้ำใจผู้ชม ผู้อ่าน ที่อุตส่าเสียเวลาแวะเข้ามาเพจร้าง เวปร้าง หุหุหุ
และก็ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ที่หายหน้าหายตาไปอย่างไม่บอกกล่าว
ตอบกันตามตรงเลย!
พักนี้ผู้เขียนยุ่งวุ่นวายอยู่กับการหาทุนทรัพย์ หาทุนรอนเพื่อสานต่อโครงการต่างๆ ที่ได้ตั้งใจไว้ ครั้นจะอาศัยเงินรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรที่สวนก็คงไม่พอจะทำงานต่อ เพราะที่สวนก็มีรายจ่ายในตัวของระบบเอง ทั้งยังต้องรับผิดชอบโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนแถบใกล้เคียงอีกด้วย
ครั้นจะไปขอทุนจากบริษัทใหญ่ๆ ชื่อเสียงดังๆ อย่างที่เราได้ยินกิตติศัพท์มา แต่พอเอาเข้าจริงๆ โครงการของผู้เขียนที่หนักไปทางการให้ฝ่ายเดียว เป็นการลงทุนที่ยาวนานและไม่เห็นผลตอบแทน ไม่คุ้มค่าเม็ดเงินลงทุนเพื่อการตลาดที่ท่านเหล่านั้นคาดหวังไว้ เลยไม่สำเร็จ ท่านเหล่านั้นเลยไม่ให้ทุนสนับสนุนโครงการ หุหุหุ
(ก็มันกลางทุ่ง กลางนา เลยไม่รู้จะเอาป้ายโฆษณาสินค้าของท่านไปติดยังไง!)
แน่นอนว่าหลายๆ ท่านมีจิตกุศลและมุ่งมั่นอยากจะช่วย และผู้เขียนเองก็ซาบซึ้งในน้ำใจและจิตกุศลที่เพื่อนๆ หลายท่านมีให้ แต่ก็คงต้องขอรับไว้แค่ใจและปฏิเสธเงินบริจาค ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ หลักๆ ก็คือกลัวเสียเพื่อน (ทั้งๆ ที่บางท่านก็สนิทกันทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้า หุหุหุ ได้ยินแต่เสียง) เพราะเมื่อไหร่ที่ทำงานกับเงินและคนมากหน้าหลายตา ความโปร่งใสและความเป็นระเบียบควรจะมีและชัดเจนเพื่อป้องกันข้อครหา แต่เผอิญว่าผู้เขียนไม่ค่อยจะมีความละเอียดในเรื่องแบบนั้น เลยต้องขอปฏิเสธท่านๆ ไว้เพื่อป้องกันปัญหา

011

สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุด คือต้องทำอะไรด้วยตนเอง ซึ่งสบายใจที่สุด!
ผู้เขียนเลยต้องมาเช่าห้องแถวเล็กๆ ทำร้านเย็บเสื้อผ้าเพื่อหาทุนไปทำงาน ทำโครงการด้านสาธารณประโยชน์ต่อ เพราะคิดว่าคงต้องใช้เงินทุนอีกมากโขสำหรับโครงการต่างๆ (นี่แหละ โม้มาซะนานเพื่อจะมาบอกแค่นี้แหละ ฮ่ะๆ -__-!!!)
เงินอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่หลายๆ อย่างต้องใช้เงิน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต่อเนื่อง

หนึ่งในเหตุผลหลักของความล้มเหลวในหลายๆ โครงการของผู้เขียนที่ได้เรียนรู้มาด้วยตนเอง (และหลายๆ โครงการของภาครัฐในสยามประเทศแห่งนี้) คือ
“ความต่อเนื่อง”
ลักษณะคงจะเหมือนเวลาที่ไปใส่บาตรพระ แล้วเราได้ความสบายใจกลับมา เพราะคิดว่าได้บุญแล้วเลยไม่คิดพิจารณาอะไรต่อ เบื้องหลัง เบื้อลึกเป็นยังไง ช่างมัน! (บาปบุญมันได้กันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ)
แต่ท่านเคยจะคิดไตร่ตรองไหมว่า สิ่งของที่เราใส่บาตรนั้น มันไปไหน?
จัดการกันยังไง?
อะไรที่มันมากไป น้อยไป ไม่พอดี มักจะเป็นปัญหาเสมอครับ
หลายต่อหลายครั้งที่เราทำบุญไป ถูกขาย ถูกทิ้ง ถูกโกง (สังฆทานไม่ได้มาตรฐาน) กลายเป็นหลายๆ ปัญหาไปในที่สุด
โครงการต่างๆ ที่เราๆ ท่านๆ เห็นอยู่ก็เช่นกัน (และ หรือ ทำอยู่ก็ตาม) หากไม่เอาใจใส่ ติดตามผลและประคับประคองให้ตลอดลอดฝั่งก็จะสูญเปล่า
ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ก็พาลแต่จะไร้ประโยชน์และอาจจะกลายเป็นปัญหาไปในที่สุด
นี่หละเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราปลูกป่าเป็นล้านๆ ไร่ หลายร้อยล้านต้น แล้ว ทำไมมันไม่เต็มซักที!
เพราะหลังจากปลูกแล้ว ไม่มีใครสนใจมันอีกเลย!
แบบนี้ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เพราะต้นไม้เหล่านั้นเกือบทั้งหมดแห้งเหี่ยวตายไปตามสภาพ เหลือรอดตามยถากรรม
—-
หากเพื่อนๆ ท่านไหนมีจิตกุศล อยากจะช่วยเหลือ สนับสนุนผู้เขียนก็เห็นจะเป็นเรื่องนี้หละครับ
ทุกๆ ชิ้นของเสื้อผ้าที่เพื่อนๆ ช่วยอุดหนุน ผู้เขียนแบ่งเก็บ 5% จากผลกำไรเอาไว้สำหรับเด็กๆ และกิจกรรมสาธารณประโยชน์

Picture 005-small

** ปกติผู้เขียนจะแยก 2 เรื่องออกห่างกัน ทั้งเรื่องงานด้านสาธารณประโยชน์และด้านค้าขาย แต่คราวนี้เห็นว่าคงจะดีไม่น้อยหากได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนๆ ที่มีจิตกุศลและอยากมีส่วนร่วม เผื่ออะไรๆ มันจะเสร็จไวขึ้นซักนิดก็ยังดี **





ขออนุญาตฝากประกาศ ส่งข่าวถึงเพื่อนๆ ชาวเกษตรผู้ปลูกผักกาดหอมและฟักทองทุกท่านนะครับ
ทางบริษัท Miyabigrill ต้องการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรคือ

IMG_3421

1. ผักกาดหอม
2. ฟักทองไทย
3. ฟักทองญี่ปุ่น

จากเกษตรผู้ปลูกโดยตรง (ไม่ผ่านนายหน้าหรือพ่อค้าคนกลางอย่างใดๆ ทั้งสิ้น) ในพื้นที่ใกล้เคียง กทม และปริมณฑล นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา
หากเพื่อนๆ เกษตรกรท่านใดสนใจ ต้องการทราบรายละเอียดเรื่องราคาและปริมาณการสั่งสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณน้ำฝนได้โดยตรง office 098-246-0257 หรือ ส่วนตัว 087-303-4948 ผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องโทรหาผู้เขียนนะจ๊ะ อิอิ ^_^





พักนี้ผู้เขียนเดินทางบ่อยครับเพราะต้องไปดูที่ดินเพื่อนการเกษตรให้กับเพื่อนๆ หลายท่านและก็ต้องไปช่วยเพื่อนๆ อีกหลายท่านในเรื่องของการหาตลาดขายสินค้าทางการเกษตร ช่วยได้ไม่มากก็น้อยแต่ก็ต้องช่วยๆ กันไป ลำพังจะหวังพึ่งภาครัฐก็ดูจะไม่ทันการ (เพราะรัฐเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ฮ่ะๆ) สถานะผู้เขียนช่วงนี้หนักไปทางเจ้าไม่มีศาลค่ำไหนนอนนั่น นอนวัดบ้าง อะไรบ้าง อิ อิ อิ บางทีกินข้าวเช้าจังหวัดหนึ่ง ข้าวเที่ยงอีกจังหวัดหนึ่งแล้วก็ไปนอนอีกจังหวัดหนึ่ง (พักนี้รับจ้างขับสิบล้อ ฮ่ะๆ) เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบคำถามของเพื่อนๆ ทั้งทางอีเมลและทางข้อความหน้าเวป

 

ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับ

 

เพื่อนชาวเกษตรท่านหนึ่งซึ่งทำงานประจำเป็นงานหลักอยู่เกิดรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้กับงานประจำที่ทำอยู่เลยอยากจะออกมาทำการเกษตรแบบเต็มตัวโดยที่ไม่มีได้การเตรียมการอะไรไว้ล่วงหน้า ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเป็นห่วง

งานด้านการเกษตรนับว่าเป็นอีกงานหนึ่งครับที่มีอุปสรรคมากและต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างสูง ทั้งจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนขึ้นทุกวัน ทั้งสภาพการตลาดที่ผกผัน ทั้งจากาสภาพสังคมของแต่ละท่าน และสุดท้ายจากตัวของพวกเราเองที่คอยแต่ละยอมแพ้อย่างง่ายๆ

 

ไม่ง่ายนะครับ งานด้านการเกษตร!

 

งานด้านการเกษตรนั้นไม่ง่ายเหมือนกับที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้ง facebook Youtube และสื่อออนไลน์อีกมากมายที่พร่ำพรรณนาถึงแต่วิธีการและความสำเร็จที่ดูสวยงามไปหมด ทำให้เราหลงไปกับความสวยงามเหล่านั้นจนลืมดูอุปสรรคและวิธีทำที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะทาง facebook นั้นแหละตัวดีเลย บางคนไม่เคยแม้แต่จะลงไปเหยียบผืนนาแต่ก็มีรูปมาลงให้คนอื่นดูตื่นเต้นคล้อยตามกันไปเพื่อหวังผลทางการค้ากับผลิตภัณฑ์ของตน ต่างๆ นาๆ

 

หากเพื่อนๆ ที่ทำงานประจำแล้วเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่จำเจจริงๆ หละก็ ผู้เขียนอยากให้เพื่อนๆ อดทนและอดกลั้น ซึ่งอย่างแรกที่อยากให้อดทนและอดกลั้นก็คือความน่าเบื่อของงานประจำ สภาพสังคมที่ทำงานของท่านให้ได้เสียก่อน เพราะงานด้านการเกษตรเป็นงานที่ต้องอาศัยการเตรียมการและการเรียนรู้เช่นกัน หากเพื่อนๆ ตัดสินใจอะไรด้วยอารมณ์แล้วก็มักจะผิดพลาดเสมอ

 

อดทนกับสภาพดินฟ้าอากาศร้อน ที่แผดเผาเวลาเที่ยงวันปานกับว่าเราจะละลายเป็นไอติม

 

ใช่สิ!

 

เพื่อนๆ หลายท่านเสพสื่อผ่านจอคอมจากที่ทำงานในเมืองซึ่งอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิจนลืมความร้ายกาจของแดดตอนเที่ยงไปแล้ว หลายๆ ท่านไม่เคยเจอแดดด้วยซ้ำเพราะเข้าที่ทำงานแต่เช้าและกลับบ้านตอนอาทิตย์ตกดิน อิ อิ อิ จนลืมไปว่าแดดร้อนๆ มันร้ายกาจแค่ไหน หากคิดจะทำการเกษตรจริงๆ ต้องเตรียมตัวก่อนครับ และควรจะเตรียมตัวให้ดีในหลายๆ ด้าน

 

ท่านทนกับความร้อนระอุแบบนั้นได้มากน้อยแค่ไหน!

ทนกับการดูถูกดูแคลนจากคนรอบข้างได้มากแค่ไหน!

ความอดทนนับเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของความสำเร็จครับ!

 

โดยเฉพาะงานด้านการเกษตรที่ต้องอาศัยทั้งความอดทนด้านกายภาพ ร่างกาย การเรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ ความชำนาญ และทุนทรัพย์จำนวนไม่น้อย อดทนกับงานประจำเพื่อเตรียมงานด้านเกษตรให้พร้อมก่อนแล้วค่อยออกมาทำก็ยังได้ แต่อย่าออกมาทำการเกษตรเพราะท่านเบื่องานประจำเลยครับ แล้วท่านจะรู้ว่าสิ่งทีเลวร้ายกว่างานงานประจำที่ทำอยู่คืองานด้านการเกษตรตอนเริ่มต้นนี่แหละครับ ไม่เห็นดอกออกผล เหนื่อย ท้อ ครบทุกอารมณ์!

 

ยกเว้นเสียแต่ว่าเพื่อนๆ มีฐานะร่ำรวยใช้เงินบันดาลทุกอย่าง แล้วชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง!

 

แต่หากจนแบบผู้เขียนแล้วหละก็…… ต้องอดทนเป็นพิเศษครับ!

 

ผู้เขียนไม่มีอะไรจะมอบให้เพื่อนๆ นอกจากกำลังใจอันบริสุทธ์และความเป็นห่วงด้วยความจริงใจครับ!

Picture 033

ปล** ภาพนี้ผู้เขียนส่งมาเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ครับ เป็นภาพที่ผู้เขียนมองจากมุมดาดฟ้าของห้องพักที่ต่างจังหวัด ข้างโรงแรมที่พักมีตึกกำลังก่อสร้างอยู่ และเห็นแปลงผักปลูกอยู่กลางระหว่างคานปูนที่กำลังก่อสร้างฐานตึก เห็นแล้วชวนอมยิ้มครับว่าคนขยันนี่ ขยันได้ทุกที่จริงๆ พวกเขาสู่ชีวิตกันอย่างสุดกำลัง และผู้เขียนก็อยากให้เพื่อนๆ สู้ชีวิตกันอย่างสุดกำลังเช่นกัน!

Picture 032

ฝนตกดีนักปลูกผักแมร่งเบย!





โดยปกติวิสัยแล้วผู้เขียนชอบปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงโค (โยตี้) กระบือ ผู้เขียนว่าดูน่ารักดีนะ โดยเฉพาะเวลาที่เราได้เห็นพัฒนาการของสิ่งต่างๆ ที่เราปลูก ที่เราเลี้ยง มันดูน่าชื่นใจ โดยเฉพาะโค (โยตี้) เอ้ย ไม่ใช่!
โดยเฉพาะผักสวนครัวที่ปลูกง่ายและโตเร็วทันใจ ทันขายได้เงินไว และในบรรดากลุ่มพืชผักสวนครัวนั้นผู้เขียนชอบพืชผักสวนครัวประเภทไม้เลื้อย ไม้เถาเป็นที่สุด เพราะดูน่าตื่นเต้นและน่าค้นหามากที่สุด แบบว่าปลูกไปแล้วหาผลผลิตไม่เจออะไรประมาณนั้น ไม่รู้จะหลบจะซ่อนอะไรนักหนา เวลาหาเลยตื่นเต้นกว่าปกติ (ลุ้นว่าจะขายผักพอค่ามาม่าไหม -__-!!!) เช่น ฟักทอง ถั่วพรู ตำลึง และถั่วฝักยาวที่ชอบเป็นพิเศษเพราะปลูกง่าย กินง่าย พอดีมื้อ จะกินเท่าไหร่ก็เด็ดเท่านั้น

Picture 841

Picture 844

ก็เลยขับรถไปที่ตลาดไปหาซื้อเมล็ดถั่วฝักยาวที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์
และก็เจอคำถามที่ไม่คิดว่าจะเจอคือ “เอาแบบเนื้อหรือเม็ด?”
ปลูกผักมาก็ตั้งนาน ปลูกไปก็ตั้งหลายชนิด ก็พึ่งรู้นี่แหละว่าถั่วฝักยาวเองก็มีแบ่งลักษณะเช่นกัน (ไปตลาดไม่เคยสังเกตเลยจริงๆ -__-!!!) คนขายใจดีก็เลยอธิบายให้ผู้เขียนฟังว่า
ถั่วฝักยาวนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. ถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อคือถั่วฝักยาวที่เราพบเห็นทั่วๆ ไปตามท้องตลาด โดยมีลักษณะเรียวยาวเมล็ดภายในลีบ เนื้อหนา กรอบ เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในเกือบทุกตลาด ทั้งกินสดและเป็นส่วนประกอบอาหาร เป็นพันธุ์ที่เราพบเห็นตามท้องตลาดทั่วๆ ไป
Picture 013

2. ส่วนถั่วฝักยาวประเภทที่ 2 นั้นคือถั่วฝักยาวแบบกินเมล็ด ถั่วฝักยาวประเภทกินเมล็ดนั้นจะนิยมมากในร้านอาหารจีนต่างๆ โดยลักษณะจะดูเหมือนถั่วฝักยาวทั่วๆ ไป (เอะ ยังไง อธิบายได้ชวนงงงเหลือเกิน -__-!!!) คล้ายๆ กับถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อตอนแก่ๆ แต่มันไม่แก่ (งงเข้าไปใหญ่!) คือเมล็ดด้านในจะใหญ่เปลือกบาง สำหรับเป็นส่วนประกอบอาหารจีน (และอาหารไทย) หลายๆ อย่างโดยดฉพาะประเภทผัด ถั่วฝักยาวชนิดนี้มีตลาดเฉพาะด้านและมีราคาสูงกว่าถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อปกติหากขายได้ถูกตลาด และตรงกันข้ามก็อาจจะขายไม่ได้ราคาหรือขายไม่ออก ขายไม่ค่อยดีในตลาดปกติเพราะถั่วฝักยาวแบบกินเมล็ดนี้จะดูเหมือนถั่วฝักยาวแบบกินเนื้อตอนแก่ (แต่มันไม่ได้แก่นะ! พันธุกรรมมันมาแบบนั้นแหละ!)

Picture 018

Picture 017** ถั่วฝักยาวเป็นพืชผักสวนครัว ประเภทล้มลุกที่ปลูกง่าย **

Picture 016** ไม่ว่าจะปลูกในเชิงการค้าหรือปลูกแปลง เล็กๆ เพื่อทานในครัวเรือนก็ได้ทั้งนั้น**

Picture 019

เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆ อยากจะปลูกถั่วฝักยาวไว้ริมรั้ว ไว้รับประทานในครัวเรือน ไว้ขาย เป็นรายได้พิเศษ เพราะปลูกถั่วฝักยาวไม่ต้องใช้พื้นที่อะไรมากมาย ปลูกถั่วฝักยาวในกระถางก็ยังไหว ก็ควรที่จะรู้ลักษณะของถั่วฝักยาวว่ามีกี่พันธุ์ จะได้ไม่ดูซื้อบื้อ งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนผู้เขียนตอนเจ้าของร้านเมล็ดผักถาม เพื่อนๆ บางท่านก็คงจะทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับผู้เขียน “หนูพึ่งรู้จริงๆ -__-!!! ไม่ได้โม้”




ภาคเหนือ
** หากการลงรายละเอียดชื่อและเบอร์โทรสร้างความรำคาญหรือความผิดพลาด หรือไม่เหมาะสมประการใด สามารถแจ้งผู้เขียนให้ลบได้ทางอีเมล fireonmarch@gmail.com ครับ โดยเจตนาแล้วไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นครับ ก็หวังเพียงแต่จะให้ข้อมูลเพื่อนๆ ที่มีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการปรึกษากับ ธกส **
สำนักงาน ธกส จังหวัดเชียงราย
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงราย (ผจข. นายปัญญา ศิริปุณย์) โทร (053) 712003, 600118
ธนาคาร ธกส สาขาพาน (ผจข. นายธนวิทย์ อนุสถิตวัฒนา) โทร (053) 658728, 721212
ธนาคาร ธกส สาขาแม่สรวย (ผจข. นสยกัญจน์ วนสัณฑ์วงกต) โทร (053) 786072, 081-9613980
ธนาคาร ธกส สาขาแม่จัน (ผจข. นางณิชากร พิมยศ) โทร (053) 771777, 771847
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงแสน (ผจข. นายสำเริง เกิดศิริ) โทร (053) 650725, 777100
ธนาคาร ธกส สาขาวาวี (ผจข. นายจุมพล เขียวพร้อม) โทร (053) 918084
ธนาคาร ธกส สาขาแม่สาย (ผจข. นายสมศักดิ์ แปงการิยา) (053) 731748, 733534
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงชัย (ผจข. นายประสงค์ สังวาลย์ทอง) (053) 663228, 769053
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงป่าเป้า (ผจข. นายรณกฤต นวลประดิษฐ) โทร (053) 648836
ธนาคาร ธกส สาขาป่าแดด (ผจข. นายเสรีย์ นาคสุวรรณ์) โทร (053) 654400, 761042
ธนาคาร ธกส สาขาเทิง (ผจข. บรรพต ตัณฑศรี) โทร (053) 795388, 795490
ธนาคาร ธกส สาขาเชียงของ (ผจข. นายดุสิต เปลี่ยมวัฒนา) โทร (053) 791499, 791500
ธนาคาร ธกส สาขาพญาเม็งราย (ผจข. นางสุกัญญา เกิดศิริ) โทร (053) 799025, 959058
ธนาคาร ธกส สาขาขุนตาล (ผจข. อมราลักษณ์ อินทรีย์สังวรณ์) โทร (053) 657311, 657312
ธนาคาร ธกส สาขาปล้อง (ผจข. นายสุเนตร ใจหลัก) โทร (053) 954456, 954457
ธนาคาร ธกส สาขาเวียงแก่น (ผจข. นายเสรีย์ นาคสุวรรณ์) โทร (053) 608016, 608021

มีต่อ …..





พักนี้มีเพื่อนๆ ถามคำถามเกี่ยวกับ ธกส มาเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งบางคำถามผู้เขียนก็พอจะตอบได้บ้างตามประสาลูกค้าใหม่ แต่บางคำถามผู้เขียนอึดอัดใจที่จะตอบจริงๆ ครับ และบางคำถามก็ไม่อยากจะตอบเอาเสียเลย เช่นว่า นานไหม? ได้เงินเมื่อไหร่? ได้เงินเท่าไหร่? คำถามเหล่านี้ผู้ที่ถือเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ ธกส ที่ดูแลบัญชีเราอยู่คงจะเป็นผู้ที่ตอบได้ดีที่สุดครับ เพราะรู้รายละเอียดมากสุด รู้ดีว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แต่ตรงกันข้ามเพื่อนๆ หันมาถามผู้เขียนซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร ฮ่ะๆ
ผู้เขียนเลยคิดว่าบางคำถามเพื่อนๆ ถามกับ ธกส โดยตรงเลยจะดีกว่าเลยพยายามรวบรวมรายชื่อและเบอร์ติดต่อธนาคาร ธกส ไว้ให้เพื่อนๆ ซึ่งก็ทำมาได้พักหนึ่งแต่ก็ติดที่ไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้มีเวลาเลยหยิบรายชื่อและเบอร์ติดต่อ ธกส สาขาต่างๆ ทั่วประเทศที่ผู้เขียนได้พยายามรวมรวบไว้ให้เพื่อนๆ มาเผยแพร่เผื่อจะพอมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ธกส แม้แต่น้อย

baac_tower5** ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนตครับ แฮะๆ ผู้เขียนไม่ได้ไปถ่ายเองหรอก ผู้เขียนบ้านนอก หลง ไปไม่ถูก -__-!! **

หากเพื่อนๆ สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับสินเชื่อ นโยบาย หรือหลักวิธีการของ ธกส (หรือร้องเรียน ฮ่ะๆ) ก็สามารถพูดคุยกับสาขาใหญ่ได้เลยโดยตรง คงจะได้ผลและได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าผู้เขียนเป็นแน่แท้

** ส่วนรายชื่อของจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศจะทยอยเผยแพร่ต่อๆ ไปครับ **

** เออ คือ! ถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนไปขอกู้เงินแล้วกู้ได้ ก็แวะมาแบ่งผู้เขียนบ้างนะ พักนี้ผู้เขียนกำลังจน ฮ่ะๆ -__-!!!**

ธกส สำนักงานใหญ่
ที่อยู่ 469 ถนนนครสวรรค์, แขวงสวนจิตรลดา, เขตดุสิต, กรุงเทพมหานคร
โทร (02) 2800180, 2817355 โทรสาร (02) 2800442, 2805320
————————–
ธกส สาขาอาคารประชาชื่น
ที่อยู่ 48/8 หมู่ที่ 18, ซอยเสริมสุข, ถนนประชาชื่น, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 5868855, 5869955
————————-
ธกส สาขาอาคารจตุจักร
ที่อยู่ 109 ถนนกำแพงเพชร, แขวงลาดพร้าว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900
โทร (02) 2713345-7, 2713351-53





อย่างที่คุยกันบ่อยๆ แล้วนะครับ ว่าผู้เขียนใช้แหนแดงเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไก่และเป็ดที่สวน เพราะการขยายตัวที่รวดเร็วทำให้ประหยัดค่าอาหารสัตว์ไปได้มากโข โดยแต่เดิมนั้นผู้เขียนใช้แต่แหนแดงสดเป็นอาหารไก่และเป็ด ซึ่งก็ได้ผลตามสภาพคือไก่และเป็ดก็โตตามมีตามเกิด -__-!!!
แหนแดงถึงจะเป็นพืชที่มีโปรตีนอยู่บ้าง แต่พืชก็ยังเป็นพืชอยู่วันยังค่ำ (ซึ่งก็คือมีโปรตีนอยู่น้อย) หากเพื่อนๆ อยากจะใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์นั้นก็ควรจะมีส่วนผสมอย่างอื่นลงไปด้วยเพื่อผลเชิงการค้าที่น่าพอใจยิ่งขึ้นสัตว์ที่เลี้ยงไว้โตไวขึ้น โดยผู้เขียนก็อยากจะแนะนำให้ใช้ร่วมกับไส้เดือนและหอยเชอร์รี่ (หรือสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีโปรตีนในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งก็ว่ากันไปตามแต่พื้นที่) สำหรับเป็นอาหารสัตว์
แต่หากเพื่อนๆ ท่านไหนไม่สะดวกหาแหล่งโปรตีนมาเพิ่มให้กับอาหารสัตว์ก็สามารถนำวิธีของผู้เขียนไปใช้ได้ครับ ไม่ว่ากัน หรือหากท่านไหนมีวิธีการลดต้นทุนอาหารสัตว์ด้วยแหนแดงที่ดีกว่านี้ หรือเข้าท่ากว่านี้ก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ครับ นัยว่าหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวเป็นแน่แท้ โดยจุดประสงค์หลักของผู้เขียนก็คงเป็นการเผยแพร่และประยุกต์ใช้แหนแดงในภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นเคยครับ จะได้ต่อยอดพัฒนากันไปเรื่อยๆ ของมีมูลค่านะมันมีมูลค่าอยู่แล้ว ลองมาคิดวิธีดัดแปลงใช้ประโยชน์จากสิ่งวัสดุที่ไม่มีค่าให้เกิดประโยชน์จะเป็นไรไป ผู้เขียนว่ามันดูน่าสนุกดีนะ!
แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลในทุกพื้นที่รึเปล่า เพราะปัจจุบันผู้เขียนได้แต่ทดลองในเขตภาคตะวันตก กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี โดยวิธีการเพิ่มโปรตีนของผู้เขียนวิธีนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ เรียบง่ายมาก แค่เพื่อนๆ หาหลอดไฟล่อแมลงมาไว้ใกล้ๆ บ่อหรือสถานที่เพาะเลี้ยงแหนแดงเพื่อดึงดูดแมลงกลางคืนชนิดหนึ่ง ให้มาวางไข่ แมลงชนิดนั้น (หรือหลายชนิดก็ไม่รู้ -__-!!!) จะวางไข่และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์เจริญเติบโตเป็นหนอนลักษณะคล้ายๆ หนอนกินผักขึ้นมาเยอะแยะ พอได้ปริมาณที่ต้องการก็จะเก็บไปบดทำอาหารไก่ ด้วยวิธีนี้เพื่อนๆ ก็จะสามารถเพิ่มโปรตีนให้กับแหนแดงที่จะใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ได้อย่างไม่ยุ่งยากอะไรเลยครับ (ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยเห็นหนอนตัวเกือบเท่านิ้วชี้ด้วยนะ แต่ก็เห็นได้ไม่บ่อย ส่วนที่เห็นประจำนั้นจะเป็นหนอนตัวเล็ก หากเพื่อนๆ ท่านไหนทดลองในพื้นที่อื่นแล้วพบหนอนตัวโตๆ ก็รบกวนช่วยศึกษาแทนผู้เขียนด้วยครับ ว่ามันคือหนอนจากตัวอะไร ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นประโยชน์ได้ในอนาคต)
 

Picture 011

** **

Picture 007

** **

Picture 009





ตลาดไทนั้นถือได้ว่าเป็นตลาดซื้อขายสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่และสำคัญแห่งหนึ่ง เพราะตลาดไทนั้นเป็นตลาดที่พักกองสินค้าทางการเกษตรก่อนที่จะเข้าไปสู่ตลาดย่อยๆ ใน กทม เพราะฉะนั้นจึงเป็นตลาดที่พวกเราชาวเกษตรจะมองข้ามเสียมิได้ โดยตลาดไทนั้นก็มีการจัดแบ่งสัดส่วนต่างๆ ตามประเภทของสินค้าทางการเกษตร เช่น ผักรวม ส้ม ผลไม้รวม อาหารสดและเนื้อสัตว์เป็นต้น ตามป้ายขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนอาคาร

Picture 021

แต่อาคารที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำและให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพราะดูจะเป็นประโยชน์กับพวกเราขาวเกษตรก็คืออาคารผัก ที่เป็นแหล่งจำหน่ายผักราคาขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าทั่ว กทม ทั้งรับไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่งและรับไปสำหรับการประกอบอาหารเพื่อขายสำเร็จรูป

Picture 025

โดยภาพรวมของผู้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรประเภทผักในอาคารนั้นก็จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. พ่อค้าแม่ค้าที่ขายประจำจะมีแผงประจำของตัวเอง (หรือที่เรียกว่าการเซ็งแผง) โดยราคาแผงที่จะเซ็งนั้นค่อนข้างสูงโดยประมาณอยู่ที่ 2 – 8 แสน (หากแผงว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเกิดการประมูลราคาเซ็งแผงกันแบบยิบตา -__-!!!) แล้วแต่ทำเลที่ตั้ง เช่นว่าอยู่ใกล้ทางเดินก็แพงหน่อยเพราะลูกค้าเห็นได้ชัด ส่วนด้านในๆ ก็ลดหลั่นราคาลงมา

2. พ่อค้าแม่ค้าขาจรหรือขาไม่ประจำ (เอะ ยังไง ฟังดูเหมือนขาไพ่ -__-!!!) หรืออย่างเราๆ ท่านๆ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ก็สามารถนำสินค้าทางการเกษตรไปวางขายได้เช่นกันด้วยวิธีการขายแบบรถหมุนเวียน โดยวิธีการแบบนี้คือการจ่ายค่านำรถเข้าคันละ 230 บาท แล้วทางตลาดไทก็จะจัดเตรียมพื้นที่ลงสินค้าไว้ให้ท่านแล้วก็จะมีพนักงานขนของลงจากรถให้ท่าน โดยพื้นที่นั้นก็จะแล้วแต่จำนวนสินค้าของท่านแต่ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 3 x 4 เมตร แบ่งเวลาขายเป็น 2 เวลา (2 กะ) คือช่วงกลางวัน 8 โมง – เที่ยงคืน และช่วงที่สองคือ ประมาณตี 1 – 7 โมงเช้า (โดยหากสินค้าของท่านขายไม่หมดแต่อยากอยู่ต่ออีก 1 กะ ก็จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 150 บาท) วิธีขายแบบรถหมุนเวียนนี้เพื่อนๆ จะไม่มีล๊อคหรือแผงประจำเพราะจะหมุนเวียนเปลี่ยนที่กันไปเรื่อยๆตามแต่จังหวะและเวลาที่รถของเพื่อนๆ จะไปถึงตลาด (แนะนำให้ไปเช้าๆ ฮ่ะๆ)

Picture 024

** ช่วง 7 – 8 โมงเช้าที่รถพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาลงกันอย่างคึกคัก รถที่เข้ามาลงของแล้วก็จะขับไปจอดยังที่จอดรถที่ตลาดไทเตรียมไว้ให้เพื่อความเป็นระเบียบ นับว่าระบบจัดการเข้าขั้นว่าดีครับ ^_^ **

โดยรูปแบบการขายแบบนี้เป็นวิธีการที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำมากกว่าทุ่มเงินเซ็งแผง หากเพื่อนๆ ค้าขายด้วยวิธีแบบรถหมุนเวียนคล่องแล้วเห็นกำไรงาม เห็นลู่ทาง จะเซ็งแผงก็ไม่ว่ากันซึ่งก็ตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่าน โดยวิธีนี้จะเรียบง่ายและสบายกว่ามากเพราะไม่ต้องไปกรอกแบบฟอร์มใดๆ หรือธุรการอะไรให้ยุ่งยากเพียงท่านนำรถขนสินค้าเข้าไปแล้วจ่ายเงินค่านำรถเข้า ก็สามารถนำสินค้าลงขายได้เลย และเจ้าหน้าที่ตลาดไทใจดีท่านหนึ่งก็แนะนำมาว่าตลาดไทนั้นจะขายของได้ดีช่วง ตี 4 –  11 โมง

 

หรือหากเพื่อนๆ ที่มีทุนรอนซักหน่อยอยากจะเข้าร่วมประมูลแผง เซ็งแผง (ซึ่งมีคิวยาวมากกกก!) ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02-9084490 – 9 ต่อ 127 ฝ่ายบริหารตลาด คุยกันเองนะจ๊ะ! ผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

 

คำถามจากเพื่อนๆ

1. เซ็งแผงในตลาดไทเท่าไหร่? ตอบ : เป็นแสนเลยอ่ะ ราคาค่าแผงตั้งแต่ 2 แสน – 8 แสน แล้วแต่ทำเล และส่วนรายเดือนที่ต้องจ่ายให้ทางตลาดก็อีกต่างหาก 2 – 3 พันบาทต่อแผง

2. ตลาดไทขายดีช่วงไหน? ตอบ : เวลาตี 4 – 11 โมง จะขายดีเกือบทุกอาคาร คึกคักมากเวลานี้ (ไม่ยอมหลับยอมนอนกันเลยทีเดียว -__-!!!)

3. สินค้าทางการเกษตรประเภทผักแบบไหนขายดีเป็นพิเศษ? ตอบ : สินผ้าประเภทผักป่า เช่นผักหวาน ผักกูด ดอกขจรและอื่นๆ ที่ดูแปลกตา (อันนี้เป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่ตลาดไทที่พาผู้เขียนเดินชมตลาด และผู้เขียนก็เห็นเองกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริง โดยทุกรถเข็นผักที่ออกไปจากตลาดจะมีผักประเภทนี้อยู่ด้วยเกือบทุกคัน คันละหลายถุง) หากเพื่อนๆ อยากรู้แนะนำให้ไปเดินเล่นดูก่อนได้

4. ตลาดไทต่างจากตลาดสี่มุมเมืองตรงไหน? ตอบ : รูปแบบการขายค่อนข้างต่างกันคือตลาดสี่มุมเมืองนั้นรถ 1 คันจะมีสินค้าแค่ 1 หรือ 2 ประเภทแต่ที่ตลาดไทนั้นรถ 1 คันจะมีสินค้าหลากหลายประเภททำให้การดึงดูดความสนใจพ่อค้าแม่ค้าได้ดีกว่า บางครั้งจะเจอผักที่ผู้ซื้อต้องการในแผงเดียวกันแต่หากเป็นตลาดสี่มุมเมืองผู้ซื้ออาจจะต้องเดินทั่วๆ ถึงจะได้สินค้าตามต้องการ กลุ่มลูกค้าและวิธีการขายเลยต่างกัน

ตลาดสี่มุมเมืองนั้นเหมาะสำหรับชาวสวนที่มีสินค้าของตัวเอง แต่ตลาดไทเหมาะสำหรับชาวสวนรายย่อยที่มีสินค้าหลากหลายประเภทมากกว่าจะเป็นผู้ปลูกรายใหญ่




พักนี้มีเพื่อนๆ ชาวเกษตรเราหลายท่านแวะมารับแหนแดงบ้าง เมล็ดปอเทืองบ้าง หญ้าเนเปียร์บ้าง อย่างคึกคัก

ผู้เขียนต้องขอขอบคุณพี่ ๆเพื่อนๆ ทุกท่านที่อุตส่าห์ อุตสาหะฝ่าดงรถติดมารับถึงที่ (ติดจริงๆนะ -__-!!!) ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณจากใจจริงครับ

และในขณะเดียวกันก็ขออภัยหลายๆ ท่านที่ต้องให้รอ ให้ยืนตบยุง นอนหง่าวรออยู่ในรถ รอแล้วรอเล่าในระหว่างที่ผู้เขียนขับรถกลับแล้วติดแง๊กกก!  อยู่บนถนน มาถึงช้ากว่าเวลานัด

และก็ยิ่งต้องขออภัยหนักเข้าไปอีกสำหรับเพื่อนๆ ที่โทรมาคุยกับผู้เขียนแล้วเจอกับอาการเอ๋อ! ของผู้เขียน ขออภัยด้วยจริงๆ พักนี้ทำงานเยอะไปหน่อย แฮะๆ ต้องเข้าใจ หุ้นมันตกจิตใจเลยไม่ค่อยจะอยู่กับร่องกับรอย มัวแต่ละเมอเพ้อหาตึกสูงๆ เปลี่ยวอยู่ร่ำไป จนหมอต้องบอกให้อยู่ห่างตึกสูงไว้ เดี๋ยวพาลจะหาเรื่องโดดตึกเล่นแก้กลุ้มเวลาหุ้นตก  อิอิอิ!

 

พักนี้ผู้เขียนทำงานเยอะไปหน่อย! จากงานหลายประเภท หลากหลายรูปแบบจนแทบจะตีกันตายอยู่ในหัว จนทำให้เกิดอาการเอ๋อ! หน้ามึน ความจำไม่ค่อยดี

หากเพื่อนๆ ท่านไหนสั่งอะไร หรือขออะไรกับผู้เขียนไว้แล้วไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้รับของตามที่พูดกันไว้ ก็รบกวนขอให้เพื่อนๆ โทรมา หรือส่งข้อความมาเตือนสติผู้เขียนหน่อยครับ ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจลืม แต่มันลืมเองจริงๆ

เลยต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

Picture 084

วันนี้ก็ลืมอีกเช่นเคย เมื่อวานจำได้ว่าใครซักคนขอหญ้าเนเปียร์ไว้ เลยตัดใส่ตะกร้าหอบกลับมา กทม จากสวนที่กาญจนบุรี แต่พอถึงก็ดันลืมว่าท่านไหน ของใคร ส่งยังไง -__-!!! เลยต้องมาประกาศหานี่แหละ

 

Picture-310

ส่วนแหนแดงนี่ ไม่ต้องห่วงเลย ลืมประจำ หากท่านไหนสั่งแล้วยังไม่ได้รับแหนแดง หรือท่านไหนจะแวะมารับ รบกวนโทรมาเตือนผู้เขียนอีกรอบเพื่อความแน่ใจครับ พักนี้สมองผุ้เขียนชำรุด -__-!!!  ส่งทุกเช้า 5 – 10กิโลกรัม แต่ก็ยังไม่วายใีรายชื่อตกหล่น!

 

Picture 894

นี่ก็ลืมบ่อยๆ ท่านไหนขอเมล็ดปอเทืองไว้ โทรกลับด่วน! ผู้เขียนลืม

เป็นเพื่อนกันบน Facebook
บทความกิจกรรมเกษตรและที่ดิน